posttoday
โลกแห่งเวท (มืด) มน (ตร์) ของแฮร์รี่ พอตเตอร์

โลกแห่งเวท (มืด) มน (ตร์) ของแฮร์รี่ พอตเตอร์

25 พฤศจิกายน 2553

การกลับมาอีกครั้งของ 3 เพื่อนรัก แฮร์รี่ พอตเตอร์ (แดเนียล แรดคลิฟฟ์) รอน วีสลีย์ (รูเพิร์ต กรินต์) และเฮอร์ไมโอนี เกรนเจอร์ (เอ็มมา วัตสัน) ใน “Harry Potter and the Deathly Hallows หรือแฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต” อันเป็นการผจญภัยครั้งสุดท้าย (แต่ยังไม่ท้ายสุด) ของพวกเขา เพราะการผจญภัยครั้งที่ 7 นี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ภาค อันเป็นที่ชวนสงสัยกันตั้งแต่ทีมผู้สร้างประกาศแล้วว่าที่ทำไปเพราะสตูดิโอต้องการขายหนังให้ยาวขึ้น จะได้โกยรายได้ได้มากขึ้นอีก หรือเพราะเนื้อหาหนังจำเป็นจริงๆ ที่จะต้องมี 2 ภาค

การกลับมาอีกครั้งของ 3 เพื่อนรัก แฮร์รี่ พอตเตอร์ (แดเนียล แรดคลิฟฟ์) รอน วีสลีย์ (รูเพิร์ต กรินต์) และเฮอร์ไมโอนี เกรนเจอร์ (เอ็มมา วัตสัน) ใน “Harry Potter and the Deathly Hallows หรือแฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต” อันเป็นการผจญภัยครั้งสุดท้าย (แต่ยังไม่ท้ายสุด) ของพวกเขา เพราะการผจญภัยครั้งที่ 7 นี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ภาค อันเป็นที่ชวนสงสัยกันตั้งแต่ทีมผู้สร้างประกาศแล้วว่าที่ทำไปเพราะสตูดิโอต้องการขายหนังให้ยาวขึ้น จะได้โกยรายได้ได้มากขึ้นอีก หรือเพราะเนื้อหาหนังจำเป็นจริงๆ ที่จะต้องมี 2 ภาค

โดย...กาญจนา

 

โลกแห่งเวท (มืด) มน (ตร์) ของแฮร์รี่ พอตเตอร์

การกลับมาอีกครั้งของ 3 เพื่อนรัก แฮร์รี่ พอตเตอร์ (แดเนียล แรดคลิฟฟ์) รอน วีสลีย์ (รูเพิร์ต กรินต์) และเฮอร์ไมโอนี เกรนเจอร์ (เอ็มมา วัตสัน) ใน “Harry Potter and the Deathly Hallows หรือแฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต” อันเป็นการผจญภัยครั้งสุดท้าย (แต่ยังไม่ท้ายสุด) ของพวกเขา เพราะการผจญภัยครั้งที่ 7 นี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ภาค อันเป็นที่ชวนสงสัยกันตั้งแต่ทีมผู้สร้างประกาศแล้วว่าที่ทำไปเพราะสตูดิโอต้องการขายหนังให้ยาวขึ้น จะได้โกยรายได้ได้มากขึ้นอีก หรือเพราะเนื้อหาหนังจำเป็นจริงๆ ที่จะต้องมี 2 ภาค

เมื่อได้ดูภาค 1 ของ Deathly Hallows จนจบแล้ว เราก็ได้คำตอบว่าเกิดจากปัจจัยทั้งสองอย่างรวมกัน แน่นอนว่าหนังต้องทำเงินแน่ เพราะทั้ง 6 ภาคที่ผ่านมา แฟนๆ พ่อมดน้อยก็ให้การอุดหนุนกันเต็มที่แบบไม่บกพร่อง แต่เพราะเนื้อหาที่อัดแน่นกันเต็มที่อยู่ในหนังสือภาคสุดท้าย การแบ่งออกเป็น 2 ภาค ก็เป็นการดีที่ทำให้ผู้กำกับมีเวลาที่จะเล่าทั้งเรื่องราวและอารมณ์ของตัวละครมากขึ้น แต่ก็ต้องขอชมว่าการดำเนินเรื่องนั้นฉับไว มีฉากตื่นเต้นที่ทำให้ลุ้นกันตัวโก่งในหลายฉาก แต่ไม่ทำให้รู้สึกว่าเยิ่นเย้อเหมือนดูหนังความยาว 2 ชั่วโมงกว่า

