
เฉอะแฉะ แต่ ชุ่มชื่น
มุมมองเล็กๆ จาก “มด” ได้กลายเป็นปรัชญาที่ยิ่งใหญ่ สอนใจคนที่กำลังท้อแท้ สิ้นหวังกับชีวิต เมื่อต้องเผชิญกับอุปสรรคขวากหนามที่พาดผ่านทางเดินชีวิต
มุมมองเล็กๆ จาก “มด” ได้กลายเป็นปรัชญาที่ยิ่งใหญ่ สอนใจคนที่กำลังท้อแท้ สิ้นหวังกับชีวิต เมื่อต้องเผชิญกับอุปสรรคขวากหนามที่พาดผ่านทางเดินชีวิต
โดย...ธนพล บางยี่ขัน
เส้นทาง “มด” ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ ไร้ที่มาที่ไป แต่กลายเป็น “สัญญาณ” เตือนให้รู้ว่า “ฝน” กำลังจะตกในไม่ช้า แม้จะเป็นวันฟ้าใส ไร้เมฆครึ้ม
ทว่า... บทเรียนบางครั้งสอนให้รู้ว่า “ฝน” ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทำให้ “มด” ตื่นตัวเคลื่อนย้ายถิ่นฐานแบบฉับพลัน และบางครั้ง “มด” ก็ไม่ได้ตื่นตูมออกมาเคลื่อนไหวก่อนฝนตกเสมอไป
ในวันที่มดเคลื่อนขบวนพาดผ่านพื้นบ้าน ลัดเลาะหลบสิ่งกีดขวาง ก่อนไต่ระดับขึ้นผนังบ้าน มุดซอก หลบมุม จนคร้านจะติดตามหา จุดหมายปลายทาง หรือจุดเริ่มต้นของเส้นทางแห่งชีวิตสายนี้
ความทรงจำวัยเยาว์แวบขึ้นมาในสมอง กับประสบการณ์ที่ไม่รู้ว่าเป็นความซุกซนวัยเด็ก หรือความสงสัยในสิ่ง|รอบตัวที่น่าตื่นตาตื่นใจไปเสียหมด
การนำเอากิ่งไม้ไปกั้นขบวนมด พร้อมทดลองเปลี่ยน ตัวแปร จากกิ่งไม้เป็นสิ่งอื่นๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็น ก้อนหิน ดินสอ ฯลฯ ล้วนแต่ได้ข้อสรุปตรงกันว่ามดมีความสามารถในการค้นหาเส้นทางเชื่อมต่อกับเพื่อนๆ ของมันได้ทุกครั้ง
มุมมองเล็กๆ จาก “มด” ได้กลายเป็นปรัชญาที่ยิ่งใหญ่ สอนใจคนที่กำลังท้อแท้ สิ้นหวังกับชีวิต เมื่อต้องเผชิญกับอุปสรรคขวากหนามที่พาดผ่านทางเดินชีวิต
เคยมีคนบอกว่า “มด” ไม่เคยเดินถอยหลัง เมื่อเจอสิ่งกีดขวางมันจะหาทางฟันฝ่าไปยังจุดหมายปลายทางให้ได้ ถึงข้อเท็จจริงจะยากในการหาข้อสรุปยืนยันความถูกต้อง แต่จากที่ได้สัมผัสน่าจะต้องยอมซูฮกให้กับความมุมานะของ “มด”
นอกจากความ “มุ่งมั่น” เดินหน้าสู่เป้าหมาย ความ “อุตสาหะ” แบกของที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวหลายเท่าเป็นระยะทางไกลๆ ก็ไม่ทำให้ “มด” ย่อท้อต่อภารกิจของมัน
ความลับธรรมชาติเป็นเรื่องที่ยังเป็นปริศนาว่าอะไรที่ทำให้สิ่งมีชีวิตขนาดปลายเล็บ ถึงหยั่งรู้ล่วงหน้าในลมฟ้าอากาศ ที่สัญชาตญาณและการสังเกตของมนุษย์ไม่อาจเทียบได้ แถมยังเดินทางสู่เป้าหมายได้อย่างถูกต้องแม่นยำในการไร้เข็มทิศอุปกรณ์นำทาง แม้จะต้องแบกน้ำหนักไปตลอดทางก็ไม่ส่งผลต่อภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
“ฝน” แปะแรกจากระลอกหลังๆ ก่อนปิดท้ายฤดูฝน กระตุ้นให้ย้อนนึกถึงเส้นทางมดที่หายตัวไปอย่างรวดเร็วแบบไม่เหลือทิ้งไว้แม้แต่รอยเท้านับล้านๆ รอยเท้าที่เหยียบย่ำไว้ ซึ่งป่านนี้ฝูงมดน่าจะพากันไปอยู่ในที่ปลอดภัยจากน้ำท่วมถึง ต่างจากชาวบ้านในหลายพื้นที่ ซึ่งต้องเผชิญกับสภาพน้ำท่วมหนัก
นักคีตวิทยาอธิบายพฤติกรรมของมดว่าใช้ “ฟีโรโมน” หรือสารที่มดปล่อยออกมานำทาง ให้ตัวหลังรับสัญญาณและปล่อยต่อออกไปเป็นลูกโซ่ ถือเป็นกุญแจสำคัญในการสื่อสารกำหนดเส้นทางไปถึงอาหาร หรือจุดหมายปลายทางอื่นๆ จากรังของตัวเอง รวมทั้งใช้เป็นสัญญาณเตือนภัยกับสมาชิกมดในรัง
