
บ้านประหยัดพลังงาน
...ภาสกร พุทธิชีวิน
ประเทศอังกฤษเมืองผู้ดี กำลังรณรงค์ให้เห็นถึงความสิ้นเปลืองของการใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน โดยชี้ให้เห็นว่า บางครั้งพลังงานที่ใช้นั้นสูญเปล่าอย่างน่าเสียดาย
เขาใช้บ้านหลังหนึ่งเป็นตัวอย่างของการใช้พลังงานจากความเคยชินในชีวิตประจำวัน ว่าสูญเปล่าไปแค่ไหนใน 24 ชั่วโมง พวกเขาสมมติให้ครอบครัวของบ้านหลังนี้มีอยู่ 4 คน ประกอบด้วย พ่อ แม่ ลูกชาย และลูกสาว ลูกทั้งสองยังอยู่ในช่วงวัยรุ่นทั้งคู่ ส่วนพ่อแม่เป็นพนักงานบริษัท
เหตุที่ทีมงานรณรงค์เลือกบ้านหลังนี้ เพราะอยู่ใกล้ๆ กับโรงยิมขนาดใหญ่ที่สามารถบรรจุ
“โรงไฟฟ้าพลังงานมนุษย์” ได้พอดิบพอดีมาดูกันก่อนครับ เดี๋ยวจะเฉลยว่าโรงไฟฟ้าพลังงานมนุษย์ที่ผมพูดถึงนี้คืออะไร
ในช่วงรุ่งสางของวันสุดสัปดาห์ ทีมงานแอบไปสลับกระแสไฟฟ้าจากสายส่งกระแสไฟฟ้าหลักเป็นกระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานมนุษย์ ในขณะที่ทุกคนยังไม่ตื่น
เมื่อสลับกระแสไฟฟ้าเรียบร้อย โรงไฟฟ้าพลังงานมนุษย์ก็เริ่มทำงานผลิตกระแสไฟฟ้าโดยทันที ทั้งนี้โรงไฟฟ้าที่ผมว่ามันก็คือจักรยานออกกำลังกายธรรมดาๆ นี่เอง แต่การปั่นที่นอกจากจะได้เหงื่อตามวัตถุประสงค์หลักแล้ว เขาได้เอามอเตอร์มาพ่วงเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าด้วย โดยใช้จักรยานออกกำลังกายทั้งหมด 200 คัน เพื่อภารกิจนี้
ในโรงไฟฟ้าพลังงานมนุษย์นี้ มีจอคอมพิวเตอร์และจอขนาดใหญ่จากกล้องวงจรปิดที่แอบติดไว้ดูพฤติกรรมของคนในบ้านหลังนี้ด้วย ในจอจะแสดงการใช้พลังงานในบ้าน กับกระแสไฟฟ้าที่ปั่นได้ว่ามีมากน้อยแค่ไหน ถ้าใช้มากและผลิตกระแสไฟฟ้าไม่ทันกับที่ใช้ ภาพที่แสดงจะอยู่ในโซนสีแดง นั่นหมายถึงไฟในบ้านจะดับทันที
เวลาประมาณ 7 โมงเช้า พ่อบ้านตื่นนอน ภาพจากกล้องวงจรปิดชี้ให้เห็นว่า พ่อบ้านคนนี้เดินไปที่ห้องครัว เปิดน้ำจากก๊อกใส่ในหม้อต้มน้ำเพื่อชงกาแฟ ทันทีที่เปิดสวิตช์หม้อต้มน้ำ ภาพจากคอมพิวเตอร์จะเห็นการใช้พลังงาน
อาสาสมัคร 200 คน ก็ต้องปั่นจักรยานผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อทดแทนการใช้พลังงาน ไม่นานค่าพลังงานก็อยู่ในแดนบวก และชนซิลลิง แสดงว่าไฟฟ้ามีเหลือเฟือ ในเวลาต่อมาพ่อบ้านคนเดิม เปิดตู้เย็นหยิบขนมในตู้เย็นเข้าไปอุ่นในเตาไมโครเวฟ เราจะเห็นภาพแสดงค่าพลังงานวูบลงมาเล็กน้อย แต่สักพักด้วยแรงปั่นของคน 200 คน ค่าพลังงานก็ชนซิลลิงอีกครั้ง
