posttoday
โตเกียวเทรนด์ปี2 ตอนที่ 23

โตเกียวเทรนด์ปี2 ตอนที่ 23

07 พฤศจิกายน 2553

คุณผู้อ่านเคยไปเที่ยวที่ไหนในเมืองไทยแล้วเห็นคู่มือท่องเที่ยวดีๆ ที่ทำโดยคนของเราบ้างไหมครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบซื้อคู่มือท่องเที่ยวมานั่งเปิดอ่านพลิกดูรูปตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่นแล้ว สมัยก่อนคู่มือท่องเที่ยวประเทศต่างๆ จะหาเป็นภาษาไทยนั้นยากเหลือเกิน อินเทอร์เน็ตก็ยังไม่มี คุณกูเกิลยังไม่เกิด จะไปเที่ยวไหนทีต้องค้นหาข้อมูลกันเป็นเดือนๆ และไม่ใช่ว่าจะได้ข้อมูลตามที่ต้องการทุกอย่าง ต้องไปหาเอาข้างหน้าอีกเยอะเหมือนกัน โดยเฉพาะแผนที่เมืองนี่ยิ่งแล้วกันใหญ่ หาในเมืองไทยยากมากๆ ที่พึ่งประจำของผมก็เลยไม่พ้นจะเป็นสถานทูตหรือหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวของสถานทูตเป็นหลัก และในบรรดาหน่วยงานเหล่านั้น ที่ผมคุ้นเคยที่สุดในยุคนั้นก็ไม่พ้นสำนักข่าวสารญี่ปุ่น ที่มีเอกสารให้หยิบไปอ่านเยอะมาก จนกระทั่งมีการเปิดองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่นในไทย ผมก็เลยมีที่ให้แวะเวียนไปบ่อยขึ้น ไปหาเอกสารมาทำรายงานบ้าง ดูเล่นบ้าง จนคุ้นหน้าคุ้นตากับพี่ๆ ที่นั่นกันพอสมควร ไปๆ มาๆ ก็เลยซึมซับความเป็นญี่ปุ่นไปมากกว่าประเทศอื่น ที่ผมเขียนเกริ่นมาเสียยืดยาว ก็เพราะว่าปัจจุบันในบ้านเรามีคู่มือเที่ยวทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น ที่มีคุณภาพก็มาก ที่ด้อยคุณภาพก็เยอะ แต่ที่สำคัญคือเจ้าคู่มือท่องเที่ยวนี่แหละครับเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดีโดยไม่รู้ตัว

ถ้าลองไปเดินที่ร้านหนังสืออย่างนายอินทร์ หรือ B2S ดูจะเห็นว่าเดี๋ยวนี้แผนกหนังสือท่องเที่ยวนี่มีเป็นล่ำเป็นสันกันแล้ว ไม่เพียงแค่คู่มือแต่บรรดาพ็อกเกตบุ๊กประเภทไปเองเที่ยวเอง เที่ยวไม่ง้อทัวร์ ก็ออกตามๆ กันมาอีกนับสิบๆ เล่ม ผมว่าเป็นยุคเฟื่องฟูของการท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้ และถ้าท่านผู้อ่านลองสังเกตดูจะพบว่าคู่มือท่องเที่ยวที่หนาตาที่สุดต้องมีญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในบรรดานั้น คู่มือท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่มีในบ้านเราถึงแม้จะมีมาก แต่ที่ให้ข้อมูลแบบลึกซึ้งกลับมีไม่มากหรือไม่มีเลยก็ว่าได้ แน่นอนครับว่าคู่มือท่องเที่ยวญี่ปุ่นดีๆ ก็ต้องเป็นคู่มือท่องเที่ยวที่ทำโดยคนญี่ปุ่น ซึ่งมีทั้งแบบคร่าวๆ และละเอียดแบบเจาะลึก ตามแต่วัตถุประสงค์ของผู้ที่จะซื้อไปใช้งาน ผมซื้อคู่มือเหล่านี้ไว้เที่ยวเองและใช้งาน อยู่หลายเล่ม มีประโยชน์มาก แต่ทั้งหมดก็คือคู่มือท่องเที่ยวของจังหวัดบ้าง ของเมืองบ้าง ต่างกันไป แต่ผมมีคู่มืออยู่เล่มหนึ่งที่ผมคิดว่า ถ้าบ้านเรามีแบบนี้บ้างคงจะดีไม่น้อย คู่มือเล่มนี้เป็นคู่มือท่องเที่ยวย่านจิยูงะโอกะครับ

Jiyugaoka Official Guide คือชื่อเต็มๆ ของหนังสือเล่มนี้ครับ ผมค่อนข้างแปลกใจตอนที่ไปเดินเล่นแล้วเจอสำนักงานเล็กๆ ที่คอยให้ข้อมูลนักท่องเที่ยว ไม่ได้แปลกใจกับสำนักงานนะครับ เพราะสำนักงานแบบนี้บ้านเราก็มีเยอะแยะ ทั้งหัวหิน พัทยา เชียงใหม่ ฯลฯ แต่ที่ผมบอกว่าแปลกคือสำนักงานของที่นี่พอเดินเข้าไปแล้วเหมือนเดินเข้าไปในบ้านเล็กๆ แล้วเจอคนในบ้านมาเล่าให้ฟังว่า แถวนี้มันน่าเที่ยวอย่างไร มีอะไรน่าสนใจบ้าง อะไรอร่อย อะไรต้องซื้อ ตรงไหนสวย ฯลฯ ไม่รู้สึกเหมือนกับว่ากำลังคุยกับเจ้าหน้าที่เลยครับ เพราะจริงๆ แล้วเขาไม่ใช่เจ้าหน้าที่ เขาเป็นอาสาสมัครที่ภาคภูมิใจในถิ่นของเขาและอยากให้คนที่มาเยือนถิ่นได้เห็นได้เจอสิ่งที่น่าภูมิใจของเขาครับ ตรงนี้แหละครับที่ผมว่าต่างจากที่อื่นๆ แม้แต่ในโตเกียวเองก็หาแบบนี้แทบไม่ได้ อย่างที่ผมเคยเล่าไว้ว่า ย่านจิยูงะโอกะนี่ถือว่าเป็นชุมชนเข้มแข็งที่พึ่งพาตนเองอย่างแท้จริง กิจกรรมทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นในชุมชนจิยูงะโอกะนั้นเกิดขึ้นจากภาคประชาชนแทบทั้งสิ้น ภาครัฐมีส่วนในด้านการสนับสนุนและอำนวยความสะดวก อธิบายง่ายๆ ก็เอกชนเป็นเจ้าภาพ รัฐเป็นผู้ช่วย ซึ่งแบบนี้มีในบ้านเราน้อยมาก แต่ที่ญี่ปุ่นมักจะเป็นแบบนี้แทบทั้งนั้น ดังนั้นเวลามีคณะดูงานไปญี่ปุ่นทีไร คำถามหนึ่งที่ถูกถามบ่อยที่สุดก็คือ “รัฐสนับสนุนอะไรบ้าง” ซึ่งเวลาญี่ปุ่นเขาตอบกลับมาว่า “เราร่วมมือทำกันเองโดยพึ่งพาการสนับสนุนจากภาครัฐน้อยมาก” ก็ทำเอาเราอึ้งเหมือนกัน

ทีมงานส่งเสริมการท่องเที่ยวของย่านจิยูงะโอกะ เขารวมตัวกันเป็นสมาคมมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Jiyugaoka Association of Business and Commerrce ทีมงานก็คนที่ทำงานในย่านนั้นทั้งหมด ช่วยกันทำ Guide Book ออกมาปีละเล่ม เนื้อหาครอบคลุมเรื่องราวที่น่าสนใจ ร้านค้าและบริการต่างๆ ที่มีในจิยูงะโอกะทั้งหมดเกือบ 600 ร้าน แบ่งเป็นหมวดหมู่ชัดเจน ทั้งเรื่องกิน แฟชั่น ความงาม ของแต่งบ้าน ฯลฯ มีครบไม่ตกหล่น ที่ผมชอบมากๆ คือ แม้แต่บริการดูหมอ เขายังบรรจุเอาไว้ด้วยเลยครับ พร้อมแผนที่อย่างละเอียดคือมีทั้งแผนที่รวมของจิยูงะโอกะ และแผนที่ย่อยของแต่ละร้าน พร้อมคำบรรยาย ที่อยู่ เบอร์โทร.และเว็บไซต์ เรียกว่าถ้ามีคู่มือเล่มนี้แล้ว วางแผนเที่ยวจิยูงะโอกะได้สบายมาก ไม่ต้องเสียเวลา ไม่ต้องหลงทาง และเขาทำขายไม่ได้แจกฟรี ราคาเล่มละ 700 เยน แต่มีของแถมมาให้ด้วยเลยทำให้ไม่รู้สึกว่าแพง อย่างของปี 20102011 เขาแถมถุงผ้าที่เรียกซะเก๋ว่า J Bag (ย่อมาจาก Jiyugaoka Original Bag) แถมมีจำนวนจำกัดไม่พร่ำเพรื่อทำแจกให้เสียราคา เขตไหนอำเภอไหนในบ้านเราลองทำคู่มือแบบนี้ขึ้นมาบ้างน่าจะดี จะได้ส่งเสริมธุรกิจของย่านนั้น อ้อ! ลืมบอกไปว่า เขามีเว็บไซต์ไว้อัพเดตข้อมูลให้ด้วย ใครสนใจลองเข้าไปดูได้ที่ http://www.jiyugao…ka.or.jp/ หวังว่าสักวันคงได้เห็นคู่มือดีๆ แบบนี้ในเมืองไทยครับ

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI