posttoday
การเมืองกับสิ่งแวดล้อม

การเมืองกับสิ่งแวดล้อม

03 มีนาคม 2562

ในผลโพลต่างๆที่ออกมา สิ่งที่ประชาชนคาดหวังจากพรรคการเมือง จะมีเรื่องสิ่งแวดล้อมติดอันดับมาด้วยเสมอ ส่วนใหญ่จะอยู่ในอันดับ 4

ในผลโพลต่างๆที่ออกมา สิ่งที่ประชาชนคาดหวังจากพรรคการเมือง จะมีเรื่องสิ่งแวดล้อมติดอันดับมาด้วยเสมอ ส่วนใหญ่จะอยู่ในอันดับ 4

**************************

โดย...ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ประจำคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

เริ่มเข้าใกล้ช่วงเวลาเลือกตั้งเริ่มมีการหาเสียงตามนโยบายพรรคการเมืองหลายหลาก ที่น่าสนใจคือมีพรรคไหนให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมบ้าง เพราะเมื่อดูจากผลโพลสิ่งที่ประชาชนคาดหวังจากพรรคการเมือง จะมีเรื่องสิ่งแวดล้อมติดอันดับมาด้วยเสมอ ส่วนใหญ่จะอยู่ในอันดับ 4 (ปากท้อง การศึกษา สังคม และสิ่งแวดล้อม)

ผลดังกล่าวหมายถึงคนไทยเห็นความสำคัญเรื่องนี้มากขึ้นเมื่อเทียบกับหลายปีก่อน คงเป็นเพราะผลกระทบเริ่มชัดเจน ทั้งฝุ่น ทั้งขยะทะเล น้ำเสีย สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ฯลฯ ยังรวมถึงความรักความเข้าใจธรรมชาติที่มีมากขึ้น ทำให้เราสนใจปะการังเพราะรู้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวทำรายได้ สนใจสัตว์ทะเลหายาก เพราะรู้ว่าพวกเธอกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก

เมื่อคนสนใจบางพรรคการเมืองเริ่มมีแนวนโยบายด้านนี้มากขึ้น ความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ เป็นเรื่องดีในสายตาผมครับ แม้อยากเห็นมากกว่านี้ แต่อย่างน้อยก็ถือว่าดีขึ้น เพราะผมเชื่อเสมอว่าเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ทุกพรรคต่างมีเป้าหมายคล้ายกัน คงไม่มีพรรคใดอยากเห็นเมืองไทยสกปรก เมืองใหญ่จมอยู่ในม่านฝุ่น ชายหาดและทะเลมีแต่ขยะ ป่าโกร๋น ปะการังพินาศแหลกลาญ

หากให้ผมแบ่งพรรคจากนโยบายเท่าที่ได้ยินและติดตาม ผมพอจะแบ่งพรรคออกได้เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกที่สนใจปัญหานี้ มีการทำงาน ศึกษาข้อมูล กฎหมาย และแนวทางความเป็นไปได้ ทั้งจากของราชการ/เอกชน/ประชาชน ขณะที่กลุ่มที่สองพูดไปเรื่อยโดยดูปัญหาเฉพาะหน้า

แต่ไม่สามารถเสนอนโยบายที่ชัดเจน ยังมีอยู่บ้างที่สับสน พูดโดยที่ไม่เข้าใจว่าโลกยุคนี้ต่างจากเมื่อ 15-20 ปีที่แล้ว คนยุคนี้สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่ายและมีความรู้อยู่พอตัว การที่จะมาขายฝันแบบไม่เห็นพื้นฐานความเป็นจริง มันทำไม่ได้ง่ายๆ อีกแล้ว ผมจึงหวังเพียงพรรคในกลุ่มที่ 2 จะปรับตัวและทำงานหนักขึ้น

สำหรับพรรคการเมืองที่สนใจปัญหาสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว เป้าหมายของพรรคการเมืองแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ รักษาทรัพยากรธรรมชาติและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีแนวทางคล้ายกัน เพราะมีกติกาของโลกที่กำกับอยู่ ทั้ง SDGs ทั้งก๊าซเรือนกระจก ทั้งขยะทะเล ยังมีตัวชี้วัดระดับโลกอีกมากมาย ที่คอยชี้วัดเมืองไทยเพื่อเทียบเคียงกับมาตรฐานสากล รวมถึงสัญญาต่างๆ ที่เราทำไว้กับชาวโลก

จึงไม่น่าแปลกที่นโยบายของพรรคการเมืองกลุ่มที่วางแผนและลงมือทำงานจะออกมาคล้ายกัน และบางอย่างเป็นการทำงานต่อเนื่องจากช่วงนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เพราะการทำงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ได้ผล มันต้องทำอย่างต่อเนื่อง ส่งต่อไม้ผลัดกันไปทีละช่วง

อย่างไรก็ตาม หากพรรคการเมืองต่างๆ อยากให้ประชาชนสนใจมากขึ้น อาจต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียด พิจารณายุทธศาสตร์และแนวทางในปัจจุบันให้ดี สร้างนโยบายที่ไปต่อให้ได้ในโลกความจริง กำหนดดัชนีชี้วัดที่ชัดเจนว่าหากพรรคเราได้รับเลือก เราจะสามารถทำอะไรให้เกิดขึ้นบ้าง

เช่น ทำให้เมืองไทยลดก๊าซเรือนกระจกดีกว่านี้ได้หรือไม่ ทำให้จำนวนวันเฉลี่ยที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ลดลงบ้างจะได้ไหม ลดถุงพลาสติกได้กี่ร้อยล้านพันล้านใบ เพิ่มเปอร์เซนต์พื้นที่ปะการังที่มีสภาพดีได้มากขึ้น หรืออาจเป็นเรื่องใหม่ๆ เพื่อการพัฒนาแบบยั่งยืน เช่น เรื่อง Circular/Blue Economy เรื่อง Blue Carbon

สุดท้าย ผมอยากให้กำลังใจทุกพรรคการเมืองว่า พวกคุณยังมีเวลาและนี่เป็นโอกาสของคุณในการนำเสนอนโยบายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนและเป็นไปได้ เพราะยังมีคนอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่มั่นใจว่าจะเลือกพรรคไหน เขารอตัวเลือกจากประเด็นนี้ นี่แหละครับ

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา