
ปณัญชา ยิ่งประเสริฐ ‘ตั้งใจทำสิ่งตรงหน้าให้ดีที่สุด’
โดย...กาญจนา เตชาวัฒนากูล / ภาพ...ประกฤษณ์ จันทะวงษ์สาวสวยที่มาพูดคุยกันในคอลัมน์ประจำอาทิตย์นี้ เป็นสาวน้อยหน้าใสวัย 19 ปี ปณัญชา ยิ่งประเสริฐ หรือฝ้าย ที่พ่วงดีกรี มิสแคนนอน ยูลีก ปีล่าสุดมาด้วย
โดย...กาญจนา เตชาวัฒนากูล / ภาพ...ประกฤษณ์ จันทะวงษ์
สาวสวยที่มาพูดคุยกันในคอลัมน์ประจำอาทิตย์นี้ เป็นสาวน้อยหน้าใสวัย 19 ปี ปณัญชา ยิ่งประเสริฐ หรือฝ้าย ที่พ่วงดีกรี มิสแคนนอน ยูลีก ปีล่าสุดมาด้วย
น้องฝ้ายเริ่มต้นการสนทนาด้วยเรื่องของการเรียน “ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ปี 2 คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขานาฏยศิลป์ตะวันตก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิชาเอกบัลเลต์ค่ะ” เธอเล่าให้ฟังว่า คุณแม่เริ่มให้เรียนบัลเลต์มาตั้งแต่อนุบาล 3 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้น้องฝ้ายตัดสินใจเลือกเรียนในคณะนี้ และมีความใฝ่ฝันว่าอยากเป็นครูสอนบัลเลต์ในอนาคต “จริงๆ ก็มีช่วงที่เบื่อบ้างนะคะ แต่รู้สึกว่าเรียนบัลเลต์มานานมากจนใกล้จะจบแล้ว ก็เสียดาย และคิดว่าไหนๆ แล้ว เราก็ชอบมัน ก็น่าจะทำต่อไปให้ดีสุดไปเลยดีกว่าค่ะ”
แม้จะดูเป็นคนง่ายๆ สบายๆ แต่พอฟังน้องฝ้ายพูดถึงการเรียนและสิ่งที่เธอรัก เห็นได้ชัดว่าเธอมีความมุ่งมั่นและตั้งใจอย่างเต็มเปี่ยม เพราะถึงการเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยจะหนักแล้ว นอกห้องเรียนน้องฝ้ายก็ยังใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเรียนพิเศษ ซึ่งก็ไม่ใช่อะไรที่ไหน แต่คือการเรียนบัลเลต์และเต้นรำอื่นๆ โดยเฉพาะคอนเทมโพรารีและแจ๊ซ แดนซ์ พอได้ฟังเลยเข้าใจมากขึ้นถึงที่มาของบุคลิกและท่าทางการเคลื่อนไหวที่ดูดีของสาวน้อยคนนี้ อันมีพื้นฐานมาจากการเต้นรำตั้งแต่วัยเด็ก
เปิดโลกกับการประกวด
น้องฝ้ายสลับมาเล่าให้เราฟังถึงเรื่องของการประกวดมิสแคนนอน ยูลีก ว่าเบื้องหลังความสำเร็จมาจากเพื่อนๆ เพราะปกติจะเป็นคนไม่ค่อยสนใจเรื่องแบบนี้มากนัก แต่เพื่อนก็ผลักดันให้ไปสมัคร ซึ่งก็ประสบความสำเร็จกว่าที่เจ้าตัวคิดไว้ แต่สิ่งที่น้องฝ้ายบอกว่าได้มากกว่าตำแหน่งและรางวัลคือ ประสบการณ์และมิตรภาพ
“หลังจากที่ผ่านรอบคัดเลือกจากคนสมัครร้อยกว่าคน เหลือประมาณ 30 คน ก่อนรอบสุดท้ายจะได้ไปเก็บตัวที่เขาใหญ่ ซึ่งเราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ หลายอย่าง เช่น เรียนแต่งหน้า การเตรียมตัวตอบคำถาม และเรียนถ่ายภาพด้วย นอกจากนั้นยังได้มิตรภาพ ได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ แล้วก็เรียนรู้เรื่องการใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น เป็นประสบการณ์ที่ดีค่ะ...
ถ้าถามว่าทำไมเราถึงได้ตำแหน่งนี้ คิดว่าคงเป็นเพราะเราแสดงความเป็นตัวของตัวเองให้เขาเห็นค่ะ” น้องฝ้ายขยายความ “ดูภายนอกอาจจะเป็นคนเงียบๆ เรียบร้อย แต่ถ้าได้รู้จักจะรู้ว่าเป็นคนสนุกสนาน เฮฮา และออกจะห้าวๆ หน่อย” ซึ่งเราก็สัมผัสได้ถึงเสน่ห์ส่วนนี้ของเธอ นอกเหนือจากใบหน้าหวานๆ และรอยยิ้มที่สดใส ก็ไม่น่าแปลกใจที่น้องฝ้ายจะเป็นขวัญใจกรรมการและได้ตำแหน่งมาครอง
ทำสิ่งตรงหน้าให้ดีที่สุด
หลังเสร็จสิ้นการประกวดก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะมิสแคนนอน ยูลีก ซึ่งมีทั้งงานโชว์ตัว และตอนนี้เริ่มเป็นพิธีกรในรายการ T Sports ทางช่องเคเบิลทีวี และยังมีงานถ่ายแบบติดต่อเข้ามาอีกเรื่อยๆ ซึ่งเธอก็ยอมรับว่าเหนื่อย เพราะการเรียนก็ค่อนข้างหนัก แต่การได้ลองทำอะไรใหม่ๆ ก็สนุกดี แม้จะต้องใช้เวลาในการปรับตัวและพัฒนาตัวเองอยู่บ้าง โดยเฉพาะในเรื่องของการเป็นพิธีกร เพราะเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่งและไม่เคยมีประสบการณ์
ถึงจะมีโอกาสที่แปลกใหม่เข้ามาในชีวิตมากขึ้น น้องฝ้ายก็ยังยืนยันว่า สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือการเรียน และจะจัดเวลาในการรับงานไม่ให้ชนกัน “ถ้ามีงานเข้ามาตรงกับเวลาเรียนก็จะไม่รับเลย” เจ้าตัวยืนยันหนักแน่น พอถามถึงเรื่องเส้นทางในวงการบันเทิง น้องฝ้ายบอกว่า “ตอนนี้เพิ่งเริ่มเข้ามาในวงการนี้ ก็ยังไม่ได้คิดว่าจะต้องไปไกลถึงไหน คิดแค่ว่าพยายามทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดไปก่อนค่ะ”
เรียนก็หนัก งานก็เหนื่อย ก็อาจเกิดความเครียดกันบ้าง แต่สำหรับน้องฝ้าย เธอบอกว่า การไม่เก็บสิ่งเล็กๆ น้อยๆ มาเป็นอารมณ์ เป็นวิธีการรับมือกับอารมณ์ขุ่นมัวได้ดีที่สุด “ปกติเป็นคนไม่ค่อยคิดมาก ทำงานหรือเรียนก็มีรู้สึกเหนื่อยบ้าง แต่เหนื่อยมันก็แค่เหนื่อย เราก็พยายามทำสิ่งตรงหน้าให้ดีที่สุด แล้วพอได้ใช้เวลาอยู่กับเพื่อนๆ กับคุณแม่ หรือไปช็อปปิ้งบ้าง แป๊บๆ ก็หายแล้ว เรื่องอะไรเล็กๆ น้อยๆ เราก็พยายามไม่เก็บมาใส่ใจ ไม่เอามาเป็นอารมณ์ ก็ไม่เครียดค่ะ” นั่นคือคำแนะนำดีๆ ทิ้งท้ายจากสาวน้อยหน้าใสจากรั้วจามจุรีคนนี้







