
พลั้งปากเป็นเหตุ ! เอ็มบัปเป้โดนสปอนเซอร์จีนทิ้ง 3 แบรนด์ แซว"เหมา เจ๋อตุง"
เอ็มบัปเป้ขอโทษแล้ว แต่ 3 แบรนด์จีนตัดสัมพันธ์ ซีซีทีวีระงับถ่ายทอดลาลีกา สัญญากับ 2 ผู้สนับสนุนหลักมูลค่าราว 7.4 ล้านดอลลาร์ เรอัล มาดริดต้องส่งจดหมายขอโทษ
KEY
POINTS
- คีเลียน เอ็มบัปเป้ กล่าวถึงมีมที่ตัดต่อใบหน้าของเขาใส่ร่างบุคคลที่เขาเรียกว่า "เผด็จการชาวจีน" ซึ่งสื่อถึง เหมา เจ๋อตุง ทำให้เกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรงในจีน
- แบรนด์สปอนเซอร์สัญชาติจีน 3 ราย ได้แก่ ตงเผิง (Eastroc), เมิ่งหนิว (Mengniu) และหมิลก์กราวด์ (Milkground) ประกาศยุติความร่วมมือและยกเลิกสัญญากับเขาทันที
- บริษัทต่างๆ ให้เหตุผลว่าคำพูดของเอ็มบัปเป้เป็นการกระทำที่ "ละเมิดความรู้สึกของคนในชาติ" และ "ทำร้ายความรู้สึกของชาวจีน" ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้
เมื่อ "มีม" กลายเป็นวิกฤตธุรกิจ
เรื่องเริ่มจากคลิปสัมภาษณ์ของเอ็มบัปเป้ในรายการภาษาฝรั่งเศสชื่อ เดอะ บริดจ์ (The Bridge) ซึ่งถูกถามว่าชอบมีมของตัวเองชิ้นไหนมากที่สุด
เขาตอบถึงภาพตัดต่อที่นำใบหน้าของเขาไปสวมร่างของ "ผู้ชายคนหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นเผด็จการชาวจีน" ตามที่สื่อต่างประเทศอ้างอิงคลิปดังกล่าว แม้เขาไม่ได้เอ่ยชื่อเหมา เจ๋อตุง โดยตรง
มีมชุดนี้เป็นเทรนด์ในหมู่แฟนบอล ที่เอาหน้านักเตะไปแปะบนภาพผู้นำทางทหารและการเมือง เพื่อเล่นกับฉายา "เดอะ ดิกเตเตอร์" (The Dictator) ที่หมายถึงอิทธิพลของเอ็มบัปเป้ในวงการฟุตบอล ตามรายงานของนิตยสารไทม์ (Time)
แต่สำหรับผู้ชมชาวจีน คำว่า "เผด็จการ" ที่โยงกับผู้นำคนสำคัญของชาติเป็นเรื่องอ่อนไหวอย่างยิ่ง
สปอนเซอร์จีนถอนตัวใน 1 วัน
เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2569 สามบริษัทประกาศยุติความร่วมมือกับเอ็มบัปเป้ ได้แก่
ตงเผิง (Dongpeng) หรืออีสต์ร็อก (Eastroc) ผู้ผลิตเครื่องดื่ม ซึ่งเพิ่งแต่งตั้งเอ็มบัปเป้เป็นแบรนด์แอมบาสเซเดอร์ของเครื่องดื่มเกลือแร่ "ปู้สุ่ยลา" (Bushuila) เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา
ตามรายงานของ CNBC แถลงการณ์ของบริษัทระบุว่า "ยุติความร่วมมือกับ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ทั้งหมด มีผลทันที" และ "ไม่ยอมรับพฤติกรรมใดๆ ที่ละเมิดความรู้สึกของคนในชาติ"
เมิ่งหนิว (Mengniu) ผู้ผลิตนมรายใหญ่ที่สุดของจีน ระบุว่า "คัดค้านอย่างหนักแน่นและไม่ยอมรับทุกถ้อยคำหรือการกระทำที่ทำร้ายความรู้สึกของชาวจีน" (อ้างอิง Yahoo Sports)
หมิลก์กราวด์ (Milkground) ผู้ผลิตชีส ประกาศยุติความร่วมมือเช่นกัน (อ้างอิง France 24)
เลอ มงด์ รายงานว่าสัญญาของตงเผิงและเมิ่งหนิวมีมูลค่ารวมราว 50 ล้านหยวน หรือประมาณ 6.7 ล้านยูโร
สื่อโปรตุเกสและสเปนบางแห่งอ้างรายงานของเลกิป (L'Équipe) ว่าสัญญาทั้งสองฉบับจะสิ้นสุดราวเดือน ก.พ. และ มี.ค. 2570 และมีแนวโน้มสูงที่จะต่อสัญญา ก่อนเกิดเรื่องนี้