อีกด้านหนึ่ง “ฟีโรโมน” ยังถูกนำมากำหนดความเป็น “มิตร” หรือ “ศัตรู” และนำมาสู่การทำร้าย ทำลาย เพียงเพราะถูกตีตราให้อยู่คนละฝั่งคนละพวก
สายพานชีวิตมนุษย์ที่เคลื่อนตัวอย่างรีบเร่งไปตาม “กรอบ” เศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม บางครั้งจึงดูไม่ต่างจากเส้นทางชีวิตที่มี “ฟีโรโมน” เป็นตัวชี้นำ
ไม่กี่วันถัดมาฝนเปาะแปะในช่วงเลิกงาน ส่งสัญญาณเตือนว่ากำลังจะตกหนักในไม่ช้า ทำให้ถนนหนทางเต็มไปด้วยรถยนต์ที่จอดแน่นิ่ง ขบวนรถหลากยี่ห้อ หลายสี ต่างราคา จำใจเข้าแถวเรียงรายกันเป็นเส้นยาว จนยากจะหาจุดสิ้นสุด หรือจุดเริ่มต้น ไม่ต่างจากขบวนมดหนีน้ำ
เด็กหนุ่มในห้วงเวลาที่ต้องพาตัวเองไปถึงจุดหมายปลายทาง แข่งกับสายฝนที่กำลังจะถล่มลงมาหนักหน่วง มอเตอร์ไซค์รับจ้างกลายเป็นทางเลือกสุดท้ายที่สุ่มเสี่ยงหากพลาดพลั้งไปไม่ถึงจุดหมายก่อนฝนตก
บรรยากาศทะมึนในช่วงก่อนฝนตก ซ้ำเติมสภาพรถติดหลังเลิกงาน เคร่งเครียดกว่าที่เคยเป็นเป้าหมายของรถทุกคันอยากจะช่วงชิงจังหวะพาตัวเองกลับถึงบ้านก่อนฝนตก
มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่มีเด็กหนุ่มซ้อนท้าย เคลื่อนตัวช้าๆ ลัดเลาะไปตามช่องว่างระหว่างรถยนต์ที่จอดนิ่งบนถนน ไม่ต่างจากมอเตอร์ไซค์อีกหลายๆ คัน ที่แทรกตัวไปตามช่องว่างระหว่างรถยนต์จนถนนทั้งสายอัดแน่นไม่เหลือที่ให้เคลื่อนไหว
ในอารมณ์นี้ แค่ช่วงเสี้ยวนาทีของไฟเขียว กลายเป็นเวลาอันมีค่าของมอเตอร์ไซค์ทั้งหลาย ที่ต่างร้อนรนกันเป็นพิเศษเพื่อหลีกเลี่ยงการเปียกปอนจากฝนซึ่งกำลังไล่หลังมาเรื่อยๆ บางคันถึงขั้นแสดงอาการไม่พอใจ ไม่ยอมคันอื่น บางคันแสดงอาการน่ารังเกียจ
เด็กหนุ่มเริ่มเสียวสันหลังกับฝนเม็ดหนาที่กระทบหมวกกันน็อก เมื่อระยะทางปัจจุบันยังห่างไกลจุดหมายอยู่ไม่น้อย แต่ทำได้แค่ลุ้นให้ไฟเขียวทอดเวลายาวพอจะเปิดทางให้พ้นสภาพที่เป็นอยู่ และหดหู่กับอารมณ์ดิบบนท้องถนน
จนกระทั่งมอเตอร์ไซค์ที่คุณพ่อมือใหม่ ซ้อนท้ายมาด้วยกันกับคุณแม่ยังสาว และคุณลูกแบเบาะ เคลื่อนตัวมาอยู่ใกล้ๆ
ความรู้สึกเวลานั้นเหมือนน้ำฝนหยดแรกที่ต้องผืนดินอันแห้งผาก !!!
จากความเคร่งเครียดที่คุกรุ่นขณะนั้น แปลงสภาพเป็นความห่วงใยสวัสดิภาพ “หนูน้อย” บนมอเตอร์ไซค์แบบไม่ได้นัดหมาย
บทสนทนาสั้นๆ ช่วงรถเคลื่อนตัว ระหว่างมอเตอร์ไซค์หลายคันกับครอบครัวเด็กอ่อน ต่างพากันสอบถามถึงอุปกรณ์กันฝนที่พอจะปกป้องเด็กน้อยให้ไปถึงที่พักได้
คำตอบสั้นๆ สร้างความหดหู่ให้กับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ไม่น้อย แต่อารมณ์นี้ก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง และกลายสภาพเป็นอารมณ์ที่บรรยายไม่ถูกแต่พอที่จะทำให้ “อะดรีนาลิน” สูบฉีดปรี๊ดปร๊าด
เมื่อหนึ่งในสิงห์มอเตอร์ไซค์ยอมสละเสื้อกันฝนของตัวเองให้กับคุณแม่ของหนูน้อยคนนี้แบบไม่ต้องคิดมาก ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไปตามสภาพการจราจร
เด็กหนุ่มถึงที่หมายในสภาพมะลอกมะแลก แต่ “สายฝน” ครั้งนี้ กลับไม่ได้สร้างความรู้สึก “เฉอะแฉะ” อย่างที่เคยเป็น เมื่อสายฝนวันนั้นได้นำพามาซึ่งความ “ชุ่มชื่น” เต็มเปี่ยมหัวใจ







