อร่อยในงานวัด
ทุกครั้งที่เขียนถึงของอร่อยในงานวัดตาลล้อม เยื้องตลาดหนองมน บางแสน มักจะเลยเวลางานของเขาไปแล้ว นั่นก็เพราะความลืมวันจัดงานของเขา พอรู้อีกที ถ้าไม่เลยไปแล้วก็กำลังอยู่ระหว่างช่วยงานเขา ไปมาแล้วและเอามาเขียนก็กลายเป็นการเล่าเรื่องย้อนหลัง แล้วการเล่าเรื่องย้อนหลังนั้นถ้าเป็นเรื่องตึกรามบ้านช่องก็ไม่เป็นไร ไปเมื่อไหร่ก็เจอ แต่ถ้าเป็นเรื่องกิน ถึงจะอร่อยแสนอร่อย แต่กว่าจะได้กินอีกทีหนึ่งก็เป็นปีหน้าคงจะไม่ไหวเหมือนกัน
ทุกครั้งที่เขียนถึงของอร่อยในงานวัดตาลล้อม เยื้องตลาดหนองมน บางแสน มักจะเลยเวลางานของเขาไปแล้ว นั่นก็เพราะความลืมวันจัดงานของเขา พอรู้อีกที ถ้าไม่เลยไปแล้วก็กำลังอยู่ระหว่างช่วยงานเขา ไปมาแล้วและเอามาเขียนก็กลายเป็นการเล่าเรื่องย้อนหลัง แล้วการเล่าเรื่องย้อนหลังนั้นถ้าเป็นเรื่องตึกรามบ้านช่องก็ไม่เป็นไร ไปเมื่อไหร่ก็เจอ แต่ถ้าเป็นเรื่องกิน ถึงจะอร่อยแสนอร่อย แต่กว่าจะได้กินอีกทีหนึ่งก็เป็นปีหน้าคงจะไม่ไหวเหมือนกัน
โดย...สุธน สุขพิศิษฐ์
ทุกครั้งที่เขียนถึงของอร่อยในงานวัดตาลล้อม เยื้องตลาดหนองมน บางแสน มักจะเลยเวลางานของเขาไปแล้ว นั่นก็เพราะความลืมวันจัดงานของเขา พอรู้อีกที ถ้าไม่เลยไปแล้วก็กำลังอยู่ระหว่างช่วยงานเขา ไปมาแล้วและเอามาเขียนก็กลายเป็นการเล่าเรื่องย้อนหลัง แล้วการเล่าเรื่องย้อนหลังนั้นถ้าเป็นเรื่องตึกรามบ้านช่องก็ไม่เป็นไร ไปเมื่อไหร่ก็เจอ แต่ถ้าเป็นเรื่องกิน ถึงจะอร่อยแสนอร่อย แต่กว่าจะได้กินอีกทีหนึ่งก็เป็นปีหน้าคงจะไม่ไหวเหมือนกัน
ครั้งนี้ไม่ลืมครับ งานวัดตาลล้อม ซึ่งเขาจัดงานทุกข้างขึ้น 9 ค่ำ เดือน 3 ครั้งนี้ตรงกับวันที่ 12 ก.พ.นี้ ผมเองก็ต้องไป เพราะห่างไป 2 ปีแล้ว คิดถึงข้าวต้มปลาอินทรี กับหอยทอด และกะละแม
ที่จริงรูปแบบการจัดงานนั้น เขาจัดกันเป็นกลุ่ม มี 4 วัด ซึ่งอยู่ในเขตบางแสนด้วยกันทั้งสิ้น การจัดก็ให้มีการต่อเนื่องกัน ไปวัดไหนก็ได้
เริ่มต้นวัดท้ายดอนก่อน โดยถือหลักจะต้องเป็น 9 ค่ำ จะข้างขึ้นหรือข้างแรมก็สุดแล้วแต่ วัดท้ายดอนมีงาน 4 วันก็เลิก จากนั้นก็คอยไปอีกเมื่อถึง 9 ค่ำอีกทีก็จัดที่วัดเตาปูน อีก 4 วัน จากนั้นไปเป็น 9 ค่ำ ก็ถึงคิววัดบางเป้ง มีงานอีก 4 วัน วัดสุดท้ายคือวัดตาลล้อม ที่จะมีวันขึ้น 9 ค่ำ ลงตัวที่เดือน 3 พอดี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 12 ก.พ.นี่เอง
ถึงคนบางแสนจะบอกว่าอาหารกับขนมก็เหมือนกัน ไปที่วัดไหนก็ได้ แต่ผมชินแต่วัดตาลล้อม แม่งานจัดงานก็รู้จักกัน คนกวนกะละแมก็จำกันได้ คนต้มข้าวต้มก็รู้จักกันอีก เรียกว่าไปกินที่นั่นแล้วได้ซื้อของกลับบ้าน แล้วยังได้ทักทายปราศรัยกันกับคนรู้จัก ปีหนึ่งก็เห็นหน้ากันที
ที่ผมชอบอาหารกับขนมในงานวัดตาลล้อมนี่ อย่างแรกพูดเต็มปากเต็มคำว่าอร่อย ชาวบางแสน หนองมน ปกติเป็นคนมือหนักถึงเครื่องถึงรสอยู่แล้ว และงานนี้วัดจะเป็นคนจัดเรื่องอาหารสดอาหารแห้งทุกอย่าง มะพร้าวน้ำตาลนั้นกองเป็นพะเนินเทินทึก จึงไม่ต้องยั้งมือ แล้วชาวบ้านน่ะมาทำอวดฝีมือ ไม่ได้ค้าขาย ไม่ต้องลด มะพร้าว น้ำตาล ถั่ว งา ไข่ ไม่ต้องกลัวขาดทุน ใครชมว่าอร่อยก็ปลื้ม คนมาซื้อเยอะก็ว่าได้บุญ เพราะได้เงินเข้าวัดเยอะๆ
เวลาไปที่นั่นต้องอยู่นานๆ ไปดูเขาทำ พวกขนมบางอย่างใช้เวลา เขาจะทำตั้งแต่เช้า โดยเฉพาะกะละแม จะกวนกันตั้งแต่เช้า มีหลายกระทะ การกวนกะละแมนั้นตามร้านที่ทำขายทั่วไปจะใช้เครื่องกวนหมดแล้ว แต่ที่นั่นยังใช้แรงงานคนอยู่ ตอนที่น้ำกะทิกับน้ำตาลยังใสๆ อยู่ ใช้คนไม่กี่คนและกวนนานหน่อย พอมันเริ่มงวดจนเหนียวเดือดปุดๆ นั้น คนกวนก็เพิ่มขึ้น แถมยังเปลี่ยนมือเร็วขึ้น ผมเคยลองกวนกับเขาเหมือนกัน กวนได้ไม่ถึง 3 นาที ก็ต้องเปลี่ยนมือ เหนื่อยหอบซี่โครงบาน
ผมกินกะละแมมาก็มากแล้ว ผมว่ากะละแมของวัดตาลล้อมเป็นแชมป์ หาคนที่อื่นมาโค่นแชมป์ยาก ทั้งหวาน ทั้งมัน กะละแมที่นั่นวางไว้มดไม่ขึ้น มดมันปีนไม่ไหวเพราะลื่นหกคะมำความมันกะทิ
จะกินกะละแมก็ต้องมีเส้นสายเหมือนกัน แค่จากกระทะเทใส่ถาดยังไม่ทันวางขายก็หมดแล้ว ก็ชาวบ้านนั่นแหละมีคิวจองกันหมด ผมถึงต้องไปแต่เช้าไปลงคิวกับเขาไว้