นอกจากนี้ ดิออร์ (Dior) ฮับลอต (Hublot) และออน (On) ลบเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเอ็มบัปเป้ออกจากบัญชีเวยป๋อ (Weibo) ในจีน แต่ยังไม่มีแบรนด์ใดประกาศยกเลิกสัญญาในระดับโลก
ส่วนเสื้อเรอัล มาดริดหายไปจากร้านเรือธงของอาดิดาส (Adidas) ในปักกิ่ง และโคนามิ (Konami) ถอดเอ็มบัปเป้ออกจากเกมอีฟุตบอล (eFootball) เวอร์ชันจีน พร้อมหยุดผลิตการ์ดนักเตะของเขา
ด้านตลาดหุ้น บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่าหุ้นของออน โฮลดิงส์ (On Holding), อีสต์ร็อก และเมิ่งหนิว ปรับตัวลดลงในวันที่ 27 ต.ค. จากความกังวลของนักลงทุนต่อผลกระทบทางธุรกิจ
ลาลีกาและเรอัล มาดริดอยู่ในแรงกดดัน
ผลกระทบไม่ได้หยุดที่ตัวนักเตะ ซีซีทีวี (CCTV) ในเครือ CMG ระงับการถ่ายทอดสดลาลีกาและนัดที่เกี่ยวข้องกับเอ็มบัปเป้
รวมถึงโฆษณาที่มีเขาเป็นพรีเซนเตอร์ (อ้างอิง Goal, IBTimes) ตัวแทน CMG ที่ไม่เปิดเผยชื่อระบุว่า "เราจะฟังสิ่งที่เขาพูด แต่จะจับตาสิ่งที่เขาทำให้ใกล้ชิดยิ่งกว่า"
เอ็มบัปเป้ออกแถลงการณ์ขอโทษเมื่อวันที่ 27 ต.ค. เป็นภาษาฝรั่งเศส จีน และอังกฤษ โดยระบุว่าความเห็นของเขา "ขาดวิจารณญาณ"และ "ทำร้ายจิตใจผู้คนจำนวนมากในจีนและชุมชนชาวจีนทั่วโลก"
ต่อมาวันที่ 28 ต.ค. เรอัล มาดริดส่งจดหมายขอโทษถึง "ประชาชนชาวจีน" ผ่านลาลีกา มีข้อความว่า "สโมสรของเรามีความเคารพอย่างลึกซึ้งต่อจีน ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประชาชน"
ขณะที่ ฆาเวียร์ เตบาส (Javier Tebas) ประธานลาลีกา ส่งจดหมายถึงโทรทัศน์กลางของจีนและเข้าพบ เหยา จิง (Yao Jing) เอกอัครราชทูตจีนประจำสเปน
CMG ยืนยันว่าได้รับจดหมายแล้ว แต่ไม่ประกาศว่าพอใจหรือไม่ และไม่เปลี่ยนแปลงมาตรการระงับถ่ายทอด พร้อมเตือนว่า "หากไม่มีการขอโทษที่น่าพอใจ ก็ไม่มีพื้นที่ให้เจรจา"
ส่วนโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กั๋ว เจียคุน (Guo Jiakun) ระบุว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับคำขอโทษของนักเตะ แต่ไม่ได้บอกว่าจะยกเลิกมาตรการหรือไม่
ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันเรื่องมาตรการกับนัดแชมเปียนส์ลีกของเรอัล มาดริด และมิกู (Migu) ซึ่งเป็นพันธมิตรถ่ายทอดสดลาลีกาในจีน ยังไม่ประกาศระงับข้อตกลง
ตลาดจีนเหลือพื้นที่ให้พลาดน้อยลง
เจเรมี ชาน (Jeremy Chan) นักวิเคราะห์อาวุโสของยูเรเซีย กรุ๊ป (Eurasia Group) กล่าวว่า "จีนอ่อนไหวต่อภาพลักษณ์ของตัวเองในต่างประเทศมากขึ้น และมีศักยภาพในการตอบโต้มากขึ้นด้วย
ความเห็นแบบของเอ็มบัปเป้เมื่อทศวรรษก่อนอาจไม่มีใครสนใจ แต่วันนี้ถือว่ายอมรับไม่ได้" และ "ตลาดผู้บริโภคจีนทรงพลังเกินกว่าที่ดาราระดับโลกจะมองข้าม"
แดน หวัง (Dan Wang) ผู้อำนวยการทีมจีนของยูเรเซีย กรุ๊ป เสริมว่าช่วงนี้บรรยากาศการเมืองในจีนอ่อนไหวเป็นพิเศษ
เพราะใกล้การประชุมใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์ และเรื่องนี้ชี้ให้เห็น "พื้นที่สีเทาสำหรับบริษัทต่างชาติที่เหลือน้อยมาก"
ขณะที่หนังสือพิมพ์ปีเปิลส์เดลี (People's Daily) ซึ่งเป็นสื่อทางการของพรรค เตือนว่า "เมื่อล้ำเส้นหรือทำให้สาธารณชนไม่พอใจ ความเจิดจรัสทั้งหมดจะเลือนหายอย่างรวดเร็ว"
เทอร์เรนซ์ เบิร์นส์ (Terrence Burns) ซีอีโอของ ที เบิร์นส์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป ผู้เชี่ยวชาญด้านการสนับสนุนกีฬา ระบุว่า "ทีมของเอ็มบัปเป้ควรรู้ หรือน่าจะรู้ว่าต้นทุนที่แท้จริงของการเป็นพรีเซนเตอร์ให้แบรนด์จีนคืออะไร"
ทำไม "ประธานเหมา" จึงอยู่เหนือการวิจารณ์
เหมา เจ๋อตุง (Mao Zedong) เกิดปี 2436 เป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีนเมื่อปี 2464 นำพรรคเอาชนะพรรคก๊กมินตั๋งของเจียง ไคเชก หลังการสู้รบยาวนานถึง 22 ปี
ก่อนประกาศก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อปี 2492 ชาวจีนจำนวนมากจึงเรียกเขาว่า "บิดาแห่งจีนยุคใหม่"
ความทรงจำร่วมของชาติ ก่อนหน้านั้น จีนผ่านช่วงที่ถูกชาติมหาอำนาจรุกราน และต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามหลังพ่ายแพ้หลายครั้ง
ชาวจีนเรียกยุคนั้นว่า "ศตวรรษแห่งความอัปยศ" ภาพจำนี้ทำให้ผู้นำที่ปลุกให้จีนลุกขึ้นยืนได้อีกครั้งมีสถานะพิเศษในใจประชาชน
ด้านมืดของประวัติศาสตร์ นโยบาย "ก้าวกระโดดไปข้างหน้า" (Great Leap Forward) ช่วงปี 2501-2505 ซึ่งผลักให้ชาวนาหันไปหลอมเหล็ก นำไปสู่ภาวะอดอยากครั้งใหญ่
โดยประมาณการณ์ผู้เสียชีวิตแตกต่างกันตามแหล่งข้อมูล เช่น อย่างน้อย 30 ล้านคนตามรายงานของ America Magazine และ 36 ล้านคนตามการศึกษาของหยาง จี้เซิง (Yang Jisheng)
ส่วนช่วง "ปฏิวัติวัฒนธรรม" (ปี 2509-2519) ซึ่งเหมาใช้เยาวชนกลุ่มเรดการ์ด (Red Guards) เป็นกำลังสำคัญ มีผู้เสียชีวิตราว 1.5-3 ล้านคน
พรรคปกป้องเหมาเพื่อปกป้องตัวเอง หลังเหมาเสียชีวิตปีพ.ศ. 2519 ทางการลงโทษ "แก๊งสี่คน" (Gang of Four) ส่วนเติ้ง เสี่ยวผิง ผู้นำรุ่นถัดมา ประเมินว่าเหมา "ถูก 70 ส่วน ผิด 30 ส่วน"
เพราะหากตัดสินว่าเหมาผิดทั้งหมด ย่อมกระทบความชอบธรรมในการปกครองของพรรคโดยตรง
กฎหมายคุ้มครองวีรบุรุษ ปีพ.ศ. 2561 จีนผ่านกฎหมายคุ้มครองวีรบุรุษและผู้เสียสละ ซึ่งมีโทษทางปกครองหรือทางอาญาสำหรับผู้ที่ดูหมิ่นหรือใส่ร้าย ต่อมามีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาให้ครอบคลุมเรื่องนี้
ปัจจัยตลาดผู้บริโภค 1,400 ล้านคน สำหรับธุรกิจ ประชากรกว่า 1,400 ล้านคนคือทั้งโอกาสและความเสี่ยง เพราะกระแสความไม่พอใจของผู้บริโภคสามารถเปลี่ยนเป็นการคว่ำบาตรได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
กรณีเอ็มบัปเป้จึงถูกมองว่าเป็นสัญญาณถึงดารา นักกีฬา และแบรนด์ทั่วโลกว่า เรื่องที่เกี่ยวกับผู้นำและประวัติศาสตร์ของจีนมีราคาที่ต้องจ่ายสูง
ซึ่งเคสนี้ จีนไม่ได้แค่สั่งสอน "เอ็มบัปเป้" เท่านั้น แต่เป็นการประกาศให้โลกรับรู้โดยทั่วกันไปในตัวด้วย







