posttoday
ห้าวันที่ทำให้ สหรัฐ เจตมโนรมย์ ตื่น

ห้าวันที่ทำให้ สหรัฐ เจตมโนรมย์ ตื่น

26 มกราคม 2553

การตื่นทั้งหมดทั้งมวลที่เขาได้รับรู้ ก็มีที่มาจากประสบการณ์ในการเข้าร่วมงานภาวนากับหลวงปู่ติช นัท ฮันห์ และนักบวชจากหมู่บ้านพลัม....

การตื่นทั้งหมดทั้งมวลที่เขาได้รับรู้ ก็มีที่มาจากประสบการณ์ในการเข้าร่วมงานภาวนากับหลวงปู่ติช นัท ฮันห์ และนักบวชจากหมู่บ้านพลัม....

โดย...พัมพ์กิ้น_พาย

"ตื่น" ในความหมายของหลายๆ คนอาจจะหมายถึงการฟื้นขึ้นจากการหลับใหล หรือจากอาการง่วงเหงาหาวนอน

แต่คำว่า "ตื่น" ของผู้ชายคนที่ชื่อ ตี๋-สหรัฐ เจตมโนรมย์ กลับมีความหมายที่ต่างออกไป การตื่นของเขานั้นมีความหมายทั้ง การตื่นเต้น ที่จะได้พบกับพระผู้มีชื่อเสียงในระดับโลก การตื่นตา ไปกับวิถีการปฏิบัติภาวนาในแบบที่ไม่คุ้นชิน แต่ก็นำความเบิกบานมาให้อย่างเปี่ยมล้น ไปจนถึงการตื่นรู้เมื่อได้รับฟังการเทศนาธรรมดีๆ นั่นเอง

การตื่นทั้งหมดทั้งมวลที่เขาได้รับรู้ ก็มีที่มาจากประสบการณ์ในการเข้าร่วมงานภาวนากับหลวงปู่ติช นัท ฮันห์ และนักบวชจากหมู่บ้านพลัม ทั้งภิกษุ และภิกษุณี กว่า 80 รูปที่เดินทางมาจากหมู่บ้าน พลัม ประเทศฝรั่งเศส เพื่อมานำภาวนาด้วยตัวท่านเอง เมื่อเดือนพ.ค. 2550 ที่ผ่านมา จนอดไม่ได้ที่จะต้องนำเรื่องราวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น บรรยากาศภายในงานภาวนา กิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน รวมทั้งคำสอนของหลวงปู่มาถ่ายทอดเอาไว้อย่างละเอียดในหนังสือ "ห้าวันที่ฉันตื่น กับ ติช นัท ฮันห์" โดยหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือแนะนำ ประเภทสารคดี (สารคดีภูมิปัญญา) ของเซเว่นบุ๊คส์อวอร์ด ประจำปี 2551 อีกด้วย

ปัจจุบันสหรัฐเป็นนักจิตวิทยา อาจารย์พิเศษ และนักเขียนอิสระอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ พร้อมๆ กับเป็นอาสาสมัครให้กับมูลนิธิหมู่บ้านพลัมประเทศไทย

ห้าวันที่ทำให้ สหรัฐ เจตมโนรมย์ ตื่น สหรัฐ

จุดเริ่มต้นที่ทำให้สหรัฐเข้าไปปฏิบัติธรรมครั้งแรก เริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่ ด้วยการชักชวนของเพื่อนๆ และก็เป็นไปเพื่อจุดประสงค์บางอย่างเท่านั้น ไม่ได้เกิดจากความสนใจในการปฏิบัติอย่างแท้จริง

"ครั้งแรกที่ไปเข้าคอร์สปฏิบัติธรรมก็คือ สมัยมัธยม ตอนนั้นต้องไปเพราะเป็นวิชาพุทธศาสนา ถ้าไม่ไปก็ไม่ได้คะแนน และก็ไปด้วยจุดประสงค์ที่ ว่าตามผู้หญิงที่ชอบไป (หัวเราะ) ส่วนครั้งที่ 2 ต้องไปเพราะว่าเพื่อนทำกิจกรรมจัดค่ายธรรมะ ซึ่งเขาต้องหาคนไปให้ได้ตามยอด เราก็เลยไปให้กับ เพื่อน เพื่อที่ว่าเวลาเราจัดกิจกรรมจะได้มางานของเราบ้าง
ตอนนั้นเป็นความสนใจเพียงแค่นี้ ซึ่งพอไปก็ โอเค ถูกใจบ้างไม่ถูกใจบ้าง แต่ที่มารู้สึกกับการปฏิบัติจริงๆ ก็คือตอนที่เรียนปริญญาโท ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะอาจารย์เขาสั่งให้เราต้องอ่านหนังสือเกี่ยวกับปรัชญา ศาสนา ซึ่งพออ่านแล้วเราก็รู้สึกว่า เออ...น่าสนใจดีเหมือนกันนะ และจากการเรียนกับ รศ.ดร.โสรีช์ โพธิแก้ว ทำให้รู้สึกเรื่องนี้น่าสนใจ และก็เลยเริ่มศึกษามากขึ้น"

การศึกษาของเขานั้นเริ่มจากการอ่านหนังสือเกี่ยวกับปรัชญา/ศาสนามากขึ้น และที่สำคัญมีโอกาสได้ตามอาจารย์ไปปฏิบัติธรรมที่สวนโมกข พลาราม จ.สุราษฎร์ธานี และที่นี่เองที่เขาเริ่มรู้สึกดี และประทับใจกับการปฏิบัติจนต้องหาโอกาสเดินทางไปปฏิบัติธรรมเองอีกครั้งหนึ่ง

"ตอนที่ไปสวนโมกข์ ผมรู้สึกว่าเราเข้าใจในหลักธรรม และคำสอนต่างๆ มากขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะปฏิบัติได้ทั้งหมด เพราะบางครั้งเราก็ยังหงุดหงิดเหมือนเดิม เพียงแต่เมื่อเราเข้าใจในคำสอนต่างๆ มากขึ้น เราก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน หรือการปรึกษาต่างๆ ของเราได้ ทำให้เราเข้าใจจิตใจของคนมากขึ้น เพราะไปตรงนี้เราไปศึกษาความรู้ความเข้าใจมากกว่าเรื่องของการปฏิบัติ"

แล้ววันหนึ่งเขาคนนี้ก็ได้มีโอกาสลองไปปฏิบัติภาวนาในแนวทางของหมู่บ้านพลัมกับท่านติช นัท ฮันห์ ดูบ้าง ซึ่งแตกต่างไปจากแนวทางที่เขาเคยได้สัมผัสมา

"ผมรู้จักท่านติช นัท ฮันห์ มาจากหนังสือที่เคยได้อ่านตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่ปริญญาตรี แต่ตอนนั้นยังรู้สึกเฉยๆ แต่พอช่วงที่เรียนปริญญาโทก็ได้อ่านหนังสือของท่านมากขึ้น จากหนังสือที่อาจารย์กำหนดให้อ่าน และก็มีหนังสือของท่านอยู่หลายเล่มที่ผมอ่าน เพราะเราเห็นว่าเล่มบางดี (ยิ้ม)

กลายเป็นว่าเล่มที่บางๆ นั้น กลับรู้สึกว่าทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตัวตนของเรา เล่มนั้นชื่อว่า "เดิน : วิถีแห่งสติ" หนังสือเล่มนี้พูดเรื่องการเดินให้มีสติในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นสิ่งง่ายๆ ที่เรานำมาใช้ได้จริงๆ ก็เลยรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ไกลตัวเราจากที่เป็นอยู่ เพราะท่านจะเน้นเรื่องของการปฏิบัติที่สามารถนำมาใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ได้ต้องปฏิบัติเพื่อมีเป้าหมาย เพื่อบรรลุอะไรแบบนั้น แต่ก็ไม่เคยคิดว่าจะต้องไปหมู่บ้านพลัมเพื่อไปภาวนา

จนวันหนึ่งผมไปเดินเล่นที่ใต้ตึกคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แล้วพอดีมองไปเห็นโปสเตอร์เชิญชวนให้ร่วมปฏิบัติภาวนาตามแนวทางของหมู่บ้านพลัม โดยลูกศิษย์ของหลวงปู่ ผมอยากรู้ว่าเป็นยังไงก็เลยไปลองภาวนาดูกับเพื่อน แต่ก็ไปได้แค่ครึ่งวัน เพราะต้องไปทำธุระต่อ แต่แค่นั้นก็ทำให้ผมประทับใจ และรู้สึกดีมาก เพราะช่วงที่ทำกิจกรรม Tea Ceremony ก็ได้นั่งล้อมวงกับหลวงพี่ มีน้ำชากับคุกกี้ นั่งทานด้วยกันในความเงียบ ดื่มด่ำกับความเงียบ สัมผัสกับรสชาติของชากับคุกกี้อย่างแท้จริง"

ห้าวันที่ทำให้ สหรัฐ เจตมโนรมย์ ตื่น

จากความประทับใจในวันนั้น เมื่อวันหนึ่งที่หลวงปู่ติช นัท ฮันห์ และนักบวชจากหมู่บ้านพลัม เดินทางมานำภาวนาด้วยตัวท่านเองที่เมืองไทย สหรัฐจึงไม่พลาดที่จะเข้าร่วมงานด้วย ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้ใช้เวลาไปกับการภาวนาอย่างเต็มรูปแบบ 4 คืน 5 วัน และจากความประทับใจในการร่วมภาวนาในครั้งนั้นเขาจึงนำเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาใส่เอาไว้ในหนังสือเล่มนี้นั่นเอง

"การปฏิบัติครั้งนี้ผมปฏิบัติแล้วมีความเบิกบาน มีความสุข และนิ่งได้ด้วย แล้ววิถีการปฏิบัติในครั้งนี้นำไปใช้ในชีวิตประจำวันเราได้ อย่างบรรยายธรรมของหลวงปู่จะใช้ภาษาที่เราเข้าใจง่าย เข้าใจการปฏิบัติได้ดีขึ้น นำไปใช้ต่อได้ ส่วนการปฏิบัติอื่นๆ อย่างการกิน การนอน การเดิน ก็ทำให้เราทำแต่ละกิจกรรมได้อย่างมีสติมากขึ้น ผมเลยอยากเขียนหนังสือให้คนอื่นได้รู้ว่าผมไปมีความสุขมานะ เพราะทั้ง 5 วันทำให้เรายิ้มได้ รู้สึกเบิกบาน มองไปทางไหนมีแต่คนยิ้ม อารมณ์ดี น่ารัก อยากเขียนให้คนรู้ว่ามีสถานที่แบบนี้ มีการปฏิบัติแบบนี้อยู่ในโลกด้วยนะ อยากให้การปฏิบัติแบบนี้เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่สนใจครับ" สหรัฐ ทิ้งท้าย

นอกจากหนังสือเล่มนี้ สหรัฐยังมีผลงานเขียนอีกหลายเล่ม คือ Summer Job In USA, สูงวัยไม่สูญค่า จากการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน