posttoday
นพ.สกิทา ม่วงไหมทอง คุณหมอพิธีกร

นพ.สกิทา ม่วงไหมทอง คุณหมอพิธีกร

05 กันยายน 2560

หมอกริช-นพ.สกิทา ม่วงไหมทอง สูตินรีแพทย์ สาขาเวชศาสตร์มารดาและทารก คุณหมอสุดหล่อของศิริราช

ถ้าคุณผู้อ่านมีภาพความทรงจำเก่าๆ ว่าคุณหมอจะต้องขาวๆ ตี๋ๆ ใส่แว่นหนาๆ ท่าทางเคร่งขรึมเป็นงานเป็นการ คงต้องลบความทรงจำเดิมๆ เพราะคุณหมอรุ่นใหม่สมัยนี้หน้าใสกิ๊งแต่งตัวทันสมัยไม่ตกเทรนด์แฟชั่น บางคนติดทำเนียบหมอหล่อบอกต่อด้วย เช่นเดียวกับคุณหมอหนุ่มรุ่นใหม่คนนี้ ที่คมเข้มรูปร่างสูงใหญ่ต่างจากภาพจำเดิมๆ ที่เคยเห็นมา

หมอกริช-นพ.สกิทา ม่วงไหมทอง สูตินรีแพทย์ สาขาเวชศาสตร์มารดาและทารก แม้อายุจะ 30 ปลายๆ เข้าใกล้เลข 40 แต่หน้าดูยังอ่อนกว่าวัยไปหลายปี นอกจากเป็นแพทย์ด้านสูตินรี ด้านมารดาและทารกแล้ว คุณหมอยังถูกพูดถึงกลายเป็นประเด็นในโลกโซเชียล เมื่อเพจ Centennial Anniversary of Siriraj ob-Gyn ว่าเป็นคุณหมอสุดหล่อของศิริราช หรือถ้าจะทำอัลตราซาวด์ 4D ก็ย่อมได้

คอนเฟิร์มว่าตัวจริงล้อ-หล่อ เสียงเพราะนุ่มนวล สัมภาษณ์ไปยิ้มไปน่ารักอะไรเบอร์นั้น และล่าสุดคุณหมอยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นพิธีกรของรายการ เดอะ ดร.ออซ ไทยแลนด์ ซึ่งเพิ่งเริ่มออกอากาศไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการคัดเลือกหมอหนุ่มมาจากทุกภาควิชาของโรงพยาบาลศิริราช ส่งตัวมาแคสต์กว่า 10 คน จนสุดท้ายได้หมอกริช 

นพ.สกิทา ม่วงไหมทอง คุณหมอพิธีกร

นพ.สกิทา มาดำเนินรายการคู่กับ เชียร์-ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ คุณหมอเล่าว่า ไม่เคยทำงานพิธีกรที่อยู่ต่อหน้าสาธารณชนมากๆ เท่านี้มาก่อน เคยเป็นพิธีกรงานภายในเล็กๆ ในหมู่เพื่อนฝูงหรือคณะทำงาน ตื่นเต้นและเป็นกังวลมาก แต่เป็นงานของโรงพยาบาลเพื่อส่วนรวมก็ต้องพยายามให้เต็มที่ “โชคดีว่าทางทีมงานจ้างแอ็กติ้งโค้ชมาสอนการทำงานพิธีกร ซึ่งไปเรียนอยู่เดือนกว่า ตอนนี้อัดรายการมาเกือบ 10 เทปก็ดีขึ้นเรื่อยๆ มีพัฒนาการที่ดี คลายความตื่นเต้นอึดอัดลงไปได้บ้าง แต่ก็ยังตื่นเต้นทุกครั้งที่มาออกรายการ ดีหน่อยว่าเป็นงานที่อยู่ในสายวิชาชีพของเรา ทำให้เราไม่กังวลกับบท กับสคริปต์มากมายนัก ในรายการจะเชิญผู้ร่วมรายการซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นแพทย์  เป็นอาจารย์ เป็นรุ่นพี่ เป็นเพื่อน ที่เราพอมีความคุ้นเคยอยู่บ้างก็เลยช่วยได้เยอะ หลังจากออกอากาศไปเกือบเดือนก็เริ่มมีคนพอจำได้บ้าง” คุณหมอกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ทางด้านการศึกษานั้น คุณหมอจบมัธยมปลายจากโรงเรียนเตรียมอุดม จบปริญญาตรี ด้านสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา สาขาเวชศาสตร์มารดาและทารก คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล หลังเรียนจบไปใช้ทุนที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดเพชรบุรีอยู่ 3 ปี จึงกลับมาทำงานประจำเป็นหมอสูติอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชอยู่กว่า 10 ปี

