
ยุติปัญหาด้วยกระบวนการแห่งพระธรรมวินัยหากมีข้ออธิกรณ์เกิดขึ้น (ตอน๑)
ปุจฉา : กราบขอโอกาสส่งสำเนาบทสัมภาษณ์ในนิตยสารแพรว ฉบับ ๒๕ ธ.ค. ๒๕๕๓
ปุจฉา : กราบขอโอกาสส่งสำเนาบทสัมภาษณ์ในนิตยสารแพรว ฉบับ ๒๕ ธ.ค. ๒๕๕๓
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : กราบขอโอกาสส่งสำเนาบทสัมภาษณ์ในนิตยสารแพรว ฉบับ ๒๕ ธ.ค. ๒๕๕๓ อ่านเป็นข้อปุจฉา กราบอาราธนาท่านพระอาจารย์เมตตาวิสัชนาด้วยเจ้าค่ะ ด้วยความกังวลที่ว่า สัทธรรมปฏิรูปกำลังปรากฏชัด จากคำสอนที่ทำให้ไม่มั่นใจและจากสื่อที่ช่วยกันนำมาเผยแผ่ โดยอาจจะไม่ได้กลั่นกรอง หรือไม่มีความรู้มากพอที่จะกลั่นกรอง
กราบนมัสการมาด้วยความเคารพอย่างที่สุด
ศิษย์ธรรมส่องโลก
วิสัชนา : ขอเจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ย่างก้าวสู่ปีใหม่ ก็ให้หลงนึกว่า กำลังเริ่มมีชีวิตใหม่...ซึ่งหมายถึงคงจะมีอะไรใหม่ๆ เข้ามาสู่ชีวิต จึงทำให้ดูเหมือนว่า ชีวิตกำลังมีความหวัง และคงจะได้สมประสงค์ในสิ่งที่หวังบ้าง จึงทำให้ชีวิตมีความรู้สึกตื่นตัว กระชุ่มกระชวยด้วยอำนาจความรู้สึกที่เติมแต่งเข้าไปในชีวิตว่าน่าจะสมใจอยากบ้าง...เนื่องในปีใหม่นี้...
จากที่กล่าว ดูเหมือนว่าคนเรานำเอาชีวิตผูกพันกับเวลา หรือกล่าวว่าเป็นมงคลของชีวิต ยังมีพิธีการเฉลิมฉลอง กล่าวคำอวยพร ให้ความหวังแก่กันและกันว่า ปีใหม่นี้ ขอพึงมีความสุข...ปีใหม่นี้ ขอพึงพ้นจากความเศร้าหมอง...หนี้สิน โศกเศร้า โรคภัย ความทุกข์ใจพึงสูญสิ้น...ก็ยิ่งทำให้หัวใจเต็มตื่นเบิกบานสราญใจ ด้วยเคลิบเคลิ้มไปกับคำกล่าวที่ดีๆ ความสนุกที่เกิดขึ้นอันเกี่ยวเนื่องกับกระแสแห่งเวลาที่สามารถนับว่าเป็นกาลปีใหม่...
ด้วยฤทธิ์ของความอยาก อันมุ่งหวังเสพสุขเป็นปัจจัย จึงทำให้ความเขลาสำแดงฤทธิ์เดช เข้าไปควบคุมจิตใจของเราให้มีความสำนึกที่ผิดเพี้ยนไปอย่างน่าเสียดาย จากคุณค่าของความเป็นสัตว์ประเสริฐที่มีอยู่...ความวิปลาส อันได้แก่ ความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากสัจธรรม จึงเกิดขึ้นกับสัตว์ที่มากไปด้วยความอยากเหล่านั้น...จึงสร้างความเห็น หรือสร้างคติความเชื่อที่ผิดเพี้ยนไปจากความจริงที่มีอยู่ จนนำไปสู่ความไม่เชื่อมั่นในศักยภาพของความเป็นมนุษย์ อันสามารถพัฒนาการยกระดับไปสู่ความมีคุณค่าชีวิตที่ประเสริฐได้...
จึงไม่แปลกที่มนุษย์ผู้มากไปด้วยความอยากจะกลายเป็นผู้อ่อนแอที่น่าสงสาร ไม่ยอมพึ่งตน ปฏิเสธกฎความจริงที่มีอยู่ในธรรมชาติ หรือหลักสัจธรรมในพระพุทธศาสนา...ดังนั้นจึงไม่แปลกที่มนุษย์จำนวนมาก ยังยอมรับว่า วิถีโลกเป็นใหญ่ในชีวิต จึงดำเนินชีวิตอยู่ภายใต้สิ่งเร้าที่เกิดจากวิถีโลก และให้ผันแปรเปลี่ยนแปลงสภาพจิตไปตามความเคลื่อนไหวของวิถีโลก รวมหมายถึงการนำเอาอิทธิพลของเวลามาเป็นคตินิยมในชีวิตว่าเป็นมงคล...เป็นสิ่งที่บันดาลโชควาสนาให้ได้จริงๆ...จนเข้าใจและให้ความสำคัญกับเวลาที่ผันแปรไปว่า มีอิทธิพลต่อชีวิต...มากกว่าเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามร่องเวลานั้น กล่าวโดยสรุป คือ เอาเรื่องกาลเหนือกรรม มิใช่เอาเรื่องกรรมเหนือกาล... ดังเช่นแนวความคิดเชิงวิถีพุทธ
กลับมาพิจารณาจดหมายที่ปุจฉาเข้ามา โดยแนบเรื่องราวบทสนทนาธรรมของพระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล แห่งวัดนาป่าพง กับเกรซ มหาดำรงค์กุล ซึ่งมีความสนใจอยากรู้เรื่องธรรมะซึ่งตีพิมพ์ลงในนิตยสารแพรวฉบับ ๒๕ ธ.ค. ๒๕๕๓ หน้า ๒๓๘–๒๔๐ มาถวายอาตมา พร้อมทั้งได้ขีดเน้นประโยคที่ต้องการให้สนใจในหลายๆ ตอน เพื่อขอคำวินิจฉัยกับอาตมาว่า ถูกหรือผิด หรือมีความหมายตรงตามหลักคำสอนในพระพุทธศาสนาหรือไม่...กับบทสนทนานั้นๆ ของพระอาจารย์คึกฤทธิ์ กับเกรซ มหาดำรงค์กุล ซึ่งนับถือศาสนาคริสต์
อาตมาไม่สามารถวินิจฉัย หรือวิสัชนาธรรมใดๆ ได้เลย เพราะอ่านในเนื้อหาสาระแล้ว เป็นการพูดคุยกันเบาๆ มิได้แสดงอย่างลึกล้ำก้าวย่างลงไปในพระธรรมคำสั่งสอน เพียงแต่กล่าวเป็นเชิงความเข้าใจของตนที่มีต่อพระพุทธศาสนา และสถานการณ์ของสังคมชาวพุทธ ซึ่งหมายถึงคุณภาพของพุทธบริษัทสี่ในพระพุทธศาสนา
หากจะตอบว่า คำกล่าวของท่านคึกฤทธิ์เป็นสัทธรรมแท้หรือไม่ คงจะต้องรับฟังแนวคิดกันมากกว่าที่ปรากฏอยู่ในหน้าหนังสือแพรว และคงจะต้องรู้จักปฏิปทาหรือจริยาของท่านด้วย จึงจะวินิจฉัยได้...







