
BKKIFF 2026 ปักหมุดกรุงเทพฯ สู่เวทีหนังโลก ตั้งเป้า A-List ดันไทยเป็นฮับอุตสาหกรรมหนังอาเซียน
Bangkok International Film Festival 2026 กลับมาจัดเป็นครั้งที่ 9 วางเป้าหมายมากกว่าการเป็นเทศกาลฉายหนัง แต่ต้องการสร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นจุดนัดพบของผู้สร้าง นักลงทุน และเครือข่ายอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 สมาคมเทคนิค ไทยแลป ฟิล์มภาพยนตร์ เปิดตัว เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569 หรือ Bangkok International Film Festival 2026 (BKKIFF 2026) อย่างเป็นทางการ โดยได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม
เทศกาลปีนี้มีกำหนดจัดระหว่างวันที่ 13–27 กันยายน 2569 โดยวางเป้าหมายให้ BKKIFF เป็นมากกว่าพื้นที่จัดฉายภาพยนตร์จากทั่วโลก แต่เป็นเวทีเชื่อมโยงผู้สร้าง บุคลากร ผลงาน และเครือข่ายอุตสาหกรรมจากประเทศไทยกับต่างประเทศ เพื่อสร้างความร่วมมือและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว
ตั้งเป้ากรุงเทพฯ เป็นหมุดหมายใหม่บนปฏิทินหนังโลก
นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยมีศักยภาพทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญของบุคลากร ซึ่งสามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้ หากได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและมีเวทีที่ช่วยเปิดโอกาสให้ศักยภาพดังกล่าวได้รับการมองเห็น
BKKIFF 2026 จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงนำภาพยนตร์จากต่างประเทศมาฉายในไทย แต่ต้องการใช้เทศกาลเป็นพื้นที่นำเสนอความสามารถของผู้สร้าง นักแสดง และบุคลากรไทยต่อเครือข่ายภาพยนตร์จากทั่วโลก พร้อมสร้างความเชื่อมั่น เปิดทางให้เกิดการแลกเปลี่ยน ความร่วมมือ และโครงการใหม่ๆ ในอนาคต
เป้าหมายระยะยาวคือทำให้กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญบนปฏิทินเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ และต่อยอดประเทศไทยสู่การเป็น Film Industry Hub หรือศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เดินหน้าสู่ FIAPF A-List หวังเป็นแห่งแรกในอาเซียน
ดร.สะรณ โกวิทวณิชชา Festival Director ของ Bangkok International Film Festival 2026 กล่าวว่า การกลับมาของเทศกาลครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการนำงานกลับมาจัดอีกครั้ง แต่เป็นการวางรากฐานให้ BKKIFF มีตำแหน่งที่ชัดเจนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก และทำให้ผู้สร้างจากต่างประเทศรับรู้ว่าในทุกปีกรุงเทพฯ จะมีช่วงเวลาที่สามารถนำภาพยนตร์ ผู้คน และโอกาสทางธุรกิจมาเชื่อมโยงกันได้
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการผลักดันเทศกาลเข้าสู่ มาตรฐาน FIAPF A-List ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง หากทำได้สำเร็จ จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีเทศกาลภาพยนตร์ในระดับดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายเครือข่ายความร่วมมือกับเทศกาลและองค์กรภาพยนตร์ชั้นนำจากต่างประเทศ รวมถึงเปิดพื้นที่ให้ Rising Star หรือนักแสดงดาวรุ่งจากประเทศต่างๆ ในเอเชีย ได้พบกับผู้กำกับ ผู้ผลิต และบุคลากรในอุตสาหกรรม เพื่อสร้างเครือข่ายและต่อยอดเส้นทางการทำงานในระดับนานาชาติ
อนันดาชี้ “ความต่อเนื่อง” คือหัวใจสร้างเทศกาลให้แข็งแรง
อนันดา แมทธิว เอเวอริงแฮม Festival Ambassador ของ BKKIFF 2026 กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่จะทำให้เทศกาลเติบโตอย่างแท้จริงคือ “ความต่อเนื่อง” เพราะเมื่อเทศกาลเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ผู้สร้าง ผู้ชม และคนในอุตสาหกรรมจะเริ่มจดจำ เกิดความเชื่อมั่น และสามารถวางแผนกลับมาเชื่อมโยงหรือทำงานร่วมกันได้
ความต่อเนื่องจึงไม่ได้หมายถึงเพียงการจัดงานให้เกิดขึ้นทุกปี แต่คือการสร้างเครือข่าย ความสัมพันธ์ และโอกาสใหม่ๆ ให้เติบโตควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย
เขามองว่า เทศกาลภาพยนตร์ระดับนานาชาติจะไม่สามารถเติบโตจากความสำเร็จเพียงครั้งเดียว แต่ต้องอาศัยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ จนเกิดความเชื่อมั่นจากผู้สร้าง พันธมิตร และเครือข่ายภาพยนตร์ทั่วโลก
การจัด BKKIFF 2026 ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 9 จึงถูกวางให้เป็นอีกก้าวของการสร้างรากฐานระยะยาว เพื่อทำให้กรุงเทพฯ เป็นจุดนัดพบของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เชื่อมโยงทั้งผลงาน ผู้คน ตลาด และโอกาสทางธุรกิจจากทั่วโลก
ไม่ขายแค่โลเคชัน แต่ต้องขายศักยภาพ “คนไทย”
ภูมิภัทร ถาวรศิริ Festival Ambassador ของ BKKIFF 2026 กล่าวว่า เทศกาลภาพยนตร์ที่แข็งแรงไม่ควรเป็นเพียงสถานที่ให้ผู้ชมมาดูหนัง แต่ควรทำให้ผู้ชมเข้าใจว่าเบื้องหลังภาพยนตร์หนึ่งเรื่องประกอบด้วยคน ความคิดสร้างสรรค์ และกระบวนการทำงานจำนวนมาก
ในอีกด้านหนึ่ง เทศกาลต้องเป็นพื้นที่ให้คนในอุตสาหกรรมได้พบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างโอกาสใหม่ร่วมกัน โดยเฉพาะการทำให้ผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศเห็นว่า ศักยภาพของประเทศไทยไม่ได้อยู่เพียงเรื่องราวหรือสถานที่ถ่ายทำ แต่รวมถึง บุคลากรไทย ตั้งแต่ผู้กำกับ นักแสดง ผู้สร้าง นักเขียนบท ไปจนถึงทีมงานเบื้องหลังในทุกสาขา
BKKIFF 2026 จึงจะให้ความสำคัญกับการนำเสนอศักยภาพของคนไทยควบคู่กับความพร้อมของอุตสาหกรรม ผ่านกิจกรรมพบปะผู้สร้าง การสัมมนา การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย รวมถึงพันธมิตรจากต่างประเทศ
เป้าหมายคือทำให้เทศกาลไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่นำภาพยนตร์โลกเข้ามาสู่ประเทศไทย แต่เป็นประตูที่ช่วยนำ คนไทยและอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยออกไปเชื่อมกับตลาดโลก และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่ต่อยอดได้ในระยะยาว







