posttoday
รวิวร มะหะสิทธิ์  สร้างสรรค์ธุรกิจจากไลฟ์สไตล์

รวิวร มะหะสิทธิ์ สร้างสรรค์ธุรกิจจากไลฟ์สไตล์

18 มกราคม 2561

แทนที่จะทำงานด้านวิศวกรตามที่ร่ำเรียน "รวิวร มะหะสิทธิ์" กรรมการผู้จัดการใหญ่ เมพ คอร์ปอเรชั่น บอกว่าเป็นคอนวนิยายไซ-ไฟ จึงเลือกเปิดสำนักพิมพ์ขายนิยายวิทยาศาสตร์

เรื่อง: ปอย ภาพ: วิศิษฐ์ แถมเงิน

แทนที่จะทำงานด้านวิศวกรตามที่ร่ำเรียนจากคณะวิศวกรรมไฟฟ้า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวิวร มะหะสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เมพ คอร์ปอเรชั่น บอกว่าเป็นคอนวนิยายไซ-ไฟ จึงเลือกเปิดสำนักพิมพ์ขายนิยายวิทยาศาสตร์ สร้างแฟนๆ นักอ่านเกาะกลุ่มได้เหนียวแน่น

ก้าวต่อมาก็คือการผลิตแอพพลิเคชั่นขายหนังสือออนไลน์ ชื่อ Meb ด้วยมุมมองเล็งเห็นเทรนด์การอ่านหนังสือที่เปลี่ยนไป การเปิดตัวไปในช่วงมหันตภัยน้ำท่วมเมื่อปี 2554 จึงกลายเป็นปัจจัยหลักสร้างยอดขายอันดับ 1 ในหมวดหนังสือของแอพสโตร์

ล่าสุด Meb เติบโตก้าวไปอีกขั้น ดัวยการเปิดธุรกิจในเครือกลุ่มใหม่ ภายใต้ชื่อ พิกซีพี (Pixipe) เพิ่มสีสันบนโลกธุรกิจออนไลน์ เปิดโอกาสให้ทั้งครีเอเตอร์ ดีไซน์เนอร์ และผู้รักงานออกแบบ สร้างสรรค์ผลงานผลิตเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ โดยที่มีพิกซีพีสานฝันต่อยอดธุรกิจให้นำชิ้นงานไปผลิตเป็นสินค้า และจัดจำหน่ายผ่านทางออนไลน์

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในธุรกิจนี้ คือ ผู้สร้างสรรค์ผลงานจะได้รับส่วนแบ่งจากการขายสินค้า โดยไม่ต้องลงทุนเองแต่อย่างใด

ที่นี่คือครีเอทีฟมาร์เก็ตเพลส

กลุ่มธุรกิจครั้งใหม่ จัดเป็นตัวช่วยชั้นยอดให้แก่นักออกแบบได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก เพียงแค่มีความคิดสร้างสรรค์ มีจินตนาการก็สามารถปล่อยของกับ พิกซีพี ซึ่งพร้อมจัดการให้ในเรื่องธุรกิจ รวมไปถึงการแบ่งส่วนแบ่งรายได้ที่เป็นธรรม สนับสนุนนักออกแบบทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่ ให้ไม่มีข้อจำกัด และหยุดยั้งการนำเสนอไอเดียใหม่ๆ ออกมาสู่สาธารณะ

เมื่อเร็วๆ นี้ มีการเปิดตัวทดลองตลาด ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากทั้งนักออกแบบกว่า 200 ราย เป็นสมาชิกร่วมออกแบบผลงานสร้างสรรค์ มีสินค้ากว่า 9,000 ชนิด ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า ของตกแต่งบ้าน สินค้าแฟชั่น และไลฟ์ไตล์ พร้อมวางจำหน่ายแล้ว โดยที่ผู้บริหาร รวิวร นิยามว่าที่นี่คือครีเอทีฟมาร์เก็ตเพลส

