
ไกลจัง...กว่างโจว
หนี่ห่าว...ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีเป็นภาษาจีนสักหน่อยครับ เพราะตอนนี้ผมลัดฟ้ามาอยู่ที่แดนมังกร เพื่อเกาะติดมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 16 “กว่างโจวเกมส์” ที่เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หนี่ห่าว...ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีเป็นภาษาจีนสักหน่อยครับ เพราะตอนนี้ผมลัดฟ้ามาอยู่ที่แดนมังกร เพื่อเกาะติดมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 16 “กว่างโจวเกมส์” ที่เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โดย…สไปเดอร์แมว
แน่นอนครับว่า การออกมาใช้ชีวิตต่างบ้านต่างเมือง ยังไง๊ยังไงก็ไม่มีทางสุขกายสบายใจเท่าที่บ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหารการกิน ภาษา โดยเฉพาะการเดินทางไปไหนมาไหน
ตั้งแต่เท้าลงสัมผัสแผ่นดินจีน ผมและผู้สื่อข่าวจากบางกอกโพสต์เดินทางตรงเข้าโรงแรมที่พัก ซึ่งอยู่กลางเมือง ใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมง ค่าแท็กซี่ บวกค่าทางด่วนปาเข้าไป 500 กว่าบาท ซึ่งพอไปถึงโรงแรมก็ทำเอาเรางงไม่น้อย เพราะล็อบบี้ที่ชั้น 1 บอกให้เราขึ้นไปติดต่อเช็กอินที่ชั้น 22
แล้วทำไมไม่จัดเอาไว้ชั้น 1 รวมกันเลยล่ะครับพี่ เหอๆ
นอกจากนี้ ปัญหาที่เล่นเอาเราหมดแรงไปตามๆกันคือ ศูนย์ทำงานสื่อมวลชน ที่อยู่ไกลออกจากตัวเมืองลิบลิ่ว โดยเราต้องนั่งแท็กซี่จากโรงแรมไปที่เทียนเหอ สปอร์ต เซนเตอร์ แล้วต่อรถชัตเทิลบัสที่เจ้าภาพจัดเตรียมไว้ให้อีกต่อนึง ซึ่งกว่าจะถึงที่หมายก็ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว
ยิ่งถ้าต้องไปยังสนามแข่งขันต่างๆ ก็ยิ่งต้องเสียเวลาเดินทางเข้าไปอีก ยังดีครับที่เจ้าหน้าที่ของการแข่งขันพยายามอำนวยความสะดวกให้เราเป็นอย่างดี ช่วยให้อารมณ์ไม่ตึงเครียดไปยิ่งกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม ขออนุญาต “งอน” เจ้าภาพนิดนึงที่เมื่อวานนี้ทำให้ผมอดเข้าไปเกาะติดพิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ สาเหตุเพราะเจ้าภาพแบ่งโควตาผู้สื่อข่าวสำหรับเข้าสนามพิธีเปิดให้สื่อนสพ.ของไทยแค่ 15 ที่ แบ่งเป็นผู้สื่อข่าว 12 และ ช่างภาพ 3 ดังนั้นจึงต้องมีการจับสลากวัดดวงกัน ปรากฎว่า “อด” น่ะสิครับพี่น้อง
อุตส่าห์บินมาตั้งไกล สุดท้ายได้แค่เกาะขอบจอทีวีดูเหมือนเดิม เฮ้อออ....







