
โดนเทวดาสั่งสอนเพราะผิดสาบาน
ไม่รู้ว่าใครเคยสาบานอะไรกับใครไว้หรือเปล่า ถ้ายังละก็อยากให้ฟังเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ จะได้ไม่ต้องไปสาบานอะไรกับใคร โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้จะทำได้หรือไม่ได้...
ไม่รู้ว่าใครเคยสาบานอะไรกับใครไว้หรือเปล่า ถ้ายังละก็อยากให้ฟังเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ จะได้ไม่ต้องไปสาบานอะไรกับใคร โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้จะทำได้หรือไม่ได้...
โดย...อ.ตุ้ย วรธรรม
ไม่รู้ว่าใครเคยสาบานอะไรกับใครไว้หรือเปล่า ถ้ายังละก็อยากให้ฟังเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ จะได้ไม่ต้องไปสาบานอะไรกับใคร โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้จะทำได้หรือไม่ได้
เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในวัดมหาพุทธาราม (วัดพระโต) จ.ศรีสะเกษ เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับท่านเจ้าอาวาส พระราชธรรมสารสุธี และท่านก็เมตตาเล่าให้ฟัง
เหตุเกิดเมื่อปี 2543 ขณะที่ท่านมาเป็นเจ้าอาวาสวัด เป็นปีที่ 3 ได้มีพระภิกษุสามเณรได้มาขออยู่อาศัยเพื่อเรียนนักธรรมและบาลีค่อนข้างมากประมาณ 50 รูป ทำให้วัดคึกคักมากกว่าที่เคยมีมาในรอบ 10 ปี
ธรรมดาพระเณรเมื่อมาอยู่ด้วยกันมากก็ต้องมีกฎระเบียบต่างๆ ซึ่งนอกเหนือจาก “วินัย” ของบรรพชิตที่ต้องมีอยู่แล้วในการอยู่ร่วมกันมาบังคับใช้ และวัดมีกฎระเบียบข้อหนึ่ง “ห้ามสามเณรสูบบุหรี่” ด้วย
ปรากฏว่าปีนั้นมีสามเณรรูปหนึ่งอายุ 14 ปี รูปร่างสูงโปร่ง ท่าทางทะมัดทะแมง ชอบสนุก แต่ไม่ชอบการเรียนหนังสือ
พอใกล้เวลาเรียนสามเณรรูปนี้มักจะหายตัวไป ซึ่งไปไหนนั้นถามใครก็จะไม่รู้ว่าไปไหน จะปรากฏตัวอีกครั้งก็ตอนเลิกเรียน และจะเป็นอย่างนี้จนเป็นที่รู้กันในบรรดาพระเณรในวัด
ท่านเจ้าอาวาสก็รู้สึกแปลกใจกับการหายตัวก่อนเวลาเรียนของสามเณรรูปนี้อยู่จึงพยายามค้นหาความจริง และแล้ววันหนึ่งเวลาประมาณ 10 โมงเช้า ขณะที่ท่านกำลังเดินผ่านใต้ต้นลำไยหน้าอาคารเรียน ซึ่งอยู่ใกล้กับถังเก็บน้ำก็ได้เห็นเปลือกส้มหล่นลงมาจากต้นลำไยจึงแหงนขึ้นไปดูบนต้นลำไย ก็ได้อู่ผูกแขวนอยู่บนต้นลำไย
ที่ยิ่งกว่านั้นก็คือได้เห็นผ้าเหลืองโผล่ออกมานอกอู่จึงมั่นใจว่าคนที่นอนในอู่นั้นเป็นใครไปไม่ได้นอกจากสามเณรเจ้าปัญหาที่ชอบหายตัวไปในเวลาเรียนเกือบทุกวัน
ท่านบอกว่ารู้สึกเคืองสามเณรเหมือนกัน แต่ไม่ได้เคืองเพราะสามเณรหนีเรียน แต่เคืองว่าถ้าเกิดพลัดตกลงมาจากต้นไม้สามเณรจะได้รับอันตราย และถ้าเป็นเช่นนั้นพ่อแม่เณรคงหาว่าเจ้าอาวาสไม่ดูแล
พฤติกรรมไม่ดีของสามเณรไม่แค่นี้ แต่ทราบว่าได้แอบไปสูบบุหรี่กับเด็กวัยรุ่น ท่านเจ้าอาวาสจึงได้เรียกมาตักเตือนให้หยุดการกระทำเด็ดขาดพร้อมให้สาบานต่อหน้าหลวงพ่อโตในวิหาร ซึ่งสามเณรก็ยินดีปฏิบัติตามทุกอย่าง
ตกเย็นวันเดียวกันได้ยินเสียงพระเณรและคนที่สัญจรไปมาในวัดร้องเสียงดังให้ช่วยเหลือกันวุ่นวาย ขณะที่เจ้าอาวาสกำลังเดินออกจากกุฏิก็เห็นพระกำลังอุ้มสามเณรนั้น ซึ่งสลบอยู่และตามร่างกายเปรอะเปื้อนเลือด
ท่านจึงถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและทราบจากผู้เห็นเหตุการณ์ว่าเห็นสามเณรขึ้นไปเคาะระฆังแล้วตกลงมากระแทกพื้นข้างล่างสลบเหมือดเลือดไหลอย่างที่เห็น จากนั้นช่วยกันปฐมพยาบาลจนสามเณรได้สติฟื้นขึ้นมา
ทั้งนี้ พอสามเณรลืมตาขึ้นมาเห็นท่านเจ้าอาวาสนั่งอยู่ข้างหน้าจึงได้กราบขอโทษว่า หลวงพ่อครับผมขอโทษที่ไม่เชื่อหลวงพ่อ
“เกิดอะไรขึ้น” เจ้าอาวาสถาม
“ผมสูบบุหรี่ครับ” เณรน้อยสารภาพ
“ลองเล่าให้ฟังหน่อยซิทำไมตกหอระฆัง” เจ้าอาวาสถามต่อ
สามเณร จึงเล่าว่า เป็นคนขึ้นไปตีระฆังทำวัตรเย็นเอง พอตีได้สองสามที จู่ๆ มีคนร่างใหญ่เอามือมาหมุนหัว 3-4 รอบแล้วเอามือผลักลงมาตรงช่องบันไดทางขึ้นหอระฆัง จากนั้นก็หน้ามืดวูบไปไม่รู้สึกตัว
“เณรรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น” หลวงพ่อเจ้าอาวาสถาม
“รู้ครับ เพราะผมผิดคำสาบานที่ให้ไว้กับหลวงพ่อในวิหาร ทำให้เทวดาโกรธ ไม่ชอบหน้าผม” สามเณรตอบทันควัน
เรื่องนี้ไว้เป็นหน้าที่ของเมธีชนพิจารณาเอง แต่สำหรับสามเณรน้อยยืนยันพันเปอร์เซ็นต์ว่าถูกเทวดาลงโทษเพราะไปผิดคำสาบานต่อหลวงพ่อโตพระศักดิ์สิทธิ์|คู่บ้านคู่เมืองศรีสะเกษ







