posttoday
ปุณยธร สุทธิพงษ์ชัย ขอเปลี่ยนโลกด้วยการลงทุน

ปุณยธร สุทธิพงษ์ชัย ขอเปลี่ยนโลกด้วยการลงทุน

21 ตุลาคม 2560

ในยุคดิจิทัลเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เติบโตได้รวดเร็วกว่าในอดีตมาก หากคนรุ่นใหม่กล้าที่จะคิดและลงมือทำ

โดย จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

ในยุคดิจิทัลเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เติบโตได้รวดเร็วกว่าในอดีตมาก หากคนรุ่นใหม่กล้าที่จะคิดและลงมือทำ ซึ่ง “แชมป์-ปุณยธร สุทธิพงษ์ชัย” ผู้จัดการหุ้นส่วน บริษัท ครีเอทีฟเวนเจอร์ ก็เป็นหนึ่งในคนประเภทนี้ เขาเป็นคนไทยคนแรกที่ร่วมก่อตั้งธุรกิจกองทุนร่วมลงทุน (เวนเจอร์ แคปปิตอล หรือวีซี) ในซิลิคอนวัลเลย์ สหรัฐ แหล่งกำเนิดสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในโลก

แชมป์ ในวัย 32 ปี เล่าว่า ครอบครัวของเขาทำ บริษัท กรุงไทยการไฟฟ้า แต่เขาเลือกที่จะสร้างเส้นทางการเติบโตของตัวเอง แม้ว่าพ่ออาจจะคาดหวังให้แชมป์กลับมาช่วยงานธุรกิจที่บ้านก็ตาม เพราะแชมป์เจอโอกาสและเลือกที่จะทำให้เกิดขึ้น พร้อมกับมองว่าสิ่งที่ทำอยู่ก็คือการช่วยทางบ้านอย่างหนึ่ง เพียงแต่ไม่ใช่รูปแบบการสานต่อธุรกิจครอบครัว แต่เป็นการหาโอกาสก้าวต่อไปให้กับธุรกิจ

แชมป์ได้ไปศึกษาในต่างประเทศ ปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า และปริญญาโทสาขาวิศวกรรมอุตสาหการ ที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐ จากนั้นไปต่อปริญญาโทอีกใบที่โรงเรียนธุรกิจเบิร์กลีย์-แฮส มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย โดยระหว่างนั้นมีโอกาสได้ไปทำงานในสตาร์ทอัพและได้ไปทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทเอกชน

จากการได้เรียนรู้งานทั้งสองด้านนี้ ทำให้แชมป์มองว่าน่าจะผสมผสานประสบการณ์ทั้งสองด้านเพื่อทำความฝันให้เป็นจริงได้ คือการมีส่วนช่วยให้มนุษย์มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถแก้ไขสิ่งที่มีแนวโน้มเป็นปัญหาสำคัญของโลกได้

วิธีการสานฝันของแชมป์ก็คือการเข้าไปร่วมกับพันธมิตรก่อตั้ง บริษัท ครีเอทีฟเวนเจอร์ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมลงทุนหรือวีซี โดยมุ่งเน้นนำเงินไปลงทุนในสตาร์ทอัพที่ตั้งอยู่ในซิลิคอนวัลเลย์ สหรัฐ ที่มีลักษณะสำคัญคือ มีเทคโนโลยีขั้นสูงที่จะเปลี่ยนโลกได้ (ดีพ เทคโนโลยี หรือ ดีพเทค) เพื่อตอบโจทย์ความฝันที่มีอยู่

“คนทุกคนมีฝัน สุดท้ายอยู่ที่เราจะหามันเจอหรือเปล่า บางทีมันอยู่ตรงหน้า แต่เราอาจจะมองไม่เห็นมันก็ได้ แต่ถ้าเห็นตรงหน้าแล้วเจอก็ต้องคว้าให้ได้” แชมป์ กล่าว

แม้เป้าหมายของแชมป์จะยิ่งใหญ่เพียงใด แต่ไม่มีคำว่ากลัวหรือย่อท้อ เขาตั้งคำถามที่น่าสนใจว่าจะใช้เวลาจดจ่อกับอดีตหรืออนาคต จะอยู่กับสิ่งที่เป็นหรือสิ่งที่เป็นไปได้ บางครั้งเส้นแบ่งระหว่างสองสิ่งที่ต้องเลือกก็มีความชัดเจน แต่บางครั้งก็อยู่ในจุดเบลอๆ หากก้าวข้ามเส้นแบ่งนี้ไปได้ก็จะเป็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เป็นและอาจเปลี่ยนโลกได้ ซึ่งสิ่งที่จะช่วยให้ก้าวข้ามเส้นทางแบ่งนี้ได้ก็คือ ”ดีพเทค”

สำหรับคนที่ตั้งคำถามว่า “แล้วทำไมต้องไปลงทุนในดีพเทค” แชมป์ทิ้งแง่มุมให้คิดเพิ่มเติมว่า อะไรคือราคาของการไม่ลงทุนกับอนาคต บางคนมองว่าการลงทุนอาจทำให้ต้องเสียทรัพย์สินเป็นล้านบาท และบางคนก็มองว่าการลงทุนทำให้เกิดความเสี่ยงกับธุรกิจที่สร้างมาเป็นร้อยปี มีความเสี่ยงต่อพนักงานเป็นพันเป็นหมื่นชีวิต

แชมป์ มองว่า ถ้าไม่ลงทุนก็ไม่สามารถเป็นตัวเองในทุกวันได้ ไม่สามารถบอกตัวเองได้ว่า แก้ไขปัญหาได้ในทุกวัน ไม่สามารถบอกลูกหลานได้ว่า ตัวเองเป็นวีรบุรุษที่ทำอะไรบางอย่างเพื่อช่วยโลก และที่สำคัญคงไม่สามารถบอกได้ว่าอนาคตจะไปทางไหน ก็ได้แต่ตามเขาไป

แชมป์จึงเลือกทำเรื่องการลงทุนกับอนาคต เพราะทำให้ตัวแชมป์ได้ตื่นขึ้นมาทุกวัน แล้วบอกได้ว่าสิ่งที่เขากำลังทำคือการช่วยกลุ่มคนที่ยอมขายบ้านเพื่อมาลงทุนในบริษัทเล็กๆ ยอมล้มลุกคลุกคลานและอาจพังได้แต่ก็ยังเสี่ยง

เขาร่วมก่อตั้งบริษัท ครีเอทีฟเวนเจอร์ เมื่อช่วงต้นปี 2559 โดยหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทนี้เป็นตระกูลที่ทำวีซีมายาวนาน ครีเอทีฟเวนเจอร์มุ่งลงทุนในดีพเทค ที่มองแล้วว่าเป็นเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ได้จริง โดยมองหาเทคโนโลยีที่มาแก้ปัญหาแนวโน้มสำคัญของโลก 3 ด้าน คือ การขาดแคลนแรงงาน ภาวะโลกร้อน การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

ครีเอทีฟเวนเจอร์ระดมทุนตั้งกองทุนแรกได้ 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งกองทุนนี้ลงทุนในดีพเทคไปแล้ว 10 บริษัท เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมค่อนข้างมาก

ตัวอย่างเทคโนโลยีน่าสนใจคือ อลิซ เทคโนโลยี เป็นบริษัทที่ทำปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ด้านการก่อสร้าง ช่วยคำนวณข้อมูลการสร้างตึกสูง ซึ่งทำให้รู้ว่าจะสร้างตึกนี้เสร็จภายในกี่วัน ถ้าแต่ละขั้นตอนการก่อสร้างดำเนินการไปเท่านั้นเท่านี้แล้ว ข้อดีของอลิซ เทคโนโลยี คือจะช่วยลดจำนวนวันก่อสร้างลงมาได้ วิเคราะห์ต้นทุนที่ใช้กับเวลาการก่อสร้างที่เสียไปได้ จึงช่วยลดต้นทุนการสร้างตึกได้

ปัจจุบันกำลังจัดตั้งกองทุนที่ 2 อยู่ มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์ และกำลังหาผู้สนใจมาร่วมลงทุนอยู่ เป้าหมายนักลงทุนของแชมป์คือ นักลงทุนไทยและนักลงทุนประเทศอื่นในอาเซียน เช่น สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฮ่องกง โดยคาดหวังจะปิดกองทุนนี้ได้ต้นปีหน้า ซึ่งกองทุนนี้จะวางแผนลงทุนในดีพเทค 20 บริษัท บางบริษัทก็จะเป็นการลงทุนเพิ่มในดีพเทคที่กองทุนแรกเคยลงทุนไปแล้ว

ปุณยธร สุทธิพงษ์ชัย ขอเปลี่ยนโลกด้วยการลงทุน

คุณสมบัติของเทคโนโลยีของสตาร์ทอัพที่แชมป์จะเลือกลงทุนก็คือ จะต้องมาแก้ปัญหาของโลกได้จริง ต้องเป็นเทคโนโลยีที่ลอกเลียนแบบได้ยาก ต่อให้คนรู้ว่าเป็นอะไรก็เลียนแบบไม่ได้ เพราะต้องใช้ความรู้เฉพาะเจาะจง สุดท้ายคือต้องเป็นสตาร์ทอัพที่มีทีมงานซึ่งมีความรู้ความสามารถ เข้าใจในเรื่องที่ทำอย่างดี คลุกคลีอยู่กับอุตสาหกรรมนั้นจริงๆ เจอปัญหามาก่อนแล้วจึงสร้างเทคโนโลยีขึ้นมา ไม่ใช่รู้แค่เรื่องเทคโนโลยีอย่างเดียว

ด้านการเสาะหานักลงทุนที่จะมาร่วมลงทุนกองทุนนี้ แชมป์ กล่าวว่า ไม่ใช่ใครๆ ก็เข้ามาได้ เพราะแชมป์ไม่เน้นรับจำนวนรายมาก แต่พยายามรับจำนวนรายน้อย คุยกันรู้เรื่อง ไม่วุ่นวาย เพื่อจะได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยรายที่แชมป์จะคัดเลือกให้ใส่เงินเข้ากองทุนได้จะต้องสร้างมูลค่าให้กองทุนได้ เช่น ช่วยให้คำแนะนำกับสตาร์ทอัพที่ไปลงทุนได้ หรือมีเครือข่ายที่ดี

“เป้าหมายของกองทุนนี้คือสร้างผลตอบแทนให้ผู้ลงทุนด้วยการขายบริษัทเทคโนโลยีนี้ออกในอนาคต และการนำบริษัทเทคโนโลยีที่ไปลงทุนกระจายหุ้นให้ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ซึ่งการจะทำให้ไปถึงเป้าหมายได้ ก็ต้องลงทุนบริษัทที่มองว่าดีที่สุด เจ๋งที่สุด ดังนั้นจึงต้องมองหาสตาร์ทอัพที่ดีที่สุด และเรามีกลยุทธ์ที่ช่วยให้เขาโตได้ เพื่อเป็นการปิดความเสี่ยงพร้อมกับการเพิ่มผลตอบแทนการลงทุนให้ได้มากที่สุด” แชมป์ กล่าว

แชมป์ให้คำแนะนำกับคนที่กำลังตามล่าหาฝันและอยากสร้างฝันให้เป็นจริง กลายเป็นธุรกิจได้เหมือนกับแชมป์ว่า หัวใจสำคัญมี 4 ข้อ คือ 1.ต้องหาตัวเองให้เจอก่อนว่าตัวเราชอบอะไร อะไรคือแรงบันดาลใจของเรา 2.กลับมาย้อนดูว่าเราเก่งเรื่องอะไร 3.ดูต่อไปว่าโลกต้องการอะไร และ 4.ดูทุกอย่างที่ว่ามาแล้วก็ดูว่าอะไรที่ทำเงินได้

เมื่อหาจุดเชื่อมโยงของหัวใจสำคัญ 4 ข้อนี้เจอก็จะเจอหนทางสานฝัน อย่างตัวแชมป์เป็นคนชอบทำงานกับคนที่มีแรงบันดาลใจ เพราะแชมป์เชื่อว่าการทำงานกับคนเหล่านี้จะทำให้ตัวเขาเก่งขึ้น ขณะที่การทำวีซีก็เป็นงานที่ทำเงินได้ เป้าหมายของการลงทุนในดีพเทคก็ช่วยแก้ปัญหาใหญ่ระดับโลกได้อีกด้วย

เมื่อหาจุดเชื่อมโยงได้แล้วแชมป์จึงเลือกเดินเส้นทางนี้ โดยมีเป้าหมายเป็นผู้เชื่อมโยงเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกจากฝั่งสหรัฐให้ถ่ายทอดมาถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งไม่มีสิ่งเหล่านี้ได้

เป้าหมายของแชมป์คงไม่ได้หยุดแค่การระดมทุนกองทุนที่ 2 เพื่อไปลงทุนในดีพเทค ฝันของแชมป์ไกลกว่านั้น เพราะแชมป์หวังว่าจะเปิดกองทุนใหม่เพื่อระดมทุนอีกในอนาคต โดยมีเป้าหมายขยายให้ครอบคลุมนักลงทุนทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลย

นับเป็นคนไทยตัวเล็กๆ ที่มีเป้าหมายอันยิ่งใหญ่มากทีเดียว คือการเปลี่ยนโลกด้วยการลงทุนในเทคโนโลยีอนาคต หากโลกมีคนแบบแชมป์มาก มีความคิด มีแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ที่จะทำให้โลกดีขึ้น โลกก็คงจะดีขึ้นได้ในทุกวัน

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI