posttoday

Old Is Gold ผู้สูงอายุกับอนาคตของสมาร์ทวอตช์

25 พฤศจิกายน 2560

ช่วงนี้ทั้งชีวิตและงานของผมเข้าไปเกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุค่อนข้างมาก ไม่ใช่เพราะตัวเองสูงวัยขึ้น

โดย เอกศาสตร์ สรรพช่าง ภาพ : เอพี

 ช่วงนี้ทั้งชีวิตและงานของผมเข้าไปเกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุค่อนข้างมาก ไม่ใช่เพราะตัวเองสูงวัยขึ้น (ปลอบใจตัวเองว่ายังหนุ่ม)

 แต่พบว่าทั้งคนรอบข้าง เพื่อนฝูงที่เจอกันประจำ หัวข้อหลักของเราเริ่มเปลี่ยนจากการ “ไปเที่ยวที่ไหนดี” หรือ “งานการเป็นไงบ้างตอนนี้” คำถามเริ่มเปลี่ยนไปเป็นเรื่องสุขภาพ ทั้งของตัวเองและบุพการี และพบว่าจำนวนไม่น้อยกำลังพยายามจัดสรรชีวิตของตัวเองเพื่อให้ดูแลผู้สูงอายุได้มากขึ้น

 ผู้สูงอายุจริงๆ เหมือนเด็กนะครับ บางทีก็พูดยากในความดื้อ แต่ที่แย่กว่าก็คือ ความเสื่อมของร่างกายที่ตรงข้ามกับเด็กอย่างสิ้นเชิง

 กิจกรรมความดื้อหลายๆ อย่าง จึงเสี่ยงกับการเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายๆ ทั้งหมดต้องอาศัยความเข้าใจและการปรับตัวของทั้งผู้สูงอายุเองและคนที่ดูแล และคิดว่าเป็นองค์ความรู้ใหม่เหมือนกันนะ เพราะในยุคนี้เป็นยุคที่ผู้สูงอายุจะมีชีวิตยืนยาวมากขึ้นกว่ายุคของปู่ย่าตายายเรามาก

 สองสามปีก่อนผมซื้อฟิตบิต (Fitbit) ให้พ่อใช้เรือนหนึ่ง เนื่องจากพ่อมีภาวะน้ำหนักเกิน สำหรับคนที่อายุเกือบ 70 ปี ความอ้วนนั้นไม่ดีแน่ ก็เลยคิดว่าอยากหาอะไรไปกระตุ้นให้พ่ออยากออกกำลังกาย ซึ่งก็พบว่าผ่านมาสองปี แนวโน้มโดยรวมนั้นดีขึ้นมาก

 การออกแบบที่ทำให้คนใช้งานเข้าใจได้ง่าย ช่วยให้ท่านตรวจสอบร่างกายของท่านเองได้ง่ายๆ ทั้งอัตราการเต้นของหัวใจ จำนวนก้าว ความสูงที่เดินขึ้น และปริมาณของแคลอรีที่เผาผลาญในแต่ละวัน ซึ่งก็พบว่ามันกระตุ้นให้พ่อสนใจที่จะออกกำลังกายมากขึ้น

 ตอนนี้ลามไปถึงแม่ก็อยากได้สักเรือนเหมือนกัน ซึ่งผมเชื่อว่าปรากฏการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในครอบครัวผมเท่านั้น หลายครอบครัวก็น่าจะเป็นอย่างนี้

 สมาร์ทวอตช์เริ่มกลายเป็นสิ่งจำเป็นมากขึ้นทุกที เพราะหลายคนเริ่มเห็นประโยชน์ของมัน โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่ต้องการการควบคุมดูแล

 สิ่งที่น่าสนใจก็คือ จำนวนผู้สูงอายุที่หันมาใช่สมาร์ทวอตช์นั้นเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในประเทศที่พัฒนาแล้ว การสำรวจของยูโรมอนิเตอร์เมื่อปี 2016 ในประเทศญี่ปุ่นพบว่า สมาร์ทวอตช์เติบโตอย่างมาก และ Apple Watch ก็กลายเป็นหนึ่งในสินค้าที่ผู้สูงอายุนิยมใช้กันมากขึ้นเรื่อยๆ

 โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีรายได้ค่อนข้างดี มีการศึกษาสูงและใส่ใจเรื่องการดูแลสุขภาพ กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีความคิดเห็นทางบวกกับการใช้สมาร์ทวอตช์ และคิดว่าเทคโนโลยีเหล่านี้สามารถช่วยในการกระตุ้น การสร้างสุขวินัยที่ดีขึ้นได้ ไม่แตกต่างจากที่พ่อแม่ผมรู้สึกกับสมาร์ทวอตช์ของพวกเขา หลังๆ มาคือไม่ใส่นาฬิกาแล้ว แต่หันมาใส่สมาร์ทวอตช์แทนเลย

Old Is Gold ผู้สูงอายุกับอนาคตของสมาร์ทวอตช์

 นี่เป็นตลาดใหญ่ตลาดหนึ่งของสมาร์ทวอตช์เลยก็ว่าได้ เพราะคนเหล่านี้มีกำลังในการจ่าย และพวกเขาก็ใส่ใจและสนใจการดูแลตัวเอง Apple Watch ในฐานะผู้นำตลาดสมาร์ทวอตช์เห็นช่องทางในเรื่องนี้เช่นกัน

 ผมเคยเขียนไปเมื่อปีที่แล้วครับว่า มีความเป็นไปได้ในอนาคตที่ Apple Watch จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือของบริษัทประกันชีวิตในการตรวจสอบสุขภาพของผู้ที่เอาประกันฯ ผ่านกิจกรรมที่พวกเขาสามารถวัดได้จากการสวมใส่สมาร์ทวอตช์

 จริงๆ ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลที่สมาร์ทวอตช์ทุกเจ้าเก็บอยู่แล้วนะ โดยเฉพาะ Apple Watch หรือ Fitbit ที่เริ่มรุกตลาดมาก่อนใครเพื่อน การเพิ่มโหมดในการออกกำลังกายที่หลากหลายมากขึ้น ส่วนหนึ่งก็เพื่อให้เห็นกิจกรรมของผู้ใช้งานที่ละเอียดมากขึ้น และวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงข้อมูลกับอุปกรณ์หรือเครื่องออกกำลังกายอื่นๆ รวมไปถึงหาข้อมูลเพื่อคำนวณความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากกิจกรรมต่างๆ

 ซึ่ง Apple เป็นแบรนด์ที่มองเห็นโอกาสนี้ก่อนใคร ตั้งแต่มีการเปิดตัวแอพพลิเคชั่น Health ของตัวเองเมื่อสองปีก่อน และร่วมมือกับสถานศึกษา ศูนย์วิจัยทางการแพทย์ต่างๆ ทั่วโลก เพื่อเก็บข้อมูลและพัฒนาขีดความสามารถในการหาทางรักษาโรคและป้องกันโรคต่างๆ

 ข้อมูลพวกนี้เป็นประโยชน์อย่างมาก และมันกำลังจะก้าวไปอีกขั้น เพราะมันสามารถช่วยเหลือผู้ใช้งานเมื่อตกอยู่ในภาวะวิกฤตได้

 ข่าวจากเว็บไซต์ macrumors.com บอกว่า Apple ได้จดสิทธิบัตรสำหรับการเปลี่ยนสมาร์ทวอตช์ ให้กลายเป็นเครื่องมือทางการแพทย์มากขึ้น โดย Apple จดสิทธิบัตรในชื่อว่า “Care event detection and alert” โดยฮาร์ดแวร์ตัวนี้สามารถตรวจจับสิ่งแวดล้อมรอบตัว เมื่อผู้สวมใส่ต้องการความช่วยเหลือแบบฉุกเฉินจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น ตำรวจ การช่วยเหลือทางการแพทย์ พนักงานดับเพลิง หรือการช่วยเหลืออื่นๆ

 เครื่องมือนี้สามารถตรวจสอบจากอัตราการเต้นของหัวใจที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน และส่งสัญญาณเตือนไปยังคนที่คุณตั้งไว้ว่าจะให้ติดต่อเป็นคนแรก

 ในอีกมุมหนึ่ง Apple Watch ซึ่งทำงานร่วมกับ iPhone สามารถตรวจจับความผิดปกติที่เกิดขึ้นอย่างฉับไว และส่งสัญญาณเตือนไปยัง Apple Watch อีกครั้งหนึ่งเพื่อแจ้งเตือน และ Apple Watch อาจขึ้นตัวเลือกที่เป็น WCare List เพื่อให้ผู้ใช้งานเรียกความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

 ตอนนี้ก็มีผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นบางรายเริ่มพัฒนาเรื่องการเตือนภัยแบบนี้ในผู้สูงอายุแล้วเช่นกัน แต่ว่ายังไม่สามารถทำได้แบบครบเครื่องเหมือนที่ Apple ทำ

 ทั้งองค์การอนามัยโลกและอนามัยแถวบ้านผม ก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าตลาดผู้สูงอายุนั้นโตมาก สัดส่วนในอนาคตของคนที่อายุเกิน 60 ปีนั้นจะมากขึ้น อาจสูงถึง 5 ใน 10 คนในช่วงไม่ถึง 50 ปีได้ง่ายๆ นี่เป็นตลาดใหม่ที่ต้องการการดูแลในหลายๆ ด้านและต่อเนื่องในระยะยาวเสียด้วย ก็ไม่แปลกใจหรอกครับ ที่ใครๆ ต่างก็พยายามคิดหาบริการสำหรับผู้สูงอายุกันมากขึ้นเรื่อยๆ

 เชื่อว่าระบบพวกนี้ไม่น่าเกินสองปี เราจะได้ใช้กันแน่ๆ ปัจจุบันเองทั้ง Apple และแบรนด์อื่นๆ ก็ร่วมมือกับนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นพัฒนาระบบการตรวจสอบต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น แอพพลิเคชั่นที่สามารถตรวจจับระดับน้ำตาลในเลือด หรือความดันโลหิตซึ่งมีความแม่นยำระดับ 90% ขึ้นไป

 ไม่น่าเกิน 5 ปีจากนี้ สมาร์ทวอตช์อาจเป็นของจำเป็นของชนชั้นกลางอย่างเราๆ โดยเฉพาะของผู้สูงอายุอย่างรุ่นพ่อรุ่นแม่เรา

 คือถ้าไม่เราซื้อให้เขา พวกเขาก็จะซื้อเองแน่ๆ ครับ

ข่าวล่าสุด

เปิดเงื่อนไขร่วมรัฐบาล เวที NATION ELECTION 2569 ชี้อนาคตการเมือง