BEM-กทพ. ปิดฉากฟุตบอลปันสุข ซีซัน 2 ดึงลีซอปั้นเยาวชน เสริมทักษะ
BEM และ กทพ. สานต่อความสำเร็จ 'ฟุตบอลปันสุข สนุกรอบสายทาง ซีซัน 2' สนามสุดท้ายที่เมืองทองธานี ได้ 'ลีซอ ธีรเทพ' ร่วมเทรนทักษะลูกหนัง พร้อมพาน้องๆ 200 คนชมไทยลีกติดขอบสนาม
KEY
POINTS
- BEM และ กทพ. ปิดโครงการ "ฟุตบอลปันสุข ซีซัน 2" ซึ่งเป็นกิจกรรม CSR เพื่อพัฒนาทักษะฟุตบอลและสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนในชุมชนรอบเส้นทาง
- โครงการได้เชิญ 'ลีซอ' ธีรเทพ วิโนทัย อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย มาเป็นโค้ชพิเศษเพื่อถ่ายทอดเทคนิคและประสบการณ์ให้กับเยาวชนกว่า 100 คน
- นอกจากการฝึกสอนฟุตบอลแล้ว ยังมีการพาเยาวชนไปชมการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกในสนามจริง เพื่อสร้างแรงผลักดันและต่อยอดความฝัน
เมื่อ "โอกาส" วิ่งเข้าหาประตูใจ ภายใต้ใต้ทางด่วนและรถไฟฟ้า
โครงการ "ฟุตบอลปันสุข สนุกรอบสายทาง ซีซัน 2" โดย บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ร่วมกับ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้เดินทางมาถึงบทสรุปที่น่าประทับใจ ณ สนามธันเดอร์โดม ฟุตบอล พาร์ค เมืองทองธานี นี่ไม่ใช่แค่กิจกรรมกีฬา แต่คือกลยุทธ์ CSR ที่ผสานไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่เข้ากับความรับผิดชอบต่อสังคม (ESG) เพื่อยกระดับชีวิตชุมชนรอบสายทางพิเศษอย่างยั่งยืน
พลังของ Soft Power และไอดอลในสนาม
บรรยากาศในสนามครั้งที่ 3 นี้คึกคักเป็นพิเศษเมื่อเยาวชนกว่า 100 คน ได้พบกับ ‘ลีซอ’ ธีรเทพ วิโนทัย ตำนานกองหน้าเบอร์ 14 ของเมืองไทย ที่มาร่วมเป็นโค้ชพิเศษถ่ายทอดเทคนิคระดับมืออาชีพ นอกจากนี้ยังมีอินฟลูเอนเซอร์สายสปอร์ตชื่อดังอย่าง ‘แม็ก โยนเหรียญ’ และ ‘บาจโจ้’ มาร่วมสร้างสีสัน ทำให้ฟุตบอลคลินิกครั้งนี้กลายเป็นพื้นที่แห่งรอยยิ้มและการเรียนรู้ที่มีความหมาย
มากกว่าชัยชนะ คือประสบการณ์ระดับอาชีพ
นอกจากการแข่งขันฟุตบอล 7 ต่อ 7 ที่เน้นความสามัคคีแล้ว ไฮไลต์ที่ทำให้หัวใจน้องๆ พองโตคือการได้เข้าไปชมฟุตบอลไทยลีกในสนามจริง ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่หาซื้อไม่ได้ง่ายๆ การได้เห็นการเคลื่อนที่ การสื่อสาร และสปิริตของนักเตะอาชีพแบบติดขอบสนามเปรียบเสมือนการเติมเชื้อไฟให้ความฝันของเด็กๆ ชัดเจนยิ่งขึ้น
ธีรเทพ วิโนทัย ได้เปิดเผยความรู้สึกถึงโปรเจกต์นี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า: “ในฐานะรุ่นพี่ที่คลุกคลีอยู่กับวงการฟุตบอล บอกเลยว่าดีใจทุกครั้งที่เห็นโปรเจกต์ดีๆ แบบนี้เกิดขึ้น"
"ผมรู้สึกเป็นเกียรติและดีใจมากๆ ที่ได้กลับมาร่วมสานต่อโครงการในซีซัน 2 นี้ สำหรับผมฟุตบอลปันสุขไม่ใช่แค่การสอนเบสิกฟุตบอล แต่ยังเป็นการส่งต่อแรงบันดาลใจ การได้เห็นแววตาของน้องๆ ที่มีความกระหายอยากเรียนรู้ ทำให้ผมรู้สึกมีพลังตามไปด้วย ต้องขอบคุณทาง BEM และ กทพ. ที่เล็งเห็นความสำคัญ และเปิดโอกาสให้พวกเราได้มาแชร์ประสบการณ์ เพื่อสร้างรากฐานที่ดีให้กับเยาวชนไทยอีกครั้งครับ”
นอกจากนี้ ลีซอยังย้ำถึงความสำคัญของการดูบอลในสนามจริงว่า “การที่น้องๆ ได้ดูการแข่งขันฟุตบอลระดับอาชีพอย่างไทยลีกในวันนี้ ถือเป็นประสบการณ์ที่ดี เพราะการดูฟุตบอลในทีวีกับมาดูที่สนามจริง ความตื่นเต้นต่างกันเยอะเลยนะ น้องๆ จะได้เห็นพี่ๆ นักบอลเขาเก่งขนาดไหน เขาเคลื่อนที่กันไวมาก เขาตะโกนบอกกันตลอดเวลาเพื่อช่วยกันเล่น ซึ่งการได้เห็นพี่ๆ สู้กันในสนามแบบสดๆ จะทำให้น้องๆ รู้เลยว่า ถ้าเราอยากเก่งแบบนี้ เราต้องขยันซ้อมแค่ไหน ผมเชื่อว่าบรรยากาศในสนามจะช่วยเติมพลังให้ความฝันของน้องๆ ชัดเจนขึ้น และทำให้ทุกคนอยากกลับไปจับลูกบอลให้บ่อยขึ้นแน่นอนครับ”
ความมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน
โครงการนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนภาพลักษณ์ของ BEM และ กทพ. ในฐานะผู้ให้บริการคมนาคมขนส่งที่มีประสิทธิภาพ แต่ยังตอกย้ำถึงความใส่ใจในมิติทางสังคมและการส่งมอบความสุขคืนสู่ชุมชนรอบสายทาง ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) เพื่อสร้างสังคมไทยที่เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไปในอนาคต


