
แพ้ 3 ลูกก็ยังเข้ารอบได้! ย้อนอดีตเกมพลิกนรกศึกแชมเปี้ยนส์ลีก
โอกาสเข้าชิงศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ดูริบหรี่ราวกับแสงหิ่งห้อยอัมพวา หลังจากบุกไปโดนบาร์ซ่าขยี้ยับ 3-0 อย่างไรก็ตาม “สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร” เพราะที่ผ่านมา เคยมีทีมที่โดนยิงยับด้วยสกอร์ห่างอย่างน้อย 3 ลูกในนัดแรก แต่สามาร
โอกาสเข้าชิงศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ดูริบหรี่ราวกับแสงหิ่งห้อยอัมพวา หลังจากบุกไปโดนบาร์ซ่าขยี้ยับ 3-0 อย่างไรก็ตาม “สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร” เพราะที่ผ่านมา เคยมีทีมที่โดนยิงยับด้วยสกอร์ห่างอย่างน้อย 3 ลูกในนัดแรก แต่สามารถพลิกนรกกลับมาเข้ารอบได้อย่างเหลือเชื่อมาแล้ว
โดย...สไปเดอร์แมว
เปแอสเช – บาร์เซโลน่า : รอบ 16 ทีม ฤดูกาล 2016-2017
แมทช์แรก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทำผลงานสุดช็อก เมื่อเปิดสนามพาร์ค เดส์ แพรงส์ ไล่ถล่ม บาร์เซโลน่า แบบหมดสภาพ 4-0 แต่แมทช์ที่สอง ผลที่ออกมากลับช็อกยิ่งกว่า เมื่อบาร์ซ่าเอาคืนไล่อัดเปแอสเช 6-1 โดยทีมเจ้าบุญทุ่มได้ 2 ประตูสำคัญในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ โกงความตายกลับมาเอาชนะได้ราวปาฏิหาริย์ 6-5 พร้อมกับกลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่สกอร์ตามหลังถึง 4 ลูก แต่ยังสามารถเอาตัวรอดได้สำเร็จ
-------------------------------------------------
บาร์เซโลน่า – โรม่า : รอบ 8 ทีม ฤดูกาล 2017-2018
เกมพลิกนรกนี้เกิดขึ้นมาหมาดๆเมื่อซีซั่นที่ผ่านมานี่เอง โดยนัดแรก บาร์ซ่าจัดหนักใส่โรม่า 4-1 เรียกได้ว่าจองตั๋วเข้ารอบเอาไว้แล้ว
อย่างไรก็ตาม เกมนัดสอง ขุนพลโรม่าสวมวิญญาณ “นักรบแห่งโรมัน” โดยเปิดสนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม เดินหน้าลุยแบบไม่มีอะไรจะเสีย และในที่สุด ทัพหมาป่าแห่งกรุงโรมก็สามารถพลิกนรกได้สำเร็จด้วยชัยชนะ 3-0 ทำให้สกอร์รวมเสมอ 4-4 และเป็นฝ่ายผ่านเข้ารอบด้วยกฏยิงประตูทีมเยือน
-------------------------------------------------
เอซี มิลาน – ลา คอรุนญ่า : รอบ 8 ทีม ฤดูกาล 2003-2004
เอซี มิลานชุดนั้นเต็มไปด้วยดาวเตะฝีเท้าระดับพระกาฬ ไม่ว่าจะเป็น เปาโล มัลดินี่, อันเดรีย ปิร์โล่, เจนนาโร่ กัตตูโซ่, คลาเรน เซดอร์ฟ, กาก้า, ฟิลิปโป้ อินซากี้ และอังเดร เชฟเชนโก้ ซึ่งผลนัดแรกไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์แต่อย่างใด เมื่อพวกเขาไล่ถลุงอาคันตุกะจากสเปนได้อย่างไม่ยากเย็น 4-1 พูดง่ายๆคือสามารถมองข้ามช็อตไปยังคู่ต่อสู้ในรอบต่อไปได้เลย
แต่แล้ว เกมนัดสองที่ริอาซอร์ สเตเดี้ยม ลา คอรุนญ่าเหมือนกลายเป็นคนละทีมจากนัดแรก โดยขุนพล “ซูเปอร์ เดปอร์” ที่นำทัพโดย วอลเตอร์ ปันดิอานี่, ฆวน บาเลรอน และอัลเบิร์ต ลูเก้ เปิดเกมลุยกับบรรดาซูเปอร์สตาร์ของมิลานตั้งแต่ผู้ตัดสินเป่านกหวีดเริ่มเกม และในที่สุดพวกเขาก็ได้ผลตอบแทนเป็นชัยชนะ 4-0 พลิกกลับมาเข้ารอบอย่างเหลือเชื่อด้วยสกอร์รวม 5-4 และถูกยกให้เป็นหนึ่งในเกมคัมแบ็กสุดคลาสสิกตลอดกาลของศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก







