
คนดังเข้าคิวจุดคัดกรอง "รอเพื่อพ่อ" นานแค่ไหนก็ไม่หวั่น
โดย...ทีมข่าวโต๊ะแมกกาซีน
โดย...ทีมข่าวโต๊ะแมกกาซีน
ติ๊บ-สันติมาน์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา สาวสังคมเก่งหัวใจภักดี รวมตัวกับกลุ่มเพื่อนเดินทางมาด้วยหัวใจมุ่งมั่นว่าจะต้องผ่านจุดคัดกรองมาเพื่อชมพร ะราชพิธีเคลื่อนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศจากพระบรมมหาราชวังมายังพระเมรุมาศอย่างใกล้ชิด ในวันที่ 26 ต.ค.60 ตั้งแต่เวลา 23.00 วานนี้ (24 ต.ค.)
“ตอนแรกวางแผนว่าไปที่จุดคัดกรองตรงหน้าพระแม่ธรณี แต่หลังจากติดตามข่าวสารพบว่า จุดนั้นคนแน่นมาก ท้ายแถวยาวไปถึงภูเขาทอง เลยตัดสินใจเปลี่ยนแผนไปที่จุดคัดกรองตรงปิ่นเกล้า ถึงแม้ว่าจะเป็นจุดที่อยู่ไกลที่สุด แต่คิดว่าน่าจะมีโอกาสมากที่สุด มาถึงแล้วก็คิดไม่ผิด มีประชาชนมารอที่จุดนี้ไม่มากมาถึงก็มาเข้าคิวรอที่หน้าป้อมพระสุเมรุท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย”
ความพยายามอย่างไม่ท้อถอย ในที่สุด ติ๊บก็สามารถผ่านจุดคัดกรอง เข้ามาประจำจุดบริเวณหน้าโรงเรียนนาฏศิลป์ เพื่อรอเข้าประจำจุดในวันพรุ่งนี้ (26 ต.ค.)
“วันพรุ่งนี้ จริงๆอยากไปอยู่ตรงวังสราญรมย์ แต่จุดนั้นต้องเข้าผ่านจุดคัดกรองตรงกระทรวงกลาโหม มีประชาชนมารอตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค. แต่จากจุดที่อยู่ตอนนี้ คิดว่าเราน่าจะได้อยู่แถวมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจจะได้เห็นริ้วขบวนพระอิสริยยศจากพระบรมมหาราชวังแบบไกลๆ แต่ก็ไม่เป็นไร แค่ตอนนี้ได้ผ่านด่านแรกมาก็ดีใจแล้ว” สันติมาน์ เผยถึงความรู้สึก
ถามถึงเหตุผลที่ตัดสินใจมาเป็นส่วนหนึ่งในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ สันติมาน์ บอกเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า นี่เป็นครั้งสุดท้ายแล้วจริงๆที่จะได้มีโอกาสส่งเสด็จพระองค์ท่าน ถ้าไม่มาครั้งนี้ก็ไม่มีโอกาสอีกแล้วหลังจากนี้แม้จะมีวันรำลึก แต่ก็จะไม่ได้เห็นพระราชพิธีแบบนี้ ในความรู้สึกเราตอนนี้เหมือนพระองค์ท่านยังอยู่กับเรา การมาเฝ้ารอเพื่อร่วมในครั้งนี้ แม้ต้องปาปักหลักรอ 2 วัน ถือว่าไม่ได้เยอะเลย เทียบกับตอนเด็กๆที่เราเห็นภาพคนต่างจังหวัด เดินเท้า 2-3 วัน มาเฝ้ารอรับเสด็จพระองค์ท่านอีก 2-3 วันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
“พระองค์ท่านทรงเป็นแรงบันดาลใจ ให้เราคิดจะเป็นคนดีขึ้นในทุกวัน เป็นต้นแบบที่จะทำอะไรเพื่อคนในสังคม เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจไม่ว่าวันนี้หรือวันข้างหน้า ก็จะมีพระองค์ท่านอยู่ในใจ อยู่กับประเทศไทย เรารู้ว่าพระองค์ท่านทรงรักประเทศไทย เพราะฉะนั้นเราต้องทำสิ่งดีๆเพื่อประเทศต่อไป ถ้าเรารักท่าน ต้องทำให้สิ่งที่ท่านทรงรักให้ดีขึ้นเรื่อยๆ”
เข็มอัปสร เล่าว่าจองโรงแรมไว้ล่วงหน้า 3 เดือน และเดินทางมาถึงตั้งแต่วันที่ 24 ต.ค. ช่วงบ่าย เพื่อสำรวจจุดเข้าออก โดยตื่นเช้ามาเข้าคิวตั้งแต่ตี 5 ของวันที่ 25 ต.ค. จากนั้นต่อแถวที่ท่าพระอาทิตย์อยู่นานแต่แถวไม่ขยับ จึงตัดสินใจเดินไปยังจุดคัดกรองอื่น
“เชอรี่เคยมากราบพระบรมศพ 8-9 ครั้ง ทั้งมาเป็นเจ้าภาพและมาต่อแถวเอง 4-5 ครั้ง ตั้งแต่ช่วงที่คนไม่เยอะจนเคยรอนานที่สุด 8 ชั่วโมง วันนี้จึงได้เตรียมพร้อมด้วยการพกผ้าปูรองนั่ง น้ำดื่ม และร่มมาด้วย ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะเข้าพื้นที่ด้านในได้หรือไม่ แต่โดยส่วนตัวเชอรี่คิดว่า อยากอยู่ใกล้ที่สุดที่เราจะสามารถเข้าได้ หากเข้าไม่ได้จริงๆ ก็ขออยู่ในบรรยากาศของการส่งเสด็จในพื้นที่พระเมรุมาศจำลองบริเวณกองสลากเดิมที่ทางรัฐบาลจัดเตรียมไว้”
นอกจากงานในวงการบังเทิง หลายคนจะเห็นเธอในฐานะนักอนุรักษ์ที่เริ่มทำงานอย่างจริงจัง ซึ่งเธอได้ยกในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็นต้นแบบในการทำงานด้านสิ่งแวดล้อม โดยได้ศึกษาข้อมูลจากหนังสือ จากพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่พระองค์ทรงริเริ่มไว้
“ต้องบอกว่าในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็นต้นแบบของคุณความดีทุกๆ อย่าง เป็นต้นแบบของความสมบูรณ์พร้อม คือ เราสามารถหยิบทุกมุมของพระองค์มาเป็นต้นแบบในชีวิตได้ทุกทาง ทั้งการใช้ชีวิตในเรื่องของความพอเพียง การเผชิญความทุกข์ การยึดมั่นในความดีทั้งหลาย รวมไปถึงเป็นแบบอย่างในการทำงานต่างๆ และพระองค์ยังเป็นผู้เสียสละอย่างแท้จริง
จนถึงวันนี้เข็มอัปสร กล่าวว่าก็ไม่อยากให้เป็นความจริง แต่เราต้องยอมรับ และคงจะเก็บทุกโมเมนต์ที่เราอยู่ตรงนี้ให้อยู่ในความทรงจำมากที่สุด ไม่ว่าวันพรุ่งนี้จะอยู่จุดไหนก็ตาม เชื่อว่า ทั่วผืนแผ่นดินไทย พวกเราทุกคนมีหัวใจดวงเดียวกัน คือ ต้องการที่จะส่งพ่อ กราบลาเป็นครั้งสุดท้าย และอยากมีความทรงจำเกี่ยวกับพระองค์เก็บไว้ในหัวใจตลอดไป”
“ฉันได้มาอยู่ในที่ๆ ฉันควรอยู่แล้ว ที่ของประชาชนของพระองค์ ฉันจะส่งพระองค์ให้ถึงที่สุด โดยมีแฮชแทค ฉันเกิดในรัชกาลที่๙”
“๒๔/ตค.๖๐...วิวที่นอนฉันคืนนี้...#ส่งพ่อ #ฉันเกิดในรัชกาลที่9”
“อยู่ด้วยหัวใจเพื่อท่าน ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะเราหาวิธีป้องกันตัวเองแล้วค่ะ#ฉันเกิดในรัชกาลที่๙ #มารอส่งพ่อ”
จากนั้นนักแสดงได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวอีกครั้ง ตอนเช้าตรู่ว่า
"ยามเช้ายังสงบงาม แต่อีกไม่นานแสงแดดจะแผดเผาเราขนาดไหนก็พร้อมรับมือค่ะ และ ได้โพสต์ภาพข้าวและน้ำพระราชทานด้วย”
ดารณีนุช ได้โชว์สติกเกอร์รูปใบโพธิ์ที่จะได้รับหลังผ่านจุดคัดกรองแล้ว ถือเป็นสติกเกอร์ประวัติศาสตร์ มีเลขรหัสตรงกับเลขบัตรประชาชน เมื่อ เวลา 04.50 น.
“เมื่อคืนจอมมาถึงตอน 3 ทุ่ม ไปถึงก็ไม่สามารถเข้าไปยังพื้นที่ด้านในได้แล้ว เสียใจมากที่เข้าไปไม่ได้ เพราะก่อนหน้นนั้นเคยเข้าไปกราบท่านใกล้กว่านั้น แต่ก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ยังได้ส่งใจไป ได้เห็นพระเมรุมาสสีทองอร่ามไกลๆ หลังจากนั้นจอมก็เดินเลาะไปเรื่อยๆ เดินจนสุดถนนเลยจากแถวฝั่งโรงแรมรัตนโกสินทร์ ไปจนถึงแถวๆ เสาชิงช้า ได้กราบและมองพระองค์ท่านจากไกลๆ ก็ยังดี สิ่งที่จอมประทับใจคือ ภาพของน้ำใจคนไทยช่วยเหลือกัน คิดในใจว่า ถ้ามีอะไรให้ช่วย จอมพร้อมจะช่วยค่ะ”
มนูญสินี ยังถ่ายทอดถึงภาพที่เห็นว่า “พี่น้องประชาชนที่เดินทางมาปักหลักต้องอดทน เพราะฝนก็โปรยปราย จอมได้ยินเสียงจิตอาสาพูดตลอดว่า มาทางนี้มีเต๊นท์หลบฝน คนแก่ไม่ไหวแล้ว แต่ประชาชนก็ไม่ยอมถอย เพราะไม่อยากเสียที่นั่ง ทุกคนยอมนั่งตากฝนอยู่ตรงนั้น โดยเฉพาะคนแก่ๆ ลูกหลานมาเรียกให้เข้าไปข้างในก็ไม่ยอมไป จอมอยู่ตรงนั้นถึงเที่ยงคืนกว่าก็กลับค่ะ”







