
สมหวัง เหลืองไพบูลย์ศรี บ้านคือความอบอุ่นและอิสระ
คนรุ่นใหม่น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักเพย์พัล หนึ่งในเว็บไซต์การเงินออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก
เรื่อง โยธิน อยู่จงดี ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
คนรุ่นใหม่น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักเพย์พัล หนึ่งในเว็บไซต์การเงินออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งมี สมหวัง เหลืองไพบูลย์ศรี ผู้จัดการ บริษัท เพย์พัล ประจำประเทศไทย เป็นผู้ดูแล และวันนี้เขาได้เปิดห้องให้เราได้รู้จักไลฟ์สไตล์ของเขากันมากขึ้น
ทำเลดีชีวิตก็ดี
สมหวัง เล่าถึงการเลือกและการตกแต่งคอนโดมิเนียมของเขาว่า คอนโดมิเนียมเป็นตัวเลือกแรกๆ ในการใช้ชีวิตในเมือง เดินทางสะดวก ใกล้โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ของลูก ซึ่งเป็นโรงเรียนเดียวกับที่เขาเคยเรียน คุ้นเคยพื้นที่ตรงนี้อยู่แล้วยิ่งรู้สึกสบายใจ
“ในขณะที่บ้านอีกหลังของผมจะอยู่ชานเมือง ซึ่งมีพื้นที่ทำสิ่งต่างๆ ได้มากกว่าและอยู่เฉพาะช่วงวันหยุด
อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของความคุ้มค่า คอนโดที่ผมอยู่จริงๆ แล้วยังเป็นที่ของจุฬาฯ ที่มีสัญญาในการซื้อขายอยู่แค่ 30 ปี หลายคนบอกว่าทำไมไม่ซื้อแบบที่เป็นทรัพย์สินของเราเลย แต่เมื่อเทียบราคาคอนโดมิเนียมที่เราอยากได้ในทำเลย่านพระราม 4 แห่งอื่นๆ ราคาค่อนข้างจะสูงเกินไป แต่กับที่เราอยู่ตรงนี้แม้จะมีสัญญาเช่าซื้อขาย 30 ปี หากเมื่อเทียบกับการได้อยู่ใจกลางเมือง ในย่านสุขุมวิท และพระราม 4 เป็นที่ที่เราคุ้นเคยผมถือว่าคุ้มค่าอย่างมาก
อีกอย่างหนึ่งตัวเราเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะอยู่ตรงนี้ตลอดไป เพราะวันที่เราลงทุนซื้อมาเราแค่ต้องการความสะดวก เราไม่ได้มองถึงอนาคตว่าเราจะต้องอยู่ถึง 30 ปี ย้อนกลับไปในอดีตผมยังจำความได้ว่า ผมอยู่บ้านพ่อแม่ตั้งแต่เกิดมา ผมยังอยู่ไม่ถึง 30 ปี
แล้วเราก็ย้ายออกมาอยู่ของเราเอง ดังนั้นอนาคตข้างหน้าเราก็อาจจะมีโอกาสย้ายที่อยู่ใหม่ได้อีกเช่นกัน มองกลับไปที่เรื่องของมูลค่าราคา ผมเชื่อว่าการที่ได้ทำเลอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัย ใกล้โรงเรียน ราคาที่ดินย่อมเพิ่มขึ้นตามเวลา เพิ่มสูงขึ้นทุกๆ ปี
ตอนนี้อยู่มา 4 ปี มูลค่าของห้องเพิ่มขึ้นไปถึง 30-40 เปอร์เซ็นต์แล้ว สำหรับเราก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะใช้เวลาไม่นานมูลค่าก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่เหมือนกับเวลาเราไปซื้อคอนโดให้คนอื่นเช่า หรือเก็งกำไรในทำเลที่เรารู้สึกว่ายังไม่ใช่ มูลค่ามันแตกต่างกัน
ถ้าเราซื้อมาเพื่อปล่อยเช่าทำกำไร แต่ทำเลตรงนั้นมันไม่ใช่ ซื้อมาแล้วได้ห้องไม่ดี วิวไม่สวย ก็ทำกำไรได้ยากจึงไม่ใช่ว่าซื้อคอนโดทุกที่แล้วจะมีดีเสมอไป ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดผมจึงตัดสินใจเลือกคอนโดแห่งนี้ ที่แม้จะเป็นห้องเล็กๆ แต่ก็เดินทางสะดวก อยู่ในทำเลที่ดีและมีอนาคตมากกว่า”
แต่งห้องเน้นทำความสะอาดง่าย
หากเทียบเวลาในการอยู่บ้าน คอนโดจึงค่อนข้างจะอยู่เป็นหลักมากกว่า การตกแต่งคอนโด ด้วยความที่มีพื้นที่จำกัด แล้วก็คิดไว้อยู่แล้วว่าถ้าอยู่ไปนานๆ ของจะต้องเยอะขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทุกวันนี้ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ
“ครั้งแรกผมให้น้องที่รู้จักเป็นคนออกแบบให้ โจทย์ที่ให้ไปก็คือต้องทำให้ห้องดูโล่งมากที่สุด มีจุดวางของให้เป็นระเบียบให้เก็บของให้ได้เยอะที่สุด ที่สำคัญก็คือเรื่องความสะอาดเราใช้ชีวิตอยู่ในเมืองทำให้ห้องสะสมฝุ่นได้ง่าย ต้องทำให้ห้องมีซอกน้อยที่สุด จะให้มีลวดลายแกะสลักตามบัวพื้น ขอบหน้าต่างแบบนี้ผมไม่เอา เพราะเมื่อฝุ่นไปสะสมตามร่องตามซอกจะทำความสะอาดได้ยาก
ยิ่งครอบครัวผมจะเน้นทำความสะอาดเองเป็นประจำอยู่แล้ว นานๆ ถึงจะจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดใหญ่สักครั้งดังนั้นเราไม่อยากลำบากในจุดนั้น
ห้องที่ออกแบบมาจึงไม่ค่อยมีซอกเล็กๆที่ทำความสะอาดยาก แม้กระทั่งเฟอร์นิเจอร์ที่วางอยู่บนพื้นทุกตัวจะต้องลอยออกมาจากพื้น ทำทุกอย่างให้ออกมาดูโล่งมากที่สุดทำความสะอาดง่ายใช้ผนังโทนสีฟ้า ให้ดูสบายตา กวาดถูง่าย
ในขณะเดียวกันต้องมีมุมสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ แยกกันอย่างชัดเจน เพื่อนผมที่อยู่คอนโดมาก่อนผมเห็นเขามีโต๊ะแค่ตัวเดียว แต่โต๊ะตัวนั้นเป็นทั้งโต๊ะกินข้าว โต๊ะทำงานในตัว อยู่ที่ว่าเวลาไหนต้องใช้ทำอะไร แต่ผมไม่อยากทำแบบนั้น ผมอยากทำให้คอนโดที่มีพื้นที่เล็กๆ แต่สามารถแบ่งโซนใช้งานได้อย่างชัดเจน
ผมขอมุมทำงานเล็กๆ ส่วนตัวริมหน้าต่างเอาไว้ทำงานแล้วมองวิวข้างนอกเผื่อจะคิดงานออก ห้องครัว โต๊ะกินข้าวก็จะเป็นมุมเล็กๆ ที่ชัดเจน แต่ว่าเป็นโต๊ะที่สามารถปรับพับเก็บให้กลายเป็นพื้นที่โล่งสำหรับทำกิจกรรมอย่างอื่นที่ต้องการได้
ในเรื่องแนวทางการตกแต่งห้องผมจะไม่ได้เดินซื้อหาเฟอร์นิเจอร์อะไรมากนัก เลือกเฉพาะเท่าที่ต้องใช้งาน มีเพียงแค่โซฟาที่ใช้เวลานานนิดนึง เพราะว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ ต้องเลือกแบบเลือกสีให้เข้ากับห้อง อีกอย่างหนึ่งโซฟาก็เป็นเหมือนพระเอกของห้องนั่งเล่น ที่เราจะได้ใช้ร่วมกันในครอบครัว จึงค่อนข้างพิถีพิถันในการเลือกค่อนข้างมาก