“ในปีนี้คาดว่าจะมีนักออกแบบสาขาต่างๆ ร่วมงานกับเราเพิ่มกว่า 1,000 ราย พิกซีพีสามารถผลิตเป็นสินค้าเพื่อจัดจำหน่ายมากกว่า 2 หมื่นชนิดสินค้า ซึ่งจะมีการผลิตในแบบ On Demand ผลิตเมื่อลูกค้าสั่งเท่านั้นนะครับ สำหรับเรื่องธุรกิจนักออกแบบจะเป็นผู้กำหนดว่าต้องการส่วนแบ่งกี่เปอร์เซ็นต์ และมีระบบนำไปคำนวณราคาขายให้ได้รับอย่างยุติธรรมที่สุดครับ

วิธีการขายสินค้า ผมคิดรูปแบบในวิธีการผลิตตามความต้องการ ยกตัวอย่างเช่น คุณต้องการเสื้อสำหรับงานเลี้ยงรุ่น ก็ส่งแบบและไซส์มาให้เราผลิต ทำเสร็จแล้วโยนลิงค์ไปให้เพื่อนๆ สมาชิกกดสั่งซื้อ เลือกขนาดเสื้อกันเอาเอง โดยที่ประธานรุ่นก็ไม่ต้องเป็นภาระรวบรวมรับของ และส่งเสื้อขนาดต่างๆ ให้สมาชิก ที่บางครั้งก็มีสับสน ส่งผิดๆ ถูกๆ ยุ่งไปอีกนะครับ

พิกซีพี จัดส่งเสื้อให้ถึงบ้านสมาชิกรุ่นทุกๆ คน เป็นรูปแบบธุรกิจที่ผมครีเอทขึ้นมาใหม่ครับ ธุรกิจใหม่นี้ เป็นการต่อยอดจากอี-บุ๊ก Meb ซึ่งจัดเป็นมาร์เก็ตเพลสของนักเขียนที่มีผลงาน แต่ยังไม่มีการพิมพ์เป็นรูปเล่ม การขายเป็นอี-บุ๊กจึงไม่มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้น ซึ่งเมื่อประสบความสำเร็จตลาดไปได้ดี ผมก็มองครับว่าตลาดของนักออกแบบก็สามารถทำในรูปแบบใกล้เคียงกันได้ โดยนักออกแบบส่งลวดลายที่ดีไซน์มาให้เราเพื่อให้คนซื้อเลือกไปใช้กับโปรดักต์ที่ต้องการได้เลยครับ”

การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้ธุรกิจไม่ใช่ครั้งแรก รวิวร เคยสร้างปรากฏการณ์ โดยจับมือกับ ไฮเท็กซ์ ดอทคอม ร่วมกันพัฒนาแอพพลิเคชั่น E-Reader เพื่อตอบสนองความต้องการของนักอ่านให้สนุกและเพลิดเพลินกับการอ่านมากขึ้น

มีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้สามารถตอบโจทย์ของนักอ่าน ในรูปแบบของ PDF ไฟล์ หรือ e-Pub สามารถอ่านได้ทั้งบนสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต อ่านได้ทั้งระบบไอโอเอสแอนดรอยด์ พีซี และแมค  

ผู้อ่านสามารถเลือกรูปแบบอักษร ขยายตัวอักษร เลือกสี ปรับแบ็กกราวด์ และซูมหน้าจอได้อัตโนมัติ ทั้งยังช่วยถนอมสายตาผู้อ่านได้อีกด้วย ซึ่งการจับมือกับไฮเท็กซ์-ดอทคอม กลายเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมให้ Meb ครองแชมป์เป็นแอพพลิเคชั่น E-book ในเมืองไทย

“ผมชอบอ่านนวนิยายวิทยาศาสตร์ แล้วด้วยสายตาของคนเรียนวิศวกรที่ชอบอ่านหนังสือ (บอกพลางยิ้ม) ก็มองว่าข้อจำกัดที่มีเยอะครับ หนังสือถ้าไม่ฮิตจริงๆ ก็จะอยู่บนแผงโชว์ด้านหน้าร้านได้ไม่นาน แล้วก็ต้องเก็บเข้าชั้นวางด้านหลังร้าน ได้เห็นแค่สันหนังสือ ไม่โชว์ปกยิ่งขายยากเข้าไปอีก รอขาดทุนได้เลยนะครับ แล้วเมื่อขายไม่ออกก็ต้องเก็บเข้าโกดังในที่สุด กลายเป็นภาระไม่จบ

รวิวร มะหะสิทธิ์  สร้างสรรค์ธุรกิจจากไลฟ์สไตล์

ผมมองเห็นการฝ่าอุปสรรคของปัญหาต่างๆ ที่ประสบมาตอนทำสำนักพิมพ์ และในช่วงน้ำท่วม ก็เป็นเรื่องเศร้า หนังสือที่เรารักหลายๆ เล่มก็ลอยหายไปกับน้ำ

การเป็นอี-บุ๊กตอบโจทย์นี้ได้ทุกข้อครับ โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่วางรับได้ทุกเล่ม ร้านหนังสือต่อให้ร้านใหญ่ที่สุด ก็ต้องมีคำว่าเต็มพื้นที่แต่พื้นที่ร้านอี-บุ๊กใส่หนังสือได้เรื่อยๆ เรียกได้ว่าค่าที่ดิน หรือค่าเช่าร้านหนังสือ มีแต่จะแพงขึ้นๆ ขณะที่ค่าพื้นที่เก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์มีแต่จะใหญ่ขึ้นๆ และราคาถูกลงเช่นเดียวกันครับ

สุดท้ายความนิยม หรือยอดขาย ก็จะเป็นคนอ่านคือ ผู้ตัดสินนะครับ ผมมีนโยบายรับทุกผลงาน โดยให้คนซื้อเป็นผู้เลือกนะครับ” 

โลกนักอ่าน และโลกนักเขียนไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว การตอบโจทย์บนโลกออนไลน์ แม้จะเปิดให้บริการมาเพียง 6 ปี มีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างดีและมีประสิทธิภาพ

กล้าเริ่มต้น และสนุกกับสิ่งใหม่เสมอ

การสร้างสรรค์ธุรกิจ ได้อย่างสอดคล้องไลฟ์สไตล์คนยุคอินเทอร์เน็ต ซึ่งในปี 2557 เมพ คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมธุรกิจกับร้านขายหนังสือและเครื่องเขียน B2S ของกลุ่มเซ็นทรัล ส่งผลทำให้ได้พันธมิตรสำคัญเข้าร่วมลงทุนเข้าซื้อหุ้น Meb ถึงจำนวน 75%

จากบริษัทเกิดใหม่ทางด้านเทคโนโลยี จากการเริ่มต้นธุรกิจรูปแบบสตาร์ทอัพ และก้าวสู่ผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดอี-บุ๊ก ทำยอดขายหลายร้อยล้านบาทในปีที่ผ่านมา รวิวร เผยกุญแจแห่งความสำเร็จ

“ผมสนุกกับการคิดอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอครับ Meb นำเสนออี-บุ๊ก ที่มีทั้งวรรณกรรม นวนิยาย สารคดี ท่องเที่ยว แบบเรียน ปรัชญา แนวคิด การ์ตูน นิตยสาร หนังสือพิมพ์ หนังสือทุกแนวมีให้เลือกกว่า 6 หมื่นเล่ม และคาดว่าสิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็น 7 หมื่นเล่มจากหลายสำนักพิมพ์ หรือกว่า 80% ของสำนักพิมพ์ทั้งหมดในไทยส่วนใหญ่ก็มาอยู่ที่เรา และตั้งเป้าหมายเพิ่มให้ครบ 1 แสนเล่มภายในปี 2563

อี-บุ๊กที่ดีต้องทำให้คนทำหนังสือมีช่องทางในการกระจายสิ่งที่เขียน แล้วไม่จำเป็นด้วยนะครับว่าคุณต้องเขียนเสร็จแล้ว จบแล้วจึงมาเสนอเพื่อพิมพ์เป็นรูปเล่มแบบเดิมๆ เขียนยังไม่จบก็มาเสนอได้เลยครับ ทั้งช่วยให้สำนักพิมพ์ประหยัดต้นทุนค่ากระดาษ ทำให้หนังสือที่มีอยู่ไม่ตกจากแผง แม้จะวางมานานแล้ว ช่วยให้ขายได้นาน และหนังสือเก่าก็นำมาขายได้อีกครั้ง

นักเขียนหารายได้จากที่ไม่เคยได้มาก่อน และยังเป็นเวทีให้นักเขียนอิสระได้ใช้โอกาสนี้ ในการหาช่องทางการสร้างรายได้ เรียกได้ว่าตอบโจทย์คนทำหนังสือแท้จริง

ผมเริ่มต้นธุรกิจในแบบสตาร์ทอัพ เริ่มต้นใหม่ คิดอะไรใหม่ๆ เพื่อปลดข้อจำกัดธุรกิจที่ติดกรอบเดิมๆ กล้าทำในสิ่งที่ยังไม่มีใครเคยทำ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้เราสามารถทำได้ ธุรกิจปีนี้คือการสร้าง พิกซีพี ให้นักช็อปออนไลน์ได้สนุกกับการช็อปปิ้งมากขึ้น

ธุรกิจแฟชั่นรีเทล มีมูลค่าตลาดสูงถึงหลักแสนล้านบาท สูงมากกว่าเมื่อเทียบกับตลาดอี-บุ๊ก ที่ปีนี้คาดว่ามีมูลค่าเพียงหมื่นล้านบาท นั่นหมายถึงเรากำลังรุกคืบไปสู่ตลาดซึ่งใหญ่กว่า และมีมาร์เก็ตไซส์ที่ใหญ่กว่า

การนับหนึ่งใหม่ในโปรเจกต์ พิกซีพี ถือว่ามีความท้าทายใหม่ โอกาสใหม่ มีความยากแบบใหม่

พิกซีพี เกิดขึ้นจากปัญหาของศิลปินผู้สร้างสรรค์ที่แม้มีภาพวาด มีคาแรกเตอร์อยู่แล้ว แต่กระบวนการนำไปผลิตเป็นชิ้นงาน เป็นของพรีเมียม หรือคอลเลกชั่นสำหรับแฟนคลับผู้ติดตามผลงานนั้นซับซ้อนมาก เพราะเจ้าของชิ้นงานต้องลงมาวุ่นวายกับกระบวนการผลิต หาซัพพลายเออร์ผลิตชิ้นงาน รวมถึงงานบัญชี การรับเงินโอนเงินและกระบวนการจัดส่ง ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความถนัดของศิลปินเลย Pixipe.com จึงเกิดมาเพื่อช่วยศิลปินในจุดนี้ครับ

ผู้สร้างสรรค์แค่อัพโหลดงานที่ตัวเองมีลิขสิทธิ์เข้าไปในระบบ จะเป็นตัวอักษร ภาพวาด หรือภาพถ่ายก็ได้ แล้วเลือกชิ้นงานที่จะผลิตออกมา ซึ่งปัจจุบันพิกซิพีสามารถผลิตได้ มีทั้งเสื้อยืด กระเป๋า กระเป๋าผ้า หมอน งานแคนวาส เคสโทรศัพท์ ผ้าพันคอ และอีกหลายๆ อย่าง ซึ่งในอนาคต ก็จะมีการเพิ่มชนิดชิ้นงานที่ผลิตสร้างสรรค์ขึ้น เช่น มีชื่อ รูป ของคนสั่งซื้อเข้าไปในสินค้าได้ด้วยครับ”

รวิวร ทิ้งท้ายถึงธุรกิจที่ทำว่า การเริ่มต้นโดยคิดจากปัญหาที่รอการแก้ไข แล้วถ้าสามารถแก้โจทย์ยากๆ นั้นได้ ปลายทางแห่งจุดประสบความสำเร็จ ก็มาถึงได้ไม่ยากเย็น

ข่าวล่าสุด

กรมชลฯ เร่งกำจัดวัชพืช-ติดตั้งเครื่องสูบน้ำทั่วไทย รับมือฤดูฝนปี 69

กรมชลฯ เร่งกำจัดวัชพืช-ติดตั้งเครื่องสูบน้ำทั่วไทย รับมือฤดูฝนปี 69