
ยินดีต้อนรับสู่โลก จาเนลล์ โมเน
หลังจากที่มีคอนเซ็ปต์อัลบั้มออกมาแล้ว 2 ชุด คือ The ArchAndroid (2010) และ The Electric Lady (2013)
โดย เพ็ญแข สร้อยทอง
หลังจากที่มีคอนเซ็ปต์อัลบั้มออกมาแล้ว 2 ชุด คือ The ArchAndroid (2010) และ The Electric Lady (2013) ทั้งยังถูกเสนอชิงรางวัลแกรมมี่ถึง 6 สาขารางวัล “จาเนลล์ โมเน” ยังไปเปล่งประกายในหนังฮอลลีวู้ดเรื่อง Hidden Figures และ Moonlight วันนี้ศิลปินสาวกลับมานำเสนอตัวตน มุมมอง และทัศนคติของเธอผ่านทางบทเพลงกับงานชุดนี้ Dirty Computer
อัลบั้มความยาว 14 แทร็ก สะท้อนเป็นนักคิดและนำเสนอประเด็นที่แหลมคมชวนคิด จากเคยสร้างสรรค์งานเพลงที่มีความเป็นหนังไซ-ไฟผสมผสานสร้างเป็นตัวละคร (หุ่นยนต์) และเรื่องราว มาครั้งนี้ จาเนลล์ นำเสนอผลงานเพลงอาร์แอนด์บี-ป๊อป-ร็อกเรื่องราวของมนุษย์มีเลือดเนื้อและอารมณ์ จากที่เคยอยู่ห่างไกล หญิงสาววัย 32 ปีคนนี้ก็ใกล้เข้ามาให้เราเอื้อมมือไปสัมผัสได้
จาเนลล์ โมเน สาวจากแคนซัส ผู้เติบโตในครอบครัวยากไร้ เธอลุ่มหลงในหนังวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่เด็กๆ “มีเรื่องสับสนและไร้สาระมากมายเกิดขึ้นตอนที่ฉันโตขึ้นมา ฉันก็เลยสร้างโลกเล็กๆ ของตัวเองขึ้นมา” นั่นก็กลายเป็นเพลงต่างๆ “ฉันเริ่มเห็นว่าดนตรีสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้อย่างไร และฉันก็เริ่มฝันถึงโลกที่เหมือนกับแอนิเมตและบรอดเวย์ ซึ่งดนตรีตกลงมาจากฟากฟ้า และทุกอย่างอาจเกิดขึ้นได้”
ศิลปินสาวคนนี้บอกชัดเจนเสมอมาว่า งานของเธอนั้นมี พรินซ์ เป็นแรงบันดาลใจ เธอให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนที่ศิลปินผู้ยิ่งยงนั้นจะเสียชีวิต เขาได้มาช่วยเธอทำงานอัลบั้มนี้ด้วย “ฉันคิดถึงเขาจริงๆ คุณรู้ไหมว่า มันยากสำหรับฉันที่จะพูดคุยเกี่ยวกับเขา แต่ฉันคิดถึงเขา และวิญญาณของเขาจะไม่จากฉันไปไหน”
เมื่อได้ฟังเพลงชุดนี้ เราได้กลิ่นอายของทศวรรษ 1980 โชยมาน้อยๆ มีบางอย่างที่ทำให้นึกถึง มาดอนนา หรือแม้แต่ บียอนเซ อัลบั้มนี้ยังมี “ความล้ำ” แบบฟิวเจอริสติกให้สัมผัสได้อยู่ งานชุดนี้มี ไบรอัน วิลสัน, ศิลปินซินธ์ป๊อป-กริมส และ ฟาร์เรลล์ วิลเลียมส์ เป็นแขกรับเชิญ
แม้ Dirty Computer จะไม่เรียกว่าเป็นคอนเซ็ปต์อัลบั้ม แต่ระดับ จาเนลล์ แล้วก็ธรรมดาๆ กับใครเขาไม่เป็น อัลบั้มนี้ จึงถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ การคิดพิจารณา การเฉลิมฉลอง และการบุกเบิก จาเนลล์ โมเน คิดว่า ทุกๆ คนคือ คอมพิวเตอร์ และถ้าหากว่าใครสักคนทำตัวหรือคิดแตกต่างหรือทำอะไรที่ต่อต้านจากที่คนอื่นๆ ทำกัน ก็จะกลายเป็น “สกปรก”!
เพลงของ จาเนลล์ นอกจากเล่าเรื่องราวของตัวเอง การเป็นปาร์ตี้เกิร์ล ยังเพลงที่ให้กำลังใจและตระหนักถึงสิทธิเสรีแห่งสตรี รวมทั้งความเป็นคนผิวสีอย่างใน Django Jane เธอยังสะท้อนบางมุมของสังคมและการเมือง อย่างเช่นในเพลง Pynk และ Juice ในฐานะพลเมืองอเมริกันเธอภาคภูมิใจ “I am not America’s nightmare/I am the American dream.” ศิลปินสาวร้องให้ได้ยินใน American แทร็กสุดท้ายของอัลบั้ม เพลงของ จาเนลล์ ยังมองมุ่งไปในอนาคต แต่เป็นอนาคตอันใกล้มากกว่างาน 2 ชุดก่อนหน้า
แฟนขาประจำของ จาเนลล์ อาจต้องปรับตัวปรับใจและปรับหูเพื่อที่จะฟังอัลบั้มนี้ ซึ่งก็ไม่ยาก เพียงนั่งยานจากดินแดนอันไกลโพ้นกลับคืนสู่โลก
“สำหรับคนที่เป็นศิลปิน การก้าวไปอีกหนึ่งขั้นคือสิ่งที่สำคัญ” จาเนลล์ โมเน กล่าว &O5532;







