
เชยชมบัวในสระน้ำ
เรื่อง : ศิริรัตน์ เนติดิลกภัทร์
ภาพ / จำลอง บุญสอง
เคยได้ยินคำเปรียบเปรยทางพุทธศาสนาอยู่บ่อยๆ ว่า มนุษย์เหมือนดอกบัวในลักษณะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บัวในตม บัวใต้น้ำ บัวปริ่มน้ำ หรือบัวพ้นน้ำ จึงเกิดนึกสงสัยขึ้นมาว่า เจ้าบัวที่ว่านี้จะเหมือนดอกบัวที่เราเห็นอยู่ตามท้องน้ำทั่วไปหรือไม่ แล้วบัวแต่ละชนิดมีรูปร่างหน้าตาต่างกันอย่างไร
เราจึงไปค้นหาคำตอบแบบเจาะลึกของ
“บัวสาย” ที่คนไทยมักจะนำมาต้มกินกันอยู่ประจำบัวสาย หรือ อุบลชาติ เป็นพืชน้ำที่มีอายุหลายฤดู มีลำต้นใต้ดินคล้ายเผือก หรือที่เรียกว่า เหง้า ใบและดอกเกิดจากตาหรือหน่อที่เติบโตขึ้นมาบนผิวน้ำ ด้วยก้านส่งใบและยอด แต่บัวสายบางชนิดก็มีใบใต้น้ำ ใบของบัวสายจะเป็นใบเดี่ยวรูปเกือบกลม ฐานใบหยักลึก ขอบเรียบหรือแหลม ผิวใบด้านบนเรียบมัน ส่วนด้านล่างมีขนละเอียดหรืออาจไม่มีก็ได้ แต่เส้นใบที่อยู่ด้านล่างนูนนั้นจะสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน โดยใบบัวจะออกสลับถี่ลอยบริเวณผิวน้ำเรียงเป็นวงกลม
ดอกบัว จะเป็นดอกเดี่ยวขนาดใหญ่ ก้านชูยาวเหนือน้ำ มีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ และกลีบดอกรูปรีแกมไข่จำนวนมาก โดยเรียงซ้อนกันไปมาหลายๆ ชั้น ส่วนผลจะมีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม บัวสายมีหลากหลายชนิดและเรียกแตกต่างกันออกไปตามสีดอก เช่น สีแดง สีขาว สีชมพู หรือใช้ชื่อจากขนาดดอก และลักษณะพิเศษอื่นๆ โดยประเทศไทยมีบัวชนิดต่างๆ คือ
บัวกินสาย หรือ บัวขม จะมีดอกสีขาวและกลีบดอกใหญ่ ซึ่งภายนอกเป็นสีอมชมพู หากดอกบานใหญ่เท่าฝ่ามือ ปลายจะทู่หรือแหลม ส่วนสายบัวนั้นขนาดใหญ่ประมาณปลายนิ้วก้อยและเป็นขนเล็กน้อย สำหรับใบจะมีลักษณะมน ขอบใบจักแหลมเป็นฟันเลื่อย ท้องใบเป็นสีเลือดหมูและมีขน
นอกจากนี้ ยังมี บัวขาว และบัวแดง ซึ่งทั้งสามพันธุ์ที่กล่าวมานี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีแต่คนเพาะปลูกไว้ชมดอกเท่านั้น โดยบัวเหล่านี้จะบานในเวลาค่ำ และหุบกลีบหลังเที่ยงของวันรุ่งขึ้น สายของบัวสามารถนำมารับประทานได้ แต่มีลักษณะกระด้าง ไม่อร่อยเท่าไรนัก
บัวขาบ จะมีดอกใหญ่สีม่วงคราม มีกลิ่นหอมและบานตลอดทั้งวัน
บัวเผื่อน จะมีดอกเล็กลีขาวซีด กลีบด้านในไม่มีสีครามปน หรือถ้ามีก็อาจเป็นสีจางๆ เท่านั้น บัวชนิดนี้จะบานในตอนกลางวันและมีกลิ่นหอม สามารถเกิดเองตามธรรมชาติได้ โดยเฉพาะแถบแหลมมลายู บัวเผื่อนจะมองเห็นได้ง่ายมาก เพราะสีของมันจะแปลกกว่าดอกไม้น้ำชนิดอื่น
บัวผัน จะมีลักษณะดอกคล้ายกับบัวเผื่อน เมื่อแรกบานจะมีสีครามอ่อน และต่อมาจะเปลี่ยนสีเป็นม่วงอมชมพู หัวของบัวชนิดนี้สามารถนำมารับประทานได้ ไม่มีรสขม จึงทานแบบดิบๆ ได้
บัวสุทธาสิโนบล จะมีดอกขนาดใหญ่และมีกลีบดอกสีม่วง สีน้ำเงินฟ้า สีครามอมม่วง หรือสีกุหลาบแก่ ส่วนหลังกลีบนอกจะเป็นสีเขียวปลอด ไม่มีจุดหรือขีดดำ มีกลิ่นหอม โคนเกสรเป็นสีเหลือง บัวชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดบนเกาะแซนซิบาร์ ประเทศแอฟริกาใต้ และนำเข้ามาปลูกในไทยเมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งสามารถเข้ากับดินฟ้าอากาศของเมืองไทยได้เป็นอย่างดี
นอกจากจากความสวยงามที่คุณจะได้ชื่นชมกัน บัวสาย ยังมีคุณค่าในการบำรุงกระดูกและฟัน ต้านโรคมะเร็งในลำไส้ บรรเทาความร้อนในร่างกายได้ดีอีกด้วย







