
วิมานแมว...โลกของคนรักแมว ‘สอง พาราด็อกซ์’
เรื่อง / ภาพ อินทรชัย พาณิชกุล
ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง กับบุคลิกหลุดโลกของ สอง พาราด็อกซ์ ยามอยู่บนเวทีคอนเสิร์ต
เพราะมือเบสจอมเพี้ยนคนนี้ สะกดให้ผู้คนตะลึง ด้วยการแต่งหน้าทาปาก ย้อมผมสีสันแสบตาสารพัดสี บ้างก็นุ่งกระโปรงแบบผู้หญิงญี่ปุ่น ไม่ก็ใส่ชุดแมสคอตเป็นสัตว์น่ารักน่าชัง พร้อมวาดฝีไม้ลายมือเล่นดนตรีสุดสะเด่าเมามัน เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นได้ทุกครั้ง
แต่ยามลงจากเวที หลังเก็บกวาดภาพทุกอย่างลงในลิ้นชัก เขากลายเป็นเพียงชายท่าทางสุภาพเรียบร้อยธรรมดาๆ
เช่นเดียวกับวันนี้ สองจักรพงศ์ สิริริน เปิดบ้านย่านห้วยขวางให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสโลกส่วนตั๊วส่วนตัวของเขาคนนี้
“
โลกของคนรักแมว” สอง พาราด็อกซ์ เอ่ยขึ้นแบบขำๆ เหมือนทักทายเขามาพร้อมกับผมยาวสลวยสีชมพูแปร๋น แว่นเรย์แบนกรอบสีฟ้าสดใส หน้ามึนๆ แต่ก็เปี่ยมด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง ในห้องรับแขกห้อมล้อมด้วยแผ่นหนัง เกม และซีดีเพลง บนโซฟายาวมีแมวตัวอ้วนนอนหลับปุ๋ย หลังตู้หนังสือสูงท่วมหัวก็มีแมวร่างเพรียวยืนเก้ๆ กังๆ มองลงมาอย่างหวาดหวั่น เสียงแมว 2 ตัว ไล่งับกันดังแง้วๆ ดังมาจากครัวหลังบ้าน
นี่มันวิมานแมวชัดๆ...
“
บ้านนี้มีแมวอยู่ 4 ตัว พี่ใหญ่สุดก็เจ้าอ้วนบนโซฟาชื่อ เหนียวเหนียว รองลงมาก็ 2 ตัวลายเสือที่ไล่ฟัดกันตะกี้ ชื่อ เสือเข้ม กับ เสือจืด (ตั้งชื่อตามระดับความเข้มข้นของสีขน) แล้วตัวสุดท้องก็อยู่บนนู้น ลาวา ครับ” เขาชี้นิ้วไปบนหลังตู้กว่าจะมาเป็นคนรักแมวเหมือนอย่างวันนี้ สองเคยผ่านการเลี้ยงเจ้าสัตว์หน้าขนสายพันธุ์นี้มาหลายครั้ง ต่างกรรมต่างวาระ
“
ผูกพันกับแมวมาตั้งแต่เด็ก ตัวแรกเลยมันตกมาจากหลังคา เลยเอาปลาทูให้กิน แต่ที่บ้านไม่ให้เลี้ยง ก็พยายามแอบเล่นกับมัน จนอยู่ๆ วันหนึ่งมันก็หายไป ครั้งที่สองตอนเรียนที่ครุศาสตร์ จุฬาฯ ช่วงวาดรูปในสตูดิโอดึกๆ ดื่นๆ ก็มีแมวตัวหนึ่งคาบลูกตัวเล็กๆ มาทิ้ง ผมก็ให้ข้าวให้น้ำ เล่นกับมันจนหลายปีผ่านไปมันก็โตขึ้นๆ แล้วก็หายไปอีก ตอนนั้นเสียใจมาก หนีจากไปอีกแล้ว ผมเลยไม่คิดอยากจะเลี้ยงมันจริงๆ จังๆ แล้ว” น้ำเสียงสะอื้นในลำคอจนเมื่อ 5 ปีก่อนย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้ บุพเพสันนิวาสก็ชักนำแมวพลัดถิ่นให้มาพบเขาอีกครั้ง
“
จำได้ว่าวันนั้นนอนดูทีวีอยู่ มันก็เดินเข้ามาเฉยๆ ผมก็ให้อะไรมันกินเหมือนเดิม กินอิ่มก็ไป หิวอีกก็กลับมา บ่อยๆ เข้าก็เลยเชิญให้อยู่บ้านซะเลย (หัวเราะ) ส่วนเจ้าเสือเข้มกับเสือจืดนี่ ผมนั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่กับเพื่อน เห็นแมวลายเสือตัวเล็กน่ารักก็ชอบ เจ้าของร้านบอกเอาไปเลี้ยงหน่อยเถอะ มีเยอะเลี้ยงไม่ไหว ก็เลยได้สมาชิกใหม่เพิ่ม สุดท้ายไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เจ้าลาวาก็มาอีก มาแบบไม่ได้ตั้งใจเหมือนกัน มันขาเจ็บน่ะครับ แฟนผมเห็นก็พาไปหาหมอ หายแล้วก็เลยเลี้ยงมันอีกตัว”ทั้งคนทั้งแมวต่างมาพบกันโดยบังเอิญราวพรหมลิขิตบันดาล...
เมื่อตัดสินใจดูแลสมาชิกหน้าขนทั้ง 4 จริงๆ จังๆ หนุ่มสองจึงดัดแปลงบ้านให้เป็นวิมานแมว เขาติดตั้งรั้วลวดหนามกั้นหลังคากับกำแพงนอกบ้าน ป้องกันแมวเหมียวหนีเที่ยว ต่อชั้นวางของบนผนังไว้เป็นชั้นลอยเพื่อให้มันพักผ่อนบนระเบียงลอยฟ้า ปลูกต้นไม้เพิ่มความร่มครึ้ม วางถาดน้ำและอาหาร จนถึงกระบะปลดทุกข์เป็นระเบียบเรียบร้อย ที่เด็ดสุดคือลงทุนสั่งประตูแมวแบบบานพับเล็กๆ ให้เข้าออกนอกบ้านได้อิสระ (จากเว็บไซต์อีเบย์เชียวนะฮ้าฟ)
“
ข้อดีคือพวกมันจะได้อยู่อย่างสุขสบาย เข้าในออกนอกได้เต็มที่ มีทั้งโซนห้องแอร์เย็นฉ่ำ โซฟานุ่มๆ หรือจะเอาต์ดอร์ วิ่งเล่นรับลมรับแดด มีต้นไม้ ส่วนข้อเสีย พวกมันมักจะมีของสะสมมาฝากด้วย ทั้งกิ้งก่า อึ่งอ่าง หนู ล่าสุดคาบงูตัวเล็กๆ เข้าบ้าน จนถึงวันนี้ยังไม่รู้เลยว่าไอ้งูนั้นมันอยู่ที่ไหน” สองหัวเราะก๊ากเต็มเหนี่ยวแม้จะมอบสิ่งอำนวยความสะดวกสบายครบครันน่าอิจฉา แต่เจ้าของหนุ่มยืนยันว่าจะไม่ยอมปล่อยให้แมวของเขาออกไปเพ่นพ่านนอกบ้านเด็ดขาด
“
ผมเลี้ยงแบบบ้านๆ นี่แหละ ไม่ได้ไฮโซอะไรมาก ให้ความสำคัญเรื่องอาหาร คุณภาพต้องดี น้ำต้องสะอาด เปลี่ยนกระบะถ่ายทุกวัน เล่นกับมันตลอดเวลา บางทีก็นอนด้วยกัน ผมไม่ปล่อยให้มันโซซัดโซเซพเนจรแน่ๆ เป็นห่วงครับ ประคบประหงมเลี้ยงมาตั้งแต่ยังตัวเล็กๆ กลัวไม่รู้จักโลกภายนอก กลัวจะโดนกัด กลัวหล่นหลังคา รถชน ที่กลัวที่สุดคือกลัวมันจะหายไปอีก” สายตาเขาเหลียวมองไปยังสัตว์เลี้ยงแสนรักด้วยความซาบซึ้ง“
เสน่ห์ของแมวที่ผมหลงใหลเอามากๆ ก็คือ แมวมีโลกส่วนตัวสูงครับ เอาแต่ใจตัวเอง อยากมาก็มา ไม่อยากยุ่งก็ไม่มา บางทีก็อ้อนซะติ๋มเป็นลูกแมวเชื่องๆ บางทีทำอะไรไม่ได้ดั่งใจมันก็โวยวาย งับ นิสัยเจ้าพวกนี้แปลกอย่างหนึ่ง ไม่ว่าเราจะกลับบ้านดึกดื่นแค่ไหน เปิดประตู มันก็จะแห่เข้ามาต้อนรับพันแข้งพันขา เราก็อุ้มมัน กอดมัน พอวางมันลง พวกมันก็ต่างคนต่างกลับไป”ความประทับใจที่เจ้าของวิมานแมวอย่างสอง พาราด็อกซ์ มีต่อเจ้าเหนียวเหนียว เสือเข้ม เสือจืด และลาวา เขาบอกสั้นๆ ว่า ชีวิตเขาเปลี่ยนไปมากเพราะพวกมัน
“
ใจเย็นขึ้น อ่อนโยนขึ้น ไปทำงานมาเครียดๆ กลับมาเจอพวกมันก็ลืมหมดเลย เป็นอย่างนี้ทุกครั้ง”พูดจบ เจ้าตัวก็ขอไปเปลี่ยนเป็นชุดเสือน่ารัก เพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับฝูงแมว เจ้าอ้วนพี่ใหญ่ยังนอนขี้เกียจไม่ขยับเขยื้อน ผิดจากน้องคนสุดท้องที่กระโจนผลุงขึ้นไหล่อย่างว่าง่าย เจ้าเสือเข้มวิ่งไปไหนไม่รู้ ขณะที่เจ้าเสือจืดนั่งยองๆ เต๊ะท่าแอ็กโอเวอร์
ภาพที่ออกมาจึงเต็มไปด้วยกลิ่นอายความสุข...ประสาคนรักแมว