เสร็จจากดื่มชา กาแฟ พร้อมขนมเสร็จ พ่อบ้านคนเดิม เดินไปห้องน้ำ เขาเดินไปเปิดน้ำ เพื่อให้เครื่องทำน้ำร้อนทำงาน ทันทีที่เปิดเครื่องทำน้ำร้อน ภาพจากคอมพิวเตอร์แสดงให้เห็นว่ามีการใช้พลังงานอย่างมาก จากแดนบวกมากๆ วูบลงมาเกือบถึงแดนลบ อาสาสมัครต้องปั่นกันอย่างอุตลุด เพื่อไม่ให้พลังงานหล่นไปอยู่ที่โซนสีแดง เพราะนั่นหมายถึงไฟดับ
แล้วนรกของโรงไฟฟ้าพลังงานมนุษย์ก็เริ่มขึ้น เมื่อแม่และลูกอีก 2 คนตื่นนอน และเริ่มกิจกรรมของวัน แม่บ้านลงมาที่ห้องครัว เปิดเตาอบ เปิดเตาไฟฟ้า เพื่อทำอาหารเช้า แน่นอนค่าพลังงานวูบทันที หัวหน้าทีมปั่นจักรยานต้องตะโกนให้ทุกคนช่วยกันปั่นให้หนักกว่าเดิม เพราะภาพยังอยู่ในโซนลบ นั่นเป็นเพราะอุปกรณ์ที่แม่บ้านใช้ คือ ตัวใช้พลังงานอย่างมหาศาล
ขณะที่ลูกทั้งสองคนตื่นขึ้นมา ก็เริ่มใช้พลังงานเหมือนกัน ทั้งคอมพิวเตอร์ ฟังเพลง โทรทัศน์ ตามพฤติกรรมของวัยรุ่นในทุกประเทศ ถึงตอนนี้นักผลิตกระแสไฟฟ้า 200 คน เหงื่อแตกพลั่กแล้ว แม้อากาศจะเย็นก็ตาม
ค่าพลังงานตกเกือบไปแตะโซนสีแดง เมื่อแม่บ้านเปิดเครื่องซักผ้า ซักผ้าอยู่ 45 ชิ้น ในเวลาต่อมา ไม่ต้องบอกนะครับว่า โรงไฟฟ้าที่อยู่ในโรงยิมข้างๆ จะปั่นจักรยานกันขนาดไหน เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้ทันกับการใช้
ยังโชคดีที่บ้านหลังนี้ พ่อบ้านอาบน้ำตอนเช้าคนเดียว แม่บ้านและลูกอีก 2 คน ไม่อาบน้ำอุ่นในตอนเช้า
ช่วงสายวันเดียวกันทุกคนเดินออกจากบ้านไปสวนสาธารณะใกล้ๆ บ้าน แต่การออกจากบ้านนั่นไม่ได้หมายถึงไม่มีการใช้พลังงานภายในบ้านหลังนี้ เพราะภาพยังแสดงให้เห็นว่ามีการใช้พลังงานอยู่ตลอดเวลา
ทีมงานแอบเข้าไปในบ้าน เพื่อดูว่าทำไมยังมีการใช้พลังงานอยู่ ปรากฏว่าจอคอมพิวเตอร์ยังเปิดอยู่ โทรศัพท์มือถือยังชาร์ตอยู่ ทีวียังมีปุ่มแดงอยู่หน้าจอ เครื่องเสียงยังเปิดสแตนบายอยู่ และอีกมากมายที่กินกระแสไฟฟ้า แล้วไม่เกิดประโยชน์อันใด
ในอีก 1 ชั่วโมงต่อมา เมื่อครอบครัวนี้เข้าบ้าน ทางทีมงานเชิญมาดูโรงไฟฟ้าพลังงานมนุษย์ แล้วย้อนให้พวกเขาดูว่า พฤติกรรมในชีวิตประจำวันของพวกเขาสูญเสียพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์อย่างไร และนั่นทำให้อังกฤษสูญเสียค่าพลังงานไปเปล่าๆ ประมาณ 4 หมื่นล้านบาทต่อปี
เปลี่ยนหลอดไฟ เปลี่ยนเครื่องทำน้ำร้อนจากไฟฟ้าเป็นเครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ ดึงปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดออกเมื่อไม่ใช้งาน ซักผ้าในปริมาณที่พอเหมาะ
และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน แค่นี้ก็ลดการใช้พลังงานไปได้เยอะทีเดียวครับ







