
โลกแห่งมัลติมีเดีย ของ ทวิพรรณ ตรีสิริเกษม
ทวิพรรณ ตรีสิริเกษม ผู้บริหารหญิงแกร่งแห่งวงการไอที ปัจจุบันรั้งตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กซ์ตรีม พลัส และกรรมการ ในทอนบุรี บีช รีสอร์ต จ.ภูเก็ต ด้วยความเป็นสาวที่ชื่นชอบเทคโนโลยีมาตั้งแต่เด็กๆ พอมีลู่ทางจึงเริ่มก่อตั้งบริษัทร่วมกับเพื่อนๆ ที่จบคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขึ้นมาเพื่อรองรับกระแสเทคโนโลยีเฟื่องมาแรงและแข่งขันสูง
ทวิพรรณ ตรีสิริเกษม ผู้บริหารหญิงแกร่งแห่งวงการไอที ปัจจุบันรั้งตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กซ์ตรีม พลัส และกรรมการ ในทอนบุรี บีช รีสอร์ต จ.ภูเก็ต ด้วยความเป็นสาวที่ชื่นชอบเทคโนโลยีมาตั้งแต่เด็กๆ พอมีลู่ทางจึงเริ่มก่อตั้งบริษัทร่วมกับเพื่อนๆ ที่จบคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขึ้นมาเพื่อรองรับกระแสเทคโนโลยีเฟื่องมาแรงและแข่งขันสูง
โดย...วราภรณ์
ทวิพรรณ ตรีสิริเกษม ผู้บริหารหญิงแกร่งแห่งวงการไอที ปัจจุบันรั้งตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กซ์ตรีม พลัส และกรรมการ ในทอนบุรี บีช รีสอร์ต จ.ภูเก็ต ด้วยความเป็นสาวที่ชื่นชอบเทคโนโลยีมาตั้งแต่เด็กๆ พอมีลู่ทางจึงเริ่มก่อตั้งบริษัทร่วมกับเพื่อนๆ ที่จบคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขึ้นมาเพื่อรองรับกระแสเทคโนโลยีเฟื่องมาแรงและแข่งขันสูง แต่ด้วยศักยภาพและความรู้ของทีมงานได้ช่วยกันพัฒนาซอฟต์แวร์ ทำให้ทีมงานช่วยกันพัฒนาองค์กรขึ้นสู่แถวหน้าของวงการซอฟต์แวร์ได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว และได้รับการยอมรับจากหลากหลายวงการทั้งธุรกิจ อีเวนต์ต่างๆ อย่างโปรเจกต์ใหญ่ อาทิ การแสดงสื่อมัลติมีเดีย นำเทคโนโลยีมาผสมผสานทำให้เกิดสื่อมัลติมีเดียที่ก้าวล้ำ
“จากเดิมบริษัทเราเริ่มต้นจากการเป็นดีวีลอปเปอร์ผลิตจอ LCD Outdoor แบบที่ประกอบกันเป็นชิ้นตามออร์เดอร์ที่ลูกค้าสั่งเข้ามา พอลูกค้าอยากได้ดีไซน์อะไรที่แปลกๆ มากขึ้น ทางดิฉันและทีมเอนจิเนียร์จึงได้คิดค้นพัฒนาระบบซอฟต์แวร์เพื่อมาซัพพอร์ตลูกค้าอยู่เรื่อยๆ งานแรกที่เปิดตัวสู่สายตาสาธารณชน และได้มีการพูดถึงอย่างหนาหูมากที่สุดงานหนึ่งคือ งานที่เปิดตัว Lotus พระราม4 ซึ่งทำให้หลังจากนั้นบริษัทเราก็เป็นที่ต้องการของงานอีเวนต์มาอย่างต่อเนื่อง”
ข้อดีของสื่อมัลติมีเดีย ทิพวรรณ บอกว่า ทำให้คนโต้ตอบกับสื่อได้ สร้างความจดจำและสนุกสนาน
“ดิฉันมองว่าอนาคตเทคโนโลยีมันมาแน่ๆ เราจึงพัฒนามาเรื่อยๆ ดิฉันมองว่าสื่อโฆษณาสำคัญมากในยุคปัจจุบัน สื่อมัลติมีเดียไม่หยุดแค่จอเล็ก เพราะยิ่งจอใหญ่ๆ ยิ่งอิมแพกต์ คนเราจึงพัฒนาจอมาเรื่อยๆ เพื่อให้ได้จอที่ใหญ่ และพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อให้ได้ภาพอินเตอร์แอ็กทีฟได้เร็ว และทำให้คนโต้ตอบกับสื่อได้ เมื่อ 2 ปีที่แล้วเราทำนิทรรศการให้พิพิธภัณฑ์ที่แบงก์ชาติ เทคโนโลยีมันพัฒนาขนาดเมื่อมีคนเดินเข้าไปใกล้ภาพหรือวัตถุที่จัดแสดงจะมีตัวเซ็นเซอร์ ภาพก็จะขึ้นแล้วก็เล่าเรื่อง ทำให้นิทรรศการนั้นดูน่าสนใจ เด็กๆ จะชอบ กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ รู้สึกสนุก ตื่นเต้น”
ทุกวันนี้ทวิพรรณได้ใช้เวลาไปกับการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่เพิ่มขึ้นทุกวัน รวมทั้งการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อไปหาไอเดียใหม่ๆ มาพัฒนาพื้นฐานซอฟต์แวร์ที่มีอยู่ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทแห่งนี้ได้พัฒนาซอฟต์แวร์ออกมารองรับความต้องการของโลกเทคโนโลยีกว่า 10 รายการ อาทิ เอ็กซ์พลัส คือเทคโนโลยีที่ใช้เซ็นเซอร์จับเงาของคนที่ไปเล่น ส่วนเทคโนโลยีที่เราเพิ่งได้รับรางวัลคือ นำจอโปรเจกเตอร์ไปตั้งที่ตึกเอสซีจี เอ็กซ์พรีเลียน แล้วฉายไปที่ตึกมีทั้งหมด 5 จอ เรามีซอฟต์แวร์ที่ทำให้ภาพเชื่อมกันทั้ง 5 จอ กลายเป็นภาพสามมิติเคลื่อนไหว ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่คนไทยพัฒนาขึ้นเอง แสดงให้เห็นว่าคนไทยเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก
“พื้นฐานของซอฟต์แวร์แต่ละชนิดเดิมทีมันมีอยู่แล้ว สิ่งที่ทำให้เราเหนือกว่า นั่นคือ ความเป็นครีเอทีฟ การที่เรามาใส่คอนเทนต์ให้แปลกตามากขึ้น มีการมิกซ์อะไรต่ออะไรให้เข้ากันมากขึ้น และที่สำคัญบริษัทเรามีเซอร์วิสหลังการขาย ตามปกติคนไทยซื้อซอฟต์แวร์มาจากต่างประเทศทีราคาเป็น 10 ล้านบาท แต่พอใช้เสร็จแล้วก็แล้วกันไป ในขณะที่ทางเราอยู่ในราคาที่สมเหตุสมผล ดูแลเช็กสมรรถภาพความพร้อมของซอฟต์แวร์ให้ตลอด ส่งผลให้เรามีลูกค้าทั้งไทยและต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยที่เรามีคู่ค้าอยู่ทั่วโลกทั้งญี่ปุ่น สวีเดน นิวซีแลนด์” ผู้บริหารสาวไฟแรง กล่าวด้วยความภาคภูมิใจ
ค่าที่ทำงานด้านเทคโนโลยี ทวิพรรณจึงต้องอัดเทรนด์ของเทคโนโลยีอยู่เสมอ เป็นประจำอย่างน้อยปีละ 3–4 ครั้ง ทวิพรรณจะเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศ อาทิ เยอรมนี ญี่ปุ่น ฯลฯ ในอีกแง่มุมหนึ่งก็คือการเดินทางทำให้ได้มีประสบการณ์แปลกใหม่ ทั้งในเรื่องการใช้ชีวิตของผู้คน อาหารการกิน ความเป็นอยู่จะทำให้เรามีทัศนคติและมีมุมในการมองโลกในหลายแบบ ทำให้มีการนำมาปรับใช้กับตัวเองและงานได้เป็นอย่างดี