ในภาค 1 นี้ บอกเล่าเรื่องราวการออกผจญภัยของแฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี ที่ต้องออกเดินทางไปทำภารกิจที่เต็มไปด้วยอันตราย ในการตามหาและหาทางทำลายฮอร์ครักซ์ ซึ่งเป็นที่บรรจุวิญญาณและความลับในการเป็นอมตะของโวลเดอมอร์ แต่เพราะการถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัวของเหล่าผู้เสพความตายในงานแต่งงานของครอบครัววีสลีย์ ก็บีบบังคับให้พวกเขาต้องหนี และจำเป็นต้องเดินทางโดยลำพัง ปราศจากการคุ้มกัน ไม่มีคำชี้แนะหรือการปกป้องใดๆ จากผู้ใหญ่ทั้งหลายอีกแล้ว

Deathly Hallows ภาค 1 ถือว่าเป็นภาคที่ให้ความรู้สึกมืดมน เปลี่ยวเหงา และเป็นผู้ใหญ่ที่สุดจากบรรดาภาคที่ผ่านๆ มา จากความสดใสในวัยเด็กของภาค 13 ที่แม้จะมีปูมหลังเรื่องพ่อแม่ถูกฆ่า และโดนเลี้ยงดูมาแบบกดขี่ แต่แฮร์รี่ก็ยังได้สัมผัสกับความสนุกสนานและความมหัศจรรย์แห่งโลกของพ่อมด และมิตรภาพที่ผู้คนรอบข้างต่างมีให้ แฮร์รี่เริ่มต้องเผชิญกับอันตรายและการพลัดพรากจากบุคคลที่รักในภาคที่ตามมา จนถึงภาคนี้ที่เขาแทบไม่เหลือใคร นอกจากรอน และเฮอร์ไมโอนี ที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างเสมอมา ต้องเดินทางไกลจากบ้านและฮอกวอร์ตสที่เคยเป็นที่แสนปลอดภัยที่สุด แต่ตอนนี้กลายเป็นสถานที่อันตรายที่สุดไปแล้ว

 

โลกแห่งเวท (มืด) มน (ตร์) ของแฮร์รี่ พอตเตอร์

นอกเหนือไปจากการบรรลุนิติภาวะในโลกแห่งเวทมนตร์ นี่คือช่วงเวลาแห่งการก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่ของทั้งสามคนอย่างแท้จริง การออกเดินทางและต้องเผชิญกับความยากลำบากเป็นเสมือนบทดสอบความแข็งแกร่งของจิตใจของแต่ละคน ที่จะยอมให้พลังด้านมืดเข้ามาแทรกระหว่างกลางมิตรภาพและความสำคัญของสิ่งที่กำลังทำอยู่หรือไม่ เพราะภารกิจนี้ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะอาศัยเพียงฝีมือของใครคนใดคนหนึ่งให้สำเร็จ

หลังจากเล่นหนังด้วยกันมานานถึง 10 ปี การแสดงของนักแสดงนำทั้งสามจึงเข้าขากันได้อย่างไม่มีปัญหา และดูลื่นไหล รูเพิร์ต กรินต์ ดูจะเป็นคนที่รักษาคาแรกเตอร์และสื่อถึงอารมณ์ของตัวละครรอนออกมาได้ดีที่สุด ทั้งความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ความหึงหวง (แม้จะมีบทน้อยกว่าอีก 2 คน) ในขณะที่เพื่อนอีก 2 คน ก็ยังเอาตัวรอดไปได้ แม้จะไม่ได้แสดงฝีมือโดดเด่นเท่าไหร่นัก แต่ตัวละครที่มาขโมยซีนมากที่สุดในภาคนี้ก็คือ ด็อบบี้ เอลฟ์ประจำบ้านหน้าตาแปลกประหลาด ที่รักและเทิดทูนแฮร์รี่แบบสุดใจ ซึ่งแม้จะโผล่มาในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็เรียกทั้งรอยยิ้มและหยดน้ำตาจากผู้ชมไปแบบเต็มๆ

แม้จะแปะเรตติ้ง น 13+ ไว้ แต่ Deathly Hallows ดูจะเหมาะกับผู้ใหญ่มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเพราะเนื้อหาที่เข้มข้นจริงจังขึ้น และเพราะความแรงในฉากต่อสู้หลายฉาก (ซึ่งไม่แนะนำให้ผู้ปกครองพาเด็กเล็กๆ ไปดู) และคงเป็นหนังที่เหมาะกับแฟนๆ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่ติดตามอ่านหนังสือหรือดูหนังจนรู้เรื่องราวมาแล้วทั้ง 6 ภาค เพราะเนื้อเรื่องจะเป็นความต่อเนื่องของเรื่องราวจากภาคก่อน ดังนั้นหากใครที่ไม่เคยดูหรือสนใจเรื่องนี้เลย ก็คงไม่ต้องเสียเวลาตีตั๋วหนังเข้าไป เพราะคงไม่เข้าใจและไม่สนุกอย่างแน่นอน ส่วนแฟนๆ พ่อมดน้อยก็เตรียมตัวอดใจไปรอชมบทอวสานอำลา Harry Potter จริงๆ ได้กลางปีหน้า

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน