
ต้องเป็นเอกภาพ
....ภาสกร พุทธิชีวิน
อย่างที่เคยบอกไว้ว่า ประเทศไทยมีมหกรรมใหญ่ๆ อยู่ 2 อย่าง คือ ภัยแล้งและน้ำท่วม
45 เดือนที่แล้ว ภัยแล้งเกิดขึ้นเกือบทั่วประเทศ เห็นภาพนาข้าวแห้งตาย เห็นคนเข็นรถน้ำเพื่อหาน้ำหลายๆ กิโลจากหมู่บ้าน เห็นรถทหาร เห็นรถของหลายๆ หน่วยงาน ขนน้ำไปแจกชาวบ้าน บางคนก็อาศัยสถานการณ์ภัยแล้ง ขนน้ำไปขายผู้ประกอบการ
ภาพที่เห็นเหล่านี้ นักวิชาการ บอกว่า เป็นภัยแล้งที่หนักที่สุดในรอบ 50 ปี มีบางคนคาดการณ์ว่าภัยแล้งนี้จะต่อเนื่องและยาวนาน เพราะภาวะโลกร้อน
แล้วไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เราก็เห็นภาพที่แตกต่างกันเหลือเกิน แต่ผลของมันเหมือนเดิม คือ ความสิ้นหวัง หมดอาลัยตายอยากกับชีวิตที่โดนทั้งภัยแล้งและน้ำท่วม
นักวิชาการออกมาบอกว่า เป็นภัยพิบัติที่รุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปี เพราะปริมาณน้ำฝนอันเกิดจากพายุโซนร้อนมีมากเกินปกติ
ภัยแล้งโดนทั่วประเทศ ภัยน้ำท่วมโดนทั่วประเทศเช่นกัน ภัยจากน้ำท่วมครั้งนี้มีคนตายนับ 100 คน
วงจรภัยแล้งแล้วน้ำท่วม เป็นวงจรที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ในประเทศไทย เห็นกันมาโดยตลอด แต่ทำไมยังไม่มีหน่วยงานไหนเป็นเจ้าภาพเลยสักหน่วยงานเดียว
จากความรู้เดิมๆ ที่เคยบอกว่า ประเทศอยู่ในภูมิประเทศที่ดีที่สุดในโลก มีทะเลขนาบทั้งสองฝั่ง มีภูเขาสูงคอยกั้นฝน คอยกั้นลมในแถบตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ
จากพายุแรงๆ เมื่อเข้าประเทศไทย ก็จะกลายเป็นฝนที่ก่อให้เกิดความชุ่มฉ่ำแก่แผ่นดิน เหมาะแก่การเพาะปลูก จนใครบางคนประกาศให้ประเทศไทยเป็นครัวโลกไปเลยทีเดียว
แล้วเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทยของเรา ที่คนไทยอย่างเราต้องเผชิญชะตากรรมซ้ำๆ ซากๆ อยู่แทบทุกปี
หวังว่าโลกเปลี่ยนไปแล้วทุกคนรู้ดี แต่ผู้บริหารประเทศของเรายังไม่เปลี่ยน เปลี่ยนไม่ทัน หรือไม่อยากเปลี่ยนตามโลก ผมไม่ทราบจริงๆ
แต่ถ้าเรายอมรับว่าโลกเปลี่ยนไปแล้ว เราต้องเปลี่ยนตามโลก เหตุการณ์น้ำท่วมขนาดคนตายเป็น 100 คน คงไม่เกิด
เราต้องสอนให้เด็กหรือคนในประเทศนี้รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของดินฟ้าอากาศ และต้องสอนวิธีที่จะต้องอยู่กับธรรมชาติที่ไม่ปกติ ต้องสอนเขาให้หนีทันภัยพิบัติ ดีกว่านั้น คือ รอดทั้งทรัพย์สินและชีวิตของเขา
คนไทยเกือบทั้งหมดพอน้ำมาทำอะไรไม่ถูก เพราะไม่เคยมีใครบอกเขา ว่าเริ่มต้นของการต่อสู้กับภัยพิบัติ เราต้องทำอะไร อย่างไร?
