posttoday
แตกยันพรหมโลก

แตกยันพรหมโลก

03 ตุลาคม 2553

พระซึ่งความแตกสามัคคีนั้นยังไม่หยุดที่เทวดา แต่ได้ลุกลามบานปลายไปจนถึงพรหมโลกชั้นอกนิฏฐภพก็ได้เกิดความโกลาหลอย่างไม่น่าเชื่อ.....

พระซึ่งความแตกสามัคคีนั้นยังไม่หยุดที่เทวดา แต่ได้ลุกลามบานปลายไปจนถึงพรหมโลกชั้นอกนิฏฐภพก็ได้เกิดความโกลาหลอย่างไม่น่าเชื่อ.....

โดย...อ.ตุ้ย วรธรรม

ในสมัยที่พระพุทธเจ้าทรงพระชนม์อยู่ได้เกิดความแตกแยกของพระสงฆ์ครั้งใหญ่ ขนาดว่าพระพุทธเจ้าได้เสด็จไปสมานสามัคคีด้วยพระองค์เองแล้วก็ยังไม่สำเร็จ ไปดูว่ามูลเหตุมาจากอะไรและรุนแรงแค่ไหน

ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าเตรียมที่จะเสด็จไปประทับจำพรรษาที่วัดโฆสิตาราม เมืองโกสัมพี แคว้นมคธ ครั้นพอจวนถึงวันเข้าพรรษา ปรากฏว่าได้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบอย่างรุนแรงขึ้นในวัดโฆสิตาราม

เนื่องจากพระซึ่งมีจำนวนเป็นพันรูปนั้นและมีสองกลุ่มฝ่ายใหญ่ๆ คือฝ่าย “ธรรมธร” กับ “วินัยธร” ได้เกิดความแตกแยกกันขั้นรุนแรง
ต้นตอของเรื่องนี้มาจากพระรูปหนึ่งในคณะพระธรรมธรได้เข้าไปถ่ายใน เวจกุฎี (ส้วม) พอถ่ายเสร็จได้ชำระล้างด้วยน้ำ ซึ่งจะด้วยความที่ไม่รู้วินัยพระหรือลืมก็ไม่ทราบได้ พระรูปนั้นได้เหลือน้ำชำระล้างให้ตกค้างอยู่ในกระบอกน้ำชำระหน่อยหนึ่ง

ทั้งนี้ ธรรมเนียมเกี่ยวกับการถ่ายของพระ มีว่าเมื่อถ่ายเสร็จก็จะใช้กระบอก ซึ่งอาจเป็นกระบอกไม้ไผ่หรือทำจากไม้อื่นใดก็ตาม (สมัยนี้ใช้ขัน) กรอกน้ำแล้วเทเอียงให้น้ำไหลไปที่ก้น ระหว่างนั้นก็ใช้พวยปากกระบอกนั้นเช็ดถูดไปที่ก้นให้สะอาดด้วย

ซึ่งในการชำระก้นนั้นในพระวินัยกำหนดว่า จะต้องเทน้ำในกระบอกนั้นให้หมด ห้ามเหลือไว้เด็ดขาด เพราะรูปใหม่ที่มาทีหลังจะได้ใช้กระบอกอันนั้นกรอกน้ำชำระล้างเหมือนกัน

การที่พระวินัยกำหนดอย่างนี้ก็ด้วยคำนึงถึงหลักอนามัย เพื่อป้องกันการติดต่อของโรคและไม่ให้เป็นที่รังเกียจของรูปที่มาใช้ทีหลัง แต่พระธรรมธรรูปนั้นก็เหลือน้ำชำระค้างในกระบอก

ครั้นพอออกจากส้วมไปพระอีกรูปหนึ่งในพระวินัยธรก็เข้าไปเพื่อจะถ่ายบ้าง แต่ไปเห็นน้ำเหลืออยู่ในกระบอกชำระก้นก็นึกตำหนิรูปที่เข้ามาก่อนหน้า

และออกจากส้วมมาแล้วจึงไปถามทำไมถึงทำอย่างนั้น ข้างฝ่ายพระธรรมธรก็บอกว่าตนไม่ได้มีเจตนาละเมิดพระวินัย ซึ่งฝ่ายวินัยธรก็ว่าในเมื่อไม่รู้และไม่มีเจตนาก็ไม่เป็นไร ไม่ถือเป็นอาบัติ

แต่ปรากฏพระฝ่ายวินัยธรแล้วไม่แล้วได้นำเรื่องนี้ไปโพนทะนาให้กลุ่มตนฟัง ซึ่งจะด้วยไม่ชอบหน้ากันมาก่อนหรือไรไม่ทราบ พวกฝ่ายวินัยธรได้ประโคมข่าว ว่าฝ่ายพระธรรมธรดีแต่เทศน์สอนคนอื่น แต่กลับทำผิดวินัยเสียเอง

และแล้วข่าวนี้ไปเข้าหูพระฝ่ายพระธรรมธรจนเกิดความขุ่นหมองใจได้กล่าวโต้ตอบฝ่ายวินัยธรว่าเป็นพวกพูดปดมดเท็จทั้งที่ทางตนได้สารภาพแล้วว่าไม่ได้เจตนา แต่ก็ยังเอามาประจานกันอยู่

ถึงตรงนี้ต่างฝ่ายต่างถือดี ไม่ยอมลดราวาศอกให้กัน จนทำให้แตกความสามัคคีและลุกลามขยายวงกว้างขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน กล่าวคือไม่เฉพาะพระในวัดโฆสิตารามเท่านั้น

แต่ความแตกแยกนั้นได้หยั่งรากลึกลงไปในหมู่ประชาชนด้วย ก็คือ ประชาชนที่อุปัฏฐากพระวัดนี้ก็ได้แบ่งแยกเป็นสองฝ่ายชัดเจน ทั้งที่แต่ก่อนนั้นเคยสามัคคี ไปมาหาสู่กัน แต่ก็ต้องมาหันหลังแบบไม่หันหน้าไปมองกัน เพราะพระเป็นต้นเหตุ

ความแตกแยกไม่เพียงเท่านั้น แต่ได้คืบคลานเข้าไปหากลุ่มของภิกษุณีที่รับโอวาทจากพระเหล่านั้นก็พลอยแตกแยกไปด้วย กล่าวคือเคยรับโอวาทจากพระฝ่ายไหนก็ไปเข้าข้างฝ่ายนั้นและไม่พูดคุยทำกิจกรรมร่วมกับอีกฝ่าย

พิลึกพิลั่นกว่านั้นก็คือความแตกแยกสามัคคีนั้นได้ลงลึกตกผลึกไปถึงหมู่เทวดาบนสรวงสวรรค์ กลายเป็นว่าต้องเทวดาโกรธกัน ไม่มองหน้ากันเพราะพระซึ่งความแตกสามัคคีนั้นยังไม่หยุดที่เทวดา แต่ได้ลุกลามบานปลายไปจนถึงพรหมโลกชั้นอกนิฏฐภพก็ได้เกิดความโกลาหลอย่างไม่น่าเชื่อ

ประหลาดจริงแท้แค่เรื่องสิวๆ แต่เอฟเฟกต์จะรุนแรงได้ขนาดพรหมก็ยังสะดุ้ง

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน