posttoday
‘ผี’ หวังปราบพยศ ‘เรือ’ ลดช่องว่างแย่งแชมป์

‘ผี’ หวังปราบพยศ ‘เรือ’ ลดช่องว่างแย่งแชมป์

09 ธันวาคม 2560

ศึกพรีเมียร์ลีกสัปดาห์นี้สปอตไลต์ทุกดวงสาดส่องไปที่ศึกแห่งศักดิ์ศรี "แมนเชสเตอร์ ดาร์บีแมตช์"

โดย ชมณัฐ

ศึกพรีเมียร์ลีกสัปดาห์นี้สปอตไลต์ทุกดวงสาดส่องไปที่ศึกแห่งศักดิ์ศรี "แมนเชสเตอร์ ดาร์บีแมตช์" ซึ่งครั้งนี้ "ปีศาจแดง" ถือว่าเป็นรองและต้องทำทุกวิถีทางในการปราบพยศ "เรือใบ" เพื่อลดช่องว่างในการลุ้นแชมป์บนตารางคะแนน

แมนฯ ยูไนเต็ด - แมนฯ ซิตี้

สนาม : โอลด์แทรฟฟอร์ด

วันที่ 10 ธ.ค. เวลา 23.30 น. (ทรู 676)

‘ผี’ หวังปราบพยศ ‘เรือ’ ลดช่องว่างแย่งแชมป์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นฝ่ายไล่ตามคู่ปรับร่วมเมืองบนตารางคะแนนอยู่ 8 แต้ม จากการลงสนามเท่ากันที่ 15 นัด ดังนั้นเกมนี้จึงต้องเอาชนะให้ได้เพื่อทำแต้มไล่จี้ พร้อมหยุดความร้อนแรงในลีกของ "เรือใบสีฟ้า" ที่ยังไม่แพ้ใครและกำชัยมา 13 นัดติด ซึ่งอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้โมเมนตัมเปลี่ยนฝั่งก็เป็นได้

"เรากำลังทำหลายสิ่งหลายอย่างได้ดี เราทุกคนรู้ดีว่าการชนะในแต่ละเกมนั้นยากลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมวันอาทิตย์นี้รวมถึงโปรแกรมที่อัดแน่นช่วงคริสต์มาส เราจำเป็นต้องรักษาช่องว่างไม่ให้ห่างเกินไปหากเรายังอยากอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ไปจนถึงท้ายฤดูกาล แน่นอน เราหวังว่าเราจะทำได้ เราต้องพร้อมจะไล่ให้ทันอยู่เสมอหากพวกเขาพลาดท่าทำแต้มหล่น" ฆวน มาตา กองกลางปีศาจแดง กล่าว

ลูกทีมของ โจเซ มูรินโญ ได้พักมากกว่า 1 วันหลังล่าสุดเปิดบ้านเฉือนซีเอสเคเอ มอสโก 2-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทว่าเกมนี้จะชวดใช้งาน ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ตัวเก่งที่ทำ 3 แอสซิสต์ใน 2 เกมหลังสุดเนื่องจากติดโทษแบน 3 นัด เช่นเดียวกับ เอริก ไบญี และ ไมเคิล คาร์ริก ที่เจ็บยาว แต่จะได้ เนมานยา มาติช ที่ได้พักเต็มเปี่ยมในเกมล่าสุดลงตัวจริงบัญชาเกมแดนกลางร่วมกับ อันเดร์ เอร์เรรา และ มารูยาน เฟลไลนี ที่เตรียมคืนสนามหลังหายหน้าไป 3 เกม

แนวรุกฝากความหวังไว้ที่ โรเมลู ลูกากู ที่ฟอร์มหายฝืดกลับมายิงได้อีกครั้งในรอบ 5 เกม พร้อมด้วย เจสซี ลินการ์ด กับ อองโตนี มาร์กซิยาล ส่วน ซลาตัน อิบราฮิโมวิช รอลงมาเปลี่ยนเกม ขณะที่หลังบ้าน ฟิล โจนส์ หายเจ็บแล้วแต่น่าจะยังไม่ได้ลง เพราะ คริส สมอลลิง กับ วิกเตอร์ ลินเดลอฟ กำลังทำผลงานได้ดี รวมถึง มาร์กอส โรโฮ ได้พักมา

ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ล่าสุดฟอร์มสะดุดบุกไปแพ้ชัคตาร์ โดเนสต์ ในเกมยุโรป 1-2 แต่เป็นการโรเตชั่นส่งแข้งชุดสองลงสนามและ เปป กวาร์ดิโอลา กุนซือใหญ่ก็เชื่อว่าจะไม่ส่งผล กระทบต่อดาร์บีแมตช์แน่นอน โดยเกมนี้หากสามารถบุกมาคว้าชัยได้จะเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เป็นทีมที่ชนะติดต่อกันมากที่สุดของพรีเมียร์ลีกที่ 14 นัด พร้อมทำแต้มฉีกหนีเป็น 11 คะแนน

"ตอนนี้เราได้พักกันอย่างเต็มที่ จากนั้นเราจะกลับมาในวันรุ่งขึ้นและเตรียมความพร้อมก่อนเผชิญหน้าแมนฯ ยูไนเต็ด" เทรนเนอร์สแปนิช กล่าว

เซร์คิโอ อกูเอโร และ ราฮีม สเตอร์ลิง สองกองหน้าตัวทีเด็ดฟิตเต็มเปี่ยมสำหรับเกมนี้ เช่นเดียวกับ เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมกเกอร์คนสำคัญที่พร้อมสร้างสรรค์เกม รวมถึง เลรอย ซาเน, อิลคาย กุนโดกัน, ยาย่า ตูเร, ไคล์ วอล์กเกอร์ และ นิโคลัส โอตาเมนดี ทว่ายังต้องเช็กอาการของ แว็งซองต์ กอมปานี ปราการหลังที่มีอาการบาดเจ็บจากเกมล่าสุด รวมถึง ดาบิด ซิลบา แนวรุกสแปนิชที่ กวาร์ดิโอลา แย้มว่าอาจจะลงไม่ได้ ส่วน จอห์น สโตนส์ กับ เบนจามิน เมนดี ยังเจ็บยาว

ด้าน สจวต เบรนแนน คอลัมนิสต์แมนเชสเตอร์ อีฟนิงนิวส์ เชื่อว่า "ลูกเซตพีซ" จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนผลในเกมนี้ และหากต้องขาด กอมปานี จะทำให้ทีมเยือนลำบากแน่นอนที่จะรับมือนักเตะตัวใหญ่ของเจ้าบ้าน

"ลูกตั้งเตะคือจุดอ่อนของแมนฯ ซิตี้ จนฮัดเดอร์สฟิลด์ เซาแธมป์ตัน และเวสต์แฮม เกือบจะใช้ประโยชน์จากมันได้ และสิ่งนี้คือจุดแข็งที่ยิ่งใหญ่ของแมนฯ ยูไนเต็ด จึงเป็นโอกาสที่ มูรินโญ จะมุ่งเน้นโจมตีไปที่จุดอ่อนตรงนี้ ดังนั้น แฟร์นันดินโญ จึงกลายเป็นคนสำคัญที่จะหยุดเกมรุกของปีศาจแดง โอกาสอยู่ที่ 50-50"

ความน่าจะเป็น : เกมนี้ออกได้ทุกหน้า แต่โอกาสที่ "ปีศาจแดง" จะแพ้คาบ้านยังมีน้อย

ลิเวอร์พูล - เอฟเวอร์ตัน

สนาม : แอนฟิลด์

วันที่ 10 ธ.ค. เวลา 21.15 น. (ทรู 676)

อีกหนึ่งศึกแห่งศักดิ์ศรีที่จะฟาดแข้งวันเดียวกัน "เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บีแมตช์" ลิเวอร์พูล อันดับ 4 มี 29 คะแนน ยังไม่แพ้ใครในบ้านจากการลงเล่น 7 นัด รับมือเอฟเวอร์ตัน อันดับ 10 มี 18 คะแนน ที่ยังไม่ชนะใครนอกบ้านเลยในซีซั่นนี้ ก่อนที่ทั้งคู่จะปะทะกันอีกครั้งในเอฟเอคัพ รอบ 3 วันที่ 6 ม.ค.ปีหน้า

เกมนี้ เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือหงส์แดงจะชวดใช้งาน อัลแบร์โต โมเรโน แบ็กซ้ายที่บาดเจ็บข้อเท้าในเกมยุโรปล่าสุดที่ถล่มสปาร์ตัก มอสโก 7-0 โดยคาดว่า เจมส์ มิลเนอร์ น่าจะได้รับโอกาสลงแทน ส่วนด่านสุดท้าย ซิมง มิโญเลต์ ที่ได้พักจะกลับมาเฝ้าเสา ส่วนที่เหลือฟูลทีมนำโดย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวซัลโวลีก 12 ประตู

ด้าน แซม อัลลาร์ไดซ์ ผู้จัดการทีมทอฟฟี่ ฤดูกาลที่แล้วนำทัพคริสตัล พาเลซ บุกมาเซอร์ไพรส์คว้าชัยถึงแอนฟิลด์ เกมนี้หวังรักษาฟอร์มเก่งต่อเนื่องหลังชนะมา 2 นัดติดเหนือเวสต์แฮม 4-0 และฮัดเดอร์สฟิลด์ 2-0 โดยขุมกำลังนอกจากหน้าเดิมที่บาดเจ็บอยู่แล้วที่เหลือไม่มีปัญหา นำทัพโดย เวย์น รูนีย์ และ กิลฟี ซิกูร์ดสัน

ความน่าจะเป็น : หงส์แดงร้อนแรงกว่าเยอะ น่าจะคว้าชัยไปได้แบบสบายเท้า

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI