
เอเกต ตัณฑชน สวย เก่ง ฉลาด สุขภาพดี
เอเกต ตัณฑชน หรือ กวาง นักบริหารทองคำแท่งออนไลน์ ทายาทรุ่น 2 ของครอบครัวทำธุรกิจค้าทองมานานเกือบ 70 ปี
ในฐานะนักบริหารทองคำแท่งออนไลน์
เอเกต จบปริญญาตรีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นบินไปต่อปริญญาโทด้าน Industrial and Systems Engineering ที่ Texas A&M University และ Business Management ที่ Mays Business School Texas A&M University สหรัฐอเมริกา กลับมาได้ทำงานเป็นผู้จัดการด้านซัพพลายเชนห้างคาร์ฟูร์เป็นเวลา 2 ปี ก่อนที่คุณพ่อจะดึงมาช่วยธุรกิจของครอบครัว โดยเฉพาะเรื่องการลงทุนในตลาดทองคำ ซึ่งตอนนั้นตลาดกำลังฟีเวอร์ในเรื่องการลงทุนโกลด์ฟิวเจอร์ (Gold Future)
“กวางได้นำความรู้ที่เรียนมาช่วยงานด้านโกลด์ออนไลน์ (Gold Online) เป็นหลักควบคู่ไปกับการเข้าไปช่วยคุณพ่อวางระบบบริหารจัดการโรงงานทั้งหมดให้มีมาตรฐาน ในส่วนของงานโกลด์ออนไลน์ที่รับผิดชอบอยู่จะเป็นเรื่องของการเทรดดิ้งออนไลน์ การบริหารเงิน-บริหารทอง และดูทิศทางตลาดของทองว่ามีแนวโน้มอย่างไรเป็นเรื่องที่ต้องให้ทันเวลาการซื้อขาย ซึ่งการลงทุนในทองคำแท่งออนไลน์จะไม่เหมือนทองกระดาษ หรือ โกลด์ฟิวเจอร์” กวางอธิบาย
เธอเปรียบให้ฟังว่า เมื่อก่อนจะซื้อทองคำแท่งต้องเดินทางไปซื้อที่ร้านทองตู้แดง เยาวราช ชำระเงินเต็มจำนวนก่อนเพื่อจะรับ-ส่งสินค้า (ทองคำแท่งจริง) แต่พอมาเป็นโกลด์ออนไลน์ ก็เป็นเหมือนการเสนอทางเลือกใหม่ด้วยการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ต-โทรศัพท์ แทนการเดินทางมารับ-ชำระโอนเป็นเงินสด รวมถึงการบริหารฝากทองก็ไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถนัดหมายรับทองในเวลาทำการที่ลูกค้าสะดวก
กวาง บอกว่า โกลด์ออนไลน์จะมีเลือกลงทุน 2 แบบ คือ 1.ทองคำแท่ง 96.5% (มาตรฐานทองไทย) น้ำหนัก 1 กรัม-50 บาท 2.ทองคำแท่ง 99.99% LBMA (มาตรฐานโลก) น้ำหนัก 1 กิโลกรัม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทุนทรัพย์ลูกค้าแต่ละรายว่ามีมากน้อยแค่ไหน ถ้านักลงทุนรายย่อยทุนทรัพย์น้อยก็เลือกลงทุนแบบแรกคือทองคำแท่ง 96.5% ที่เปิดพอร์ตการลงทุนซื้อขายได้ตั้งแต่ราคาทองคำแท่ง 5 บาท 10 บาท หรือ 20 บาทก็ได้
หาเทคโนโลยีใหม่มาพัฒนาสินค้า
กวางมักจะบินไปดูงานที่ประเทศอิตาลีทุกปี เพื่ออัพเดทเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับการผลิตทองแท่ง ทองรูปพรรณเพื่อนำมาใช้ เพราะในส่วนของธุรกิจทองแท่ง หรือ โกลด์ออนไลน์ เรื่องเทรดดิ้งบริษัทของเธอมีเสถียรภาพและความปลอดภัยสูงเนื่องจากใช้ระบบเดียวกับธนาคารชั้นนำของประเทศซึ่งนักลงทุนหมดห่วงในเรื่องนี้ได้เลย
“นอกจากนี้ กวางยังมีการปรับปรุงให้เหมือนแบงก์เมืองนอกด้วย เวลาซื้อขายแค่กดคลิกปุ๊บก็ได้ทองปั๊บ มีการตั้งราคาซื้อขายเหมือนหุ้น ตัวอย่าง เช่น หน้าเว็บลูกค้าต้องการราคาเท่านี้บาท พอราคาวิ่งไปถึงราคาที่ลูกค้ากำหนดไม่ว่าเวลานั้นจะเป็นช่วงตี 3 ตี 4 ลูกค้าก็ได้ราคาตามนั้นไม่ต้องมารอเวลารู้ผล รวมถึงลูกค้าสามารถตั้งเวลาได้ด้วยว่าถ้าต้องการซื้อขายทองเวลานี้จะได้เท่าไร”