ของตกแต่งชิ้นอื่นๆ ทั้งผมและแฟนก็จะเลือกร่วมกัน แต่ก็พยายามตกลงกันว่าเราจะไม่เลือกของเข้าบ้านมากนัก จะเลือกเฉพาะของที่จำเป็นจริงๆ บางอย่างที่ผมมีอย่างเช่นชุดเครื่องเสียง ลำโพง เครื่องเล่นต่างๆ ก็หาช่างประกอบชั้นวางอย่างที่เราต้องการให้สามารถวางเครื่องเล่นเหล่านี้ได้ทุกชิ้น โดยยังคงคอนเซ็ปต์ความเรียบง่ายและทำความสะอาดได้ง่ายเหมือนเดิม”
ไม่มีข้อจำกัดสำหรับบ้านและการทำงาน
สไตล์การทำงานของสมหวัง ไม่ได้จำกัดในเรื่องเวลาในการทำงาน “เราทำงานกับบริษัทข้ามชาติที่มีความยืดหยุ่นในเรื่องเวลาและการบริหารจัดการตัวเอง ผมจึงสามารถนั่งทำงานที่บ้าน หรือออกไปทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา เพราะบริษัทใหม่ๆ โดยเฉพาะที่สหรัฐ ไม่ได้วัดประสิทธิภาพพนักงานด้วยเวลาเข้าออกที่ทำงาน แต่วัดด้วยผลของงาน
บ้านของผมส่วนหนึ่งจึงเป็นเหมือนออฟฟิศ 8 โมงเช้าวิดีโอคอลประชุมกับสิงคโปร์ บ่ายสองประชุมกับทีมงาน ก็มีมุมทำงานริมหน้าต่างที่บ้านกับโน้ตบุ๊กดีๆ หนึ่งเครื่องก็สามารถวิดีโอคอล หรือใช้วอตส์แอพติดต่อสื่อสารกันได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม การทำงานในบริษัทข้ามชาติที่ไม่ได้จำกัดเรื่องเวลาเข้าออกที่ทำงาน จะต้องมีความเป็นมืออาชีพ มีวินัย มีการวางแผนควบคุมในการทำงานส่วนตัวเอง ต้องมีความเป็นผู้ใหญ่ในการทำงานสูง แม้ว่าคนทำงานอาจจะเป็นเด็กรุ่นใหม่แต่ก็ต้องมีความเป็นมืออาชีพไม่ต่างกัน
บางทีเราอาจจะเห็นคนที่เรากำลังพูดคุยเรื่องงานอยู่ด้วย มีวิวข้างหลังที่แตกต่างไปจากเดิม ปกติเราจะเห็นฉากหลังของเขานั่งอยู่ที่บ้าน แต่อีกวันนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟ สอบถามพูดคุยกันว่าตอนนี้นั่งทำงานอยู่ที่ไหนเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปแล้ว
ถ้านำระบบการทำงานที่บ้านแบบนี้เข้ามาใช้ในประเทศไทย สิ่งแรกที่ต้องมีก็คือเรื่องของวินัยและระบบในการทำงาน การแบ่งเวลาในการทำงานที่ชัดเจน บางทีให้เวลา 1 สัปดาห์เขาอาจจะไปทำตอน 2 วันสุดท้ายก็ได้ แต่ไม่ควรเป็นอย่างนั้น การทำงานที่บ้านก็ควรมีรายงานผลความคืบหน้าของงานที่ทำอยู่ด้วยเช่นกัน
การทำงานที่บ้านดีอย่างหนึ่งก็คือ นอกจากทำให้เราได้ทำงานได้อย่างเต็มที่โดยไม่เสียเวลาเดินทางแล้ว ยังได้ใช้เวลากับครอบครัวอย่างใกล้ชิด เพราะบ้านสำหรับผมเป็นสิ่งที่ต้องการความใกล้ชิดกับคนในครอบครัว เราไม่ได้เป็นครอบครัวใหญ่ อยู่บ้านหลังใหญ่มีหลายห้องนอน แม้ผมจะมีบ้านอยู่ชานเมืองแต่ก็ไม่ได้เป็นบ้านที่มีขนาดใหญ่โต บ้านสำหรับผมคือความอบอุ่นสำหรับครอบครัวเล็กๆ จะได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขให้มากที่สุด”