เด็กๆ สมัยนี้ตามโรงเรียนเขาสอนวิธีหนีไฟ ทำไมเราจะสอนเขาหนีน้ำท่วมด้วยไม่ได้
หลายๆ ประเทศเขาอยู่กับภัยธรรมชาติ เสมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เราจะเห็นว่าญี่ปุ่นแผ่นดินไหว พายุเข้า เขาจะเตือนประชาชนของเขาก่อนล่วงหน้า เราจะเห็นบ่อยๆ ว่าแทบไม่มีคนตายในเหตุการณ์นั่นๆ เลย
นิวซีแลนด์ แผ่นดินไหวครั้งรุนแรง ความเสียหายของสิ่งก่อสร้างคงจะมากมายพอสมควร แต่คนเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนั้นไม่มีเลย
มีคนบอกผมว่า ประเทศที่ผู้บริหารประเทศเขาอาสาเข้ามาทำงานเพื่อประชาชนจริงๆ นั้น เขามองประเทศเป็นหนึ่งเดียว และแก้ปัญหานั้นๆ แบบบูรณาการทั้งประเทศ มีเจ้าภาพชัดเจน มีการสั่งการเป็นขั้นเป็นตอน
ภัยพิบัติในประเทศไทย ใครเป็นเจ้าภาพ ใครสั่งการ ยังไม่รู้กันเลย แต่ละจังหวัดที่เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมรอบนี้ ผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัดได้มีการพูดคุยกันบ้างหรือไม่ก็ไม่รู้
แต่ละจังหวัดได้งบไปทำเขื่อนกั้นน้ำ ก็สร้างตามงบประมาณที่จังหวัดได้ไป แต่อีกฝั่งหนึ่งอาจจะเป็นอีกจังหวัด ยังไม่ได้งบ น้ำก็ท่วมฝั่งที่ไม่ได้สร้าง
การแก้ปัญหาจึงเป็นเรื่องของจังหวัดใครจังหวัดมัน จังหวัดของฉันรอด จังหวัดอื่นช่างมัน
ผู้ว่าฯ จังหวัดนั้นๆ เขาไม่ได้ทำอะไรผิดหรอกครับ เพราะหน้าที่ของผู้ว่าฯ ต้องทำให้จังหวัดของตัวเองปลอดภัยอยู่แล้ว คนมีอำนาจมากกว่าผู้ว่าฯ ต้องนั่งหัวโต๊ะครับ ต้องเป็นนโยบายระดับชาติเท่านั้นถึงแก้ปัญหาแบบบูรณาการได้
โคราชจะแก้ปัญหาอย่างไร? โดยการแก้ปัญหาโคราชต้องไม่กระทบและก่อปัญหาให้จังหวัดอื่นๆ
หาดใหญ่จะแก้ปัญหาอย่างไร? โดยไม่กระทบต่ออำเภอที่อยู่รอบๆ หาดใหญ่และทะเลสาบสงขลา
พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี อ่างทอง ชัยนาท แก้ปัญหาได้ทุกจังหวัด
ภาคเหนือทำอย่างไร? ภาคใต้แก้อย่างไร? ภาคอีสานและภาคตะวันออกแก้อย่างไร? ลองมองประเทศไทยเป็นหนึ่งเดียวสิครับ แล้วแก้มันทีเดียว
ไม่ได้คาดหวังว่าจะเก็บน้ำที่เหลือในฤดูกาลของฝนไว้ใต้ดินเหมือนญี่ปุ่นหรือมาเลเซียหรอกครับ
แต่ผมอยากจะเห็นปริมาณน้ำที่เหลือในปัจจุบันสามารถเก็บไว้ใช้ในอีก 45 เดือนข้างหน้าได้ ให้คนไทยได้เพาะปลูกได้ ภาพที่เห็นน้ำท่วม แล้วคนต้องไปอยู่บนหลังคาบ้าน บนต้นไม้ สายตามองสายน้ำแบบหมดอาลัยตายอยากในชีวิต
อีก 45 เดือนต่อมาสายตาคู่นั้น มองพืชผักที่ตัวเองปลูก แห้งตายเพราะขาดน้ำ
บอกตรงๆ มันเศร้าครับ