ไม่เพียงเท่านี้เธอยังมีแผนขยายฐานลูกค้าจากกลุ่มเบบี้บูมมาสู่วัยทำงานมากขึ้น ด้วยการร่วมมือกับสถาบันกาญจนาภิเษกวิทยาลัย ช่างทองหลวง ในพระบรมมหาราชวัง รับเด็กจบใหม่จากสถาบันดังกล่าวให้เข้าไปทำงานอยู่ในโรงงานผลิตทองของเธอเพื่อการต่อยอดไปสู่การทำโกลด์จิวเวลรี่ (Gold Jewelry) ขึ้นมาอีกหนึ่งไลน์โปรดักต์รองรับความต้องการและกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภควัยทำงานให้หันมาซื้อทองใส่เหมือนเครื่องประดับหนึ่ง
“ดิมคนซื้อทองจากตู้แดงส่วนใหญ่จะซื้อไว้เก็บต่างจากเพชรที่จะซื้อไว้ใส่ จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจว่าทำอย่างไรจะเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภควัยทำงานและคนรุ่นใหม่ให้หันมาซื้อทองใส่เป็นเครื่องประดับ กวางจึงจับมือกับสถาบันกาญจนาภิเษกวิทยาลัย ช่างทองหลวง เพื่อพัฒนาแบบของทองเส้นๆ ที่ในอดีตไม่ค่อยมีลวดลายอะไรมากนักให้กลายเป็นโกลด์จิวเวลรี่ที่มีดีไซน์สวยงามเหมือนเป็นแอกเซสซอรี่ที่ทุกคนต้องเลือกซื้อใส่มากกว่าซื้อเก็บ”
ผู้บริหารสาวยอมรับว่า กว่าที่เธอจะมาถึงจุดนี้ได้ไม่ง่าย โดยเฉพาะช่วงแรกๆ ไม่ง่ายเลย เพราะการบริหารธุรกิจด้านนี้ต้องใช้ความรู้ทางด้านการเงิน จึงต้องขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติมให้มากที่สุดและเร็วที่สุดให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของตลาดทองคำที่มีเครื่องมือใหม่ๆ เข้ามาตลอดเวลา
ทว่านั่นก็ไม่เกินความสามารถและความมุ่งมั่นของเธอ เมื่อกาลเวลาผ่านไปได้หลอมรวมประสบการณ์ที่เธอเก็บเกี่ยวในแต่ละวันให้เธอกลายเป็นเมนเตอร์ (Menter) ของการลงทุนในตลาดทองคำบนหน้าจอโทรทัศน์บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในยามเศรษฐกิจผันผวนหรือชะลอตัว และอาจมีผลกระทบกับการลงทุนในตลาดทองคำ
วิสัยทัศน์ในการเลือกคน
หากใครอยากมาจะทำงานกับเธอไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์มาก่อน เพราะถึงมีประสบการณ์มาจากที่อื่นก็ต้องมาฝึกใหม่อยู่ดี ขอแค่เป็นคนเก่งเป็นใช้ได้ ระดับเกียรตินิยมถือว่าอยู่ในข่ายตัวเลือกแรกที่เธอพร้อมจะเจียระไนให้เป็นเพชรเม็ดงามในตำแหน่งหน้าที่การงานสำคัญในองค์กร
“การเลือกสรรคนเข้ามาทำงานกวางชอบเด็กเก่งมากกว่า โดยเฉพาะเด็กเกียรตินิยมที่ยังไม่เป็นงานหรือไม่มีประสบการณ์ที่ไหนมาก่อน เด็กใหม่ยังไม่มีประสบการณ์จะเทรนง่ายกว่า เรียนรู้งานได้เร็วกว่า ที่สำคัญคนเหล่านี้เมื่อเทรนแล้วจะอยู่กับองค์กรนานกว่าคนที่มีประสบการณ์ที่มาพร้อมกับวัฒนธรรมองค์กรอื่นมากมาย” ผู้บริหารสาวเล่าถึงการเลือกคนมาทำงาน
แม้การเลือกสรรคนเข้ามาทำงานในองค์กรเธอจะเน้นคนเก่งระดับเกียรตินิยม แต่นั่นก็เป็นตำแหน่งที่ต้องการให้มาเป็นระดับหัวหน้างานที่สำคัญขององค์กร ดังนั้นองค์กรจึงยังเปิดกว้างสำหรับคนที่ไม่ได้เกียรตินิยมเนื่องจากตำแหน่งในองค์กรก็มีหน่วยงานให้ทำที่ไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กเกียรตินิยมเสมอไป
“ถ้างานโอเปอเรชั่นธรรมดาไม่ต้องใช้ความสามารถมากก็เปิดรับปกติ แต่ถ้าเป็นเฮดในตำแหน่งสำคัญก็จะเน้นไปที่คนเก่งมากกว่า เช่น จบปริญญาตรี โท เกียรตินิยมมายังไม่ค่อยผ่านงานที่ไหนมาก่อน ถ้าเป็นเซลส์ก็อีกประเภทหนึ่ง เน้นการพูดเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องเก่งแต่ต้องมีมนุษยสัมพันธ์ ร่วมงานกับคนอื่นๆ ได้ดี หรือเป็นเด็กกิจกรรมที่มหาวิทยาลัย เป็นต้น” กวางแสดงวิสัยทัศน์ในการเลือกคน
ขณะที่สไตล์การทำงานค่อนข้างคล้ายกับคุณพ่อแต่จะลงดีเทลมากกว่าเพราะธุรกิจที่ทำเป็นธุรกิจเพิ่งเริ่มทำใหม่จำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานการธุรกิจทองคำมาดีก่อนจึงจะสอนคนอื่นได้ ซึ่งวิธีการสอนลูกน้องที่เธอใช้ส่วนใหญ่เป็นการตั้งคำถามให้เขาไปคิดหาวิธีมากกว่าให้สูตรสำเร็จไปทำ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ลูกน้องมีความรู้พื้นฐานที่สามารถไปพัฒนาต่อได้
สุขภาพดีไม่ได้มีไว้ขาย
ในฐานะเป็นเวิร์กกิ้งวูแมนสิ่งหนึ่งที่กวางให้ความสนใจนอกเหนือจากการทำงานคือ การดูแลสุขภาพและออกกำลังกาย เธอถือคติว่าถ้าสุขภาพไม่ดีก็จะส่งผลต่อการทำงาน ดังนั้นการดูแลสุขภาพจึงเป็นเหมือนการป้องกันโรคไปในตัว โดยในเรื่องอาหารการกินจะเน้นรับประทานอาหารคลีนเป็นหลักและออกกำลังกายทุกวันไม่เคยขาด
“อาหารอร่อยๆ อาทิตย์หนึ่งประมาณ 2-3 มื้อ นอกนั้นเป็นอาหารสุขภาพค่ะ น้ำผักผลไม้ปั่นรวมกันมากกว่า 20 ชนิดเป็นเครื่องดื่มสุขภาพที่กวางกินทุกวัน เป็นสูตรที่ดีต่อสุขภาพทั้งผิวและระบบต่างๆ ในร่างกาย ตั้งแต่กินมาหลายปีไม่เคยเจ็บป่วยหาหมอ นอกจากนี้ก็ดื่มน้ำมะพร้าวทุกวัน คือกวางเคยอ่านหนังสือธรรมชาติช่วยชีวิตของอาจารย์ทอม วู ที่เป็นมะเร็งแล้วรักษาตัวเองด้วยการกินดื่มน้ำผักผลไม้จนมะเร็งหายเลยลองทำมั่ง
ขณะที่การออกกำลังกาย เมื่อก่อนจะเข้ายิมต่อยมวยไทยอยู่พักหนึ่ง แต่ทุกวันนี้งานค่อนข้างรัดตัวไม่ค่อยมีเวลาพอจะไปยิมก็หันใช้การเดินลู่ทุกวัน วันละ 30 นาทีที่บ้านเพื่อเรียกเหงื่อก่อนจะอาบน้ำไปทำงาน บางวันก็เล่นโยคะ บอกตรงๆ ค่ะว่าไม่อยากแก่ (หัวเราะ) เลยต้องดูแลสุขภาพมากหน่อย”
ไม่เพียงการดูแลสุขภาพเท่านั้น อนาคตเธอมีแนวคิดจะทำธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพแล้วด้วย กวางบอกว่า อนาคตอยากทำร้านอาหารเพื่อสุขภาพ แบบน้ำผักผลไม้ปั่น หรือร้านอาหารคลีนต่างๆ ตอนนี้คุณพ่อซื้อที่ดินไว้ที่แถวคลอง 10 ประมาณ 80 ไร่ และโรงงานผลิตทองที่คลอง 6 ก็มี 50 ไร่ มีการปลูกผัก ปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ เลี้ยงสัตว์ เช่น แพะ เป็ด เป็นต้นแล้ว







