posttoday
อีกหนึ่งเรอเนสซองซ์ ลูคัส ครานากซ์

อีกหนึ่งเรอเนสซองซ์ ลูคัส ครานากซ์

20 ตุลาคม 2553

นับเป็นครั้งแรกในอิตาลีที่มีโอกาสได้ต้อนรับภาพเขียนยุคเรอเนสซองซ์ของจิตรกรชาวเยอรมัน ลูคัส ครานากซ์ (คนพ่อ) ในนิทรรศการ “Lucas Cranach. The Other Renaissance” ซึ่งจัดแสดงตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 13 ก.พ. ศกหน้า ณ กาเยรา บอร์เกห์เซ (Galleria Borghese) ในกรุงโรม

นับเป็นครั้งแรกในอิตาลีที่มีโอกาสได้ต้อนรับภาพเขียนยุคเรอเนสซองซ์ของจิตรกรชาวเยอรมัน ลูคัส ครานากซ์ (คนพ่อ) ในนิทรรศการ “Lucas Cranach. The Other Renaissance” ซึ่งจัดแสดงตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 13 ก.พ. ศกหน้า ณ กาเยรา บอร์เกห์เซ (Galleria Borghese) ในกรุงโรม

โดย....อฐิณป ลภณวุษ

 

อีกหนึ่งเรอเนสซองซ์ ลูคัส ครานากซ์

นับเป็นครั้งแรกในอิตาลีที่มีโอกาสได้ต้อนรับภาพเขียนยุคเรอเนสซองซ์ของจิตรกรชาวเยอรมัน ลูคัส ครานากซ์ (คนพ่อ) ในนิทรรศการ “Lucas Cranach. The Other Renaissance” ซึ่งจัดแสดงตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 13 ก.พ. ศกหน้า ณ กาเยรา บอร์เกห์เซ (Galleria Borghese) ในกรุงโรม

งานนี้ผลงานของลูคัส ครานากซ์ ดิ เอลเดอร์ อันเป็นหนึ่งในยุคเรอเนสซองซ์ แม้จะน่าสนใจใคร่ชมอยู่หลายส่วน แต่ก็ยังมีตัวช่วยที่คล้ายเป็นการอรรถาธิบายให้เห็นภาพของลูคัส ศิลปินเยอรมันผู้คล้ายดั่งคนปิดทองหลังพระ โดยแสดงงานร่วมกับศิลปินดังชาติเดียว/ยุคเดียวกัน อย่าง อัลแบรชต์ ดูเรอร์ ในแบบที่เรียกว่า ลูคัส เป็นพระเอก ส่วน อัลแบรชต์ เป็นน้ำจิ้ม

คือนอกจากจะเป็นการจัดแสดงผลงานของเขาครั้งแรกในอิตาลีแล้ว ยังเรียกว่ารวบรวมผลงานของเขาเอาไว้เกือบทั้งหมด ทั้งในยุคเรอเนสซองซ์ ผลงานที่ทำงานรับใช้ราชสำนักต่างๆ รวมทั้งผลงานที่ล้ำสมัย แบบที่ศิลปินชาวเฟลมิช (เช่น แยน ฟาน เมียร์) นิยมทำในยุคนั้น

ศาสตราจารย์แบร์นาร์ด ไอเคมา นักประวัติศาสตร์ศิลปะชาวเยอรมันแห่งมหาวิทยาลัยเวโรนา คือภัณฑารักษ์สำหรับนิทรรศการ “Lucas Cranach The Other Renaissance” ครั้งนี้ ร่วมกับ แอนนา โกลิวา ผู้อำนวยการหอศิลป์กาเยรา บอร์เกห์เซ

ตามประวัติแล้ว ลูคัส ครานากซ์ ดิ เอลเดอร์ รู้จักกันดีในฐานะเพื่อนและผู้สนับสนุน มาร์ติน ลูเธอร์ พระเยอรมันผู้เผยแผ่นิกายโปรเตสแตนต์ ซึ่งนับว่าเป็นนิกาย “นอกรีต” ในยุคกลาง ทั้งคู่ร่วมกันร่างทฤษฎีที่พวกเขาเรียกว่า “อิสรภาพแห่งคริสเตียน” จนกลายเป็นตัวแทนในการเปลี่ยนแปลงทางศาสนาในยุคดังกล่าว

ลูคัสที่สร้างสรรค์งานส่วนใหญ่ของเขาในสตูดิโอที่เมืองวิตเทนแบร์ก ผลงานของเขาได้ชื่อว่าแปลกใหม่ ล้ำสมัย ทั้งภาพเขียนนู้ด ภาพเชิงอีโรติก ภาพเหมือนคนจริงหรือพอร์เทรต (Portrait) แบบมีชีวิตจิตใจ มีอารมณ์ความรู้สึก รวมทั้งงานสไตล์ก้าวล้ำอื่น จนกระทั่งได้ฉายา “เรอเนสซองซ์ที่แตกต่าง” (Another Renaissance) เพราะช่างไม่เหมือนกับสไตล์เรอเนสซองซ์ตามขนมเดิมที่เคยทำกันมา

ผลงานของเขาแม้จะแสดงออกถึงความก้าวล้ำนำสมัย แตกต่างจากสไตล์ของ อัลแบรชต์ ดูเรอร์ หรือเรอเนสซองซ์แบบอิตาเลียนดั้งเดิมไปไกล กระนั้นก็แสดงให้เห็นถึงการผ่านศึกษาในระบบมาอย่างเคร่งครัด ซึ่งการที่ลูคัส ครานากซ์ ดิ เอลเดอร์ เป็นจิตรกรผู้ทำงานรับใช้ราชสำนัก หากยังสามารถสร้างสรรค์งานแบบก้าวหน้าได้ นับว่าหาได้ยากทีเดียว

ศาสตราจารย์แบร์นาร์ด ไอเคมา และแอนนา โกลิวา ได้คัดสรรผลงาน 45 ชิ้นที่แสดงความเป็นลูคัสอย่างสูง มาจัดแสดง โดยส่วนใหญ่มาจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะชั้นสูง รวมทั้งสมบัติส่วนตัวจากยุโรปและอเมริกา หลายชิ้นทีเดียวที่นำออกจากฝาบ้านมาจัดแสดงสู่สาธารณชนครั้งแรก

ลูคัส ครานากซ์ ดิ เอลเดอร์ ผู้ตั้งนามสกุลตามเมืองเล็กๆ ทางตอนใต้ของเยอรมนีอันเป็นบ้านเกิดของเขา นับว่าเป็นศิลปินในยุคเรอเนสซองซ์ที่มีคนรู้จักน้อยมาก

เขาเริ่มชีวิตจิตรกรในกรุงเวียนนา ซึ่งส่วนใหญ่แวดล้อมไปด้วยนักมานุษยวิทยา และมีส่วนร่วมในการก่อตั้งมหาวิทยาลัยแห่งกรุงเวียนนาในยุคเริ่มต้น

 

อีกหนึ่งเรอเนสซองซ์ ลูคัส ครานากซ์

ที่นั่นเขาเริ่มสร้างสรรค์ผลงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซ เช่น ภาพเหมือนของโยฮานเนส คุสพีเนียน อาจารย์มหาวิทยาลัยเวียนนา และภริยา แอนนา (Portrait of Johannes Cuspinian, and his wife Anna)

จิตรกรรมเกี่ยวกับศาสนาเองก็ได้รับการกล่าวขานเป็นพิเศษ โดยเฉพาะความโดดเด่นด้านความงามของทิวทัศน์ อย่างที่ศิลปินสายศิลปะดานูปนิยม เช่นภาพ The Rest on the Flight into Egypt ภาพครอบครัวของพระเยซูกำลังพักผ่อนอยู่กลางป่าสนในเยอรมนี

เขาย้ายไปวิตเทนแบร์กเพื่อที่จะเป็นจิตรกรประจำราชสำนักของพระเจ้าเฟรเดอริก ที่ 3 ในปี 1504 ชีวิตที่วิตเทนแบร์กคือยุคทองของลูคัส ครานากซ์ ดิ เอลเดอร์ อย่างแท้จริง นอกจากเป็นราษฎรชั้นหนึ่ง เป็นที่นับหน้าถือตาแล้ว เขายังสร้างสรรค์ผลงานที่สุดยอดเอาไว้มากมาย

โดยเฉพาะความสามารถพิเศษในการวาดภาพหญิงงาม ไม่ว่าจะเป็นชุด Reclining Nymph ซึ่งเป็นแนวอีโรติกและภาพนู้ด นอกจากนี้ยังมีภาพพอร์เทรตสตรียุคเรอเนสซองซ์ ที่ให้อารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นการจินตนาการพวกเธอให้เป็นตัวละครต่างๆ ในตำนาน หรือการวาดภาพเหมือนแบบเต็มตัวที่ไม่มีศิลปินในยุคนั้นทำมาก่อน

ลูคัสยังคงสร้างสรรค์งานที่เกี่ยวกับศาสนา และนับเป็นจิตรกรรายแรกที่สร้างสรรค์ภาพเขียนจากคัมภีร์ไบเบิล ฉบับพันธสัญญาใหม่ ในเวอร์ชันภาษาเยอรมัน และแน่นอนที่ภาพเหมือนของมาร์ติน ลูเธอร์ พระและเพื่อนของเขาก็กลายเป็นภาพดังภาพหนึ่ง

ปี 1550 เขาลี้ภัยตามเจ้านายไปยังอุกส์แบร์ก เมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ของแคว้นบาวาเรีย นับว่าความเป็นอยู่ที่นี่เหมือนฟ้ากับเหว แต่เขาก็ยังสร้างสรรค์ผลงาน โดยเฉพาะการช่วยเหลือมาร์ติน ลูเธอร์ ก่อร่างสร้างนิกายใหม่ของศาสนาคริสต์

ในบั้นปลาย ลูคัสสอนศิลปะให้ลูกชาย ลูคัส ครานากซ์ เดอะ ยังเกอร์ ซึ่งโตมาเป็นจิตรกรคนสำคัญของวงการไม่แพ้บิดา

 

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร