
แก้ปัญหาไขมันหนา ลดหน้าท้องอย่างไร ....? “ไม่ได้ผล” !
โดย พญ.กษิรา เขมพิทักษ์
พอพูดถึงปัญหาไขมันหน้าท้อง หลายคนมักนึกถึงการออกกำลังกายเฉพาะจุด เช่น การซิทอัพ หรือท่าออกกำลังกายที่เน้นหน้าท้องเป็นหลัก บางคนถึงกับหักโหมซิทอัพหรือเข้าฟิตเนสอย่างเอาเป็นเอาตายจนมีปัญหาปวดคอ ปวดหลังตามมา แต่หน้าท้องกลับไม่ลดอย่างที่คิด! ทั้งนี้เพราะการลดหน้าท้องต้องรีดไขมันออกเสียก่อน ในขณะที่การซิทอัพตลอดจนท่าออกกำลังกายเฉพาะจุดอื่นๆ นั้นแทบไม่ได้ช่วยเรื่องลดไขมันเลย แต่เป็นการสร้างความกระชับและแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ดังนั้นหากต้องการมีหน้าท้องแบนราบคุณต้องรีดไขมันเป็นอย่างแรกต่างหากล่ะ ค่ะ!
การลดไขมันหน้าท้องก็ทำได้โดยหลักการง่ายๆ คือ
“รับประทานให้พอเหมาะกับที่ใช้ไป” นั่นคือควบคุมปริมาณแคลอรีที่เหมาะสมในแต่ละวัน ถ้าวันไหนทานมากหน่อยก็ต้องออกกำลังกายเพิ่มเพื่อชดเชยกับที่ทานเข้าไป ทั้งนี้ต้องเลือกรูปแบบการออกกำลังกายให้ถูกต้องด้วย โดยควรเน้นการออกกำลังกายแบบที่กระตุ้นการเผาผลาญ เช่น แอโรบิก บอดี้คอมแบท วิ่ง ว่ายน้ำ หรือเดินเร็ว และยิ่งทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกายเฉพาะส่วน เช่น ซิทอัพ ก็จะช่วยให้หน้าท้องกระชับยิ่งขึ้น หลายคนบอกฟังดูเป็นเรื่องง่ายแต่ทำยาก ใช่ค่ะ! คุณต้องมีวินัยในการดูแลตัวเอง ซึ่งปัจจุบันก็มีทางเลือกเพื่อช่วยให้การลดไขมันทำได้ง่ายขึ้น เช่น การดูดไขมัน ฉีดคาร์บ็อกซี่ หรือเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น คลื่นอัลตร้าซาวนด์ คลื่นวิทยุ (Radio Frequency) หรือจะเลือกใช้นวัตกรรมจากอิตาลีอย่างเทคโนโลยี AbdoFirm ก็เป็นทางเลือกที่ให้ผลดีเช่นกัน โดยปัจจุบันนี้ดาราและคนดังส่วนใหญ่หันมาพึ่งเทคโนโลยีนี้กันมากขึ้นเพราะ ให้ผลลัพท์ที่น่าพอใจหลังจากที่พยายามทดลองมาหลายวิธี (แบบผิดๆ) แล้วไม่ได้ผล วิธีนี้ยิ่งปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญอย่างเคร่งครัดด้วยแล้ว ก็ยิ่งเห็นผลชัดเจนจนสามารถลดรอบเอวได้กว่า 10 นิ้วในเวลาไม่ถึง 4 เดือนเลยล่ะค่ะ!ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกับเจ้าก้อนไขมันกันก่อนดีกว่า
… ปกติแล้วเมื่ออยู่ในวัยผู้ใหญ่เซลล์ไขมันหรือ Fat Cells จะมีจำนวนคงที่ แต่ปัจจัยที่ทำให้เราอ้วนหรือผอมไม่ได้อยู่ที่จำนวน Fat Cells แต่ขึ้นอยู่กับขนาดของมันต่างหากค่ะ ดังนั้นเทคโนโลยี AbdoFirm จึงผลิตคลื่น Cavitation ทำให้ของเหลวภายใน Fat Cells เช่น น้ำและไขมันทำปฏิกิริยาจนเกิดฟองอากาศขนาดเล็กจำนวนมหาศาลที่เรียกว่า Micro Bubbles และกระตุ้นให้แตกตัวพร้อมขับออกจากร่างกาย แถมช่วยเพิ่มคอลลาเจนและอีลาสตินให้ผิวหน้าท้องเนียนกระชับไร้ผิวเหี่ยวย่น ก่อนรักษาจะตรวจเช็กมวลไขมันก่อนเพื่อการแก้ไขที่ตรงจุด จากนั้นการรักษาจะแบ่งออกเป็นสอง Mode ขั้นแรกนวดเฉพาะจุดด้วย Cavitational Mode เพื่อสร้างฟองอากาศ จากนั้นระบายไขมันที่ถูกย่อยสลายด้วย Drainage Mode อีกครั้ง หลังทำอาจมีผิวแดงระเรื่อเล็กน้อยแต่จะจางหายไปในไม่กี่ชั่วโมง ใช้เวลารักษา 30 นาที/ครั้ง/สัปดาห์ แต่ไม่ควรถี่กว่าสัปดาห์ละครั้ง หลังทำไม่ต้องพักฟื้น ไม่มีอาการเจ็บปวดบริเวณที่ทำ สามารถกลับบ้าน ทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ โดยเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ในครั้งแรก แต่ควรทำต่อเนื่อง 45 ครั้งเพื่อผลที่ชัดเจน หรืออาจนานกว่านั้นตามแต่สภาพปัญหาของแต่ละบุคคลสุดท้ายแล้วต้องยอมรับนะค่ะว่าไม่มีวิธีใดในโลกที่แก้ปัญหาไขมันได้อย่างถาวร ทุกวิธีเป็นเพียงการแก้ไขเฉพาะหน้า ส่วนจะคงรูปร่างดี หน้าท้องแบนราบไปได้นานแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับตัวคุณเองเป็นหลัก ดังนั้นหลังจากให้เทคโนโลยีเข้าช่วยรีดไขมันหน้าท้องแล้วก็อย่าลืมหันมาดูแล เรื่องอาหารการกิน และออกกำลังกายอย่างเหมาะสมด้วยนะค่ะ!...