กะละแมยังไม่ได้ ก็ดูขนมอย่างอื่นไปก่อน ขนมที่หากินยากก็มีอย่างขนมผักกาด ที่ใช้หัวไช้เท้าสับละเอียดนึ่งก่อนแล้วไปกวนกับกะทิน้ำตาล กวนจนเหนียวใส อร่อยจริงๆ พวกข้าวเหนียวแก้ว ถั่วกวน ข้าวเหนียวตัด สังขยาฟักทอง ก็สุดยอดทั้งนั้น
สำหรับพวกอาหารคาว เช่น ข้าวต้ม หอยทอดนั้น เขาจะเริ่มขายเอาตอนเย็น ข้าวต้มใช้ปลาอินทรี สำหรับหอยทอดจะเป็นแบบแป้งนิ่มๆ ไม่กรอบเหมือนหอยทอดในกรุงเทพฯ น่ากินไปอีกอย่างหนึ่ง
สำหรับเจตนาหรือเป้าหมายการจัดงานนั้น ผมว่าถูกเรื่องถูกทางดี เอาเรื่องบุญเป็นตัวตั้ง ชาวบ้านมาช่วยงาน มาแต่ตัว มาลงแรงเท่านั้น วัดจัดเตรียมไว้หมด ข้าวเหนียว ข้าวสาร ผัก น้ำมัน มะพร้าว น้ำตาล แป้ง ไข่ น้ำปลา ซีอิ๊ว ของใช้ทั้งเตาแก๊ส หม้อ ชาม ช้อน ตะเกียบ แม้กระทั่งลิโพ
ที่น่าทึ่งคือการจัดการ จะมีแม่งานอยู่คนหนึ่ง แล้วก็มีลูกทีม เป็นรุ่นคุณยายด้วยกันทั้งนั้น แม่งานจะแบ่งงาน ฝ่ายไหนทำอะไร หั่น ปอก ก็พวกหนึ่ง ที่อยู่หน้าเตา ทั้งนึ่ง ทั้งกวน ก็อีกพวกหนึ่ง นั่นเป็นพวกที่ทำของขาย
อีกพวกหนึ่ง ทำอาหาร พวกแกง พวกผัด ทอด ยำ สำหรับเลี้ยงชาวบ้านที่มาช่วยงาน วันหนึ่งทำ 3 มื้อ ซึ่งแม่งานจะรู้ว่าจะมีคนมาช่วยงานกี่คน ต้องเตรียมอาหารให้กินไม่ขาดตกบกพร่อง
อาหารสด อาหารแห้ง ต้องรู้ด้วยว่าต้องเตรียมเท่าไร คุณยายแม่งานน่ะนอนที่วัดไม่ไปไหน ตลอดวันงาน สำหรับการขายทางวัดก็จะตั้งคนดูแลเรื่องนี้อีกต่างหาก
ชาวบ้านที่มาช่วยงานนี้ถือว่ามาทำบุญครับ เอาแรงงานตัวเองเป็นการทำบุญ ทีนี้คนที่ไปซื้อไปกินก็ถือว่าไปทำบุญด้วยเหมือนกัน เงินที่ซื้อ ที่กิน นั้นเข้าวัดทั้งสิ้น รูปแบบอย่างนี้อยู่บนฐานของความพอใจ คนซื้อนั้นอิ่มทั้งใจและอิ่มทั้งปาก
ในรูปแบบ เจตนา และเป้าหมายนั้น จะสมบูรณ์แบบแล้ว ที่อื่นจะเอาแบบนี้ไปทำบ้างก็ได้ แต่ต้องใช้เวลาครับ อย่างแรกต้องรู้กำลังงาน ความพร้อม จังหวะเวลา ฝีมือ และจุดเด่นที่มีอยู่แล้ว เช่น อาหารและขนมพื้นถิ่น สมมติว่ามีทุกอย่างครบถ้วน คนเข้าไปซื้อ ไปจ่ายเงินน่ะมีอยู่แล้ว ขอให้บอกเถอะเรื่องกินบ่ยั่นอยู่แล้ว สำหรับงานวัดตาลล้อมนี้ชวนกันไปครับ ไปซื้อไปกินเอาบุญกันครับ