นอกจากเป็นหมอสูติแล้ว ยังเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาแพทย์อีกด้วย ควบคู่ไปกับการทำงานวิจัย “ตอนนี้ลงตรวจ รับฝากครรภ์ ทำคลอดน้อยลงแล้ว ไปสอนหนังสือกับทำงานวิชาการมากขึ้น ตอนจบใหม่ๆ เคยไปทำงานนอกเวลาที่โรงพยาบาลเอกชนอยู่สัปดาห์ละ 2 วัน ทำได้เพียงปีกว่า ก็ค้นพบว่าเราไม่เหมาะกับลักษณะการทำงานของภาคเอกชน เราชอบงานสอน งานวิจัยมากกว่า ก็เลยไม่ไปแล้ว แต่เราก็มีไปหุ้นกับเพื่อนหมอเปิดศูนย์อัลตราซาวด์ ตรวจภายใน เป็นงานหัตถการทางสูตินารี เป็นคลินิกเล็กๆ ซึ่งไปร่วมหุ้นแต่แทบจะไม่ค่อยไปได้ประจำการอะไร เพราะงานที่ศิริราชก็ล้นมือมากอยู่แล้ว เคยทำคลอด-ผ่าคลอด ถึงวันละ 5-6 รายก็บ่อยเลย” 

ตอนนี้พอมาทำงานพิธีกร ก็ถือว่าเป็นงานรูปแบบใหม่ๆ ที่เข้ามา ที่ได้เรียนรู้เพิ่มและได้ประสบการณ์ทำงานใหม่ๆ ซึ่งก็เป็นงานที่ต่อยอดและช่วยเปิดโลกทัศน์เพิ่ม และจะได้นำไปใช้ในงานสอนหนังสือให้นักศึกษาแพทย์เรียนได้สนุกไม่น่าเบื่อ เพราะก็ชอบงานสอนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อีกทั้งงานพิธีกรต้องทำให้สนใจรูปลักษณ์ของตัวเองมากขึ้น จากเดิมที่เรียบง่ายสบาย ก็ต้องหันมาดูแลตัวเองมากขึ้น ต้องออกกำลังกายให้รูปร่างดูดี ไม่อ้วน คุมน้ำหนัก ไม่อย่างนั้นออกทีวีตัวจะใหญ่มาก

“ตอนนี้ก็เลยหันมาออกกำลังกายมากขึ้น เข้าฟิตเนส ยกเวต คาร์ดิโอ เพื่อให้ร่างกายดูมีมัดกล้ามไม่เผละ เลือกรับประทานมากกว่าเดิม (หัวเราะ) ก็ดีครับ ทำให้เราสนใจดูแลสุขภาพ มีวินัยกับตัวเองมากยิ่งขึ้น ทุกสัปดาห์จึงต้องพยายามไปออกกำลังกายให้ได้อาทิตย์ละ 3 ครั้ง”

คุณหมอเล่าต่อไปว่า ตอนเด็กก็เคยคิดอยากจะเป็นครูสอนหนังสือ เพราะมีคุณแม่เป็นอาจารย์ เห็นคุณแม่ทำงานก็อยากจะเป็นครูตอนเด็กๆ แล้วก็ชอบอ่านหนังสือมาก แต่พอโตขึ้นมาอยู่มัธยมเริ่มหันมาสนใจแนวสุขภาพมากขึ้น ชอบวิชาวิทยาศาสตร์ ก็เลยเปลี่ยนเส้นทางมาสายแพทย์ จะได้ช่วยเหลือคนอื่นด้วย เป็นงานที่มีเกียรติ ตามคำสอนของพระบรมราชชนกในรัชกาลที่ 9 ว่า จงปฏิบัติต่อคนอื่นเหมือนที่อยากให้คนอื่นปฏิบัติต่อตนเอง

คุณหมอกล่าวว่า ปัจจุบันสังคมโลกและประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ดังนั้นทางโรงพยาบาลห่วงทางด้านสุขภาพของผู้สูงวัย และโอกาสในการเข้าถึงการรักษา จึงคิดว่าการให้ความรู้เรื่องสุขภาพสำหรับคนทั่วไปเป็นสิ่งจำเป็นและไม่ต้องรอให้ชรา แต่เรียนรู้เรื่องสุขภาพตั้งแต่วัยหนุ่มสาวจะเป็นเรื่องที่ดี 

นพ.สกิทา ม่วงไหมทอง คุณหมอพิธีกร

รายการนี้ก็เป็นรายการที่ให้ความรู้เรื่องสุขภาพทุกด้านของคนวัยหนุ่มสาวจนถึงสูงวัย ซึ่งให้ประโยชน์กับคนทุกเพศทุกวัย เป็นรายการสาระกึ่งบันเทิงแบบเกม เป็นเอ็ดดูเทนเมนต์ มีแอนิเมชั่น มีอินโฟกราฟฟิก มีอุปกรณ์ทางการแพทย์มาให้ทดลองจริงในรายการ ถือเป็นรายการสุขภาพรูปแบบใหม่รายการแรกที่จะนำเรื่องสุขภาพของคนไทยผสมกับไลฟ์สไตล์เข้ามา ทำให้รายการสุขภาพที่เป็นเรื่องหนักกลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจ

ทางโรงพยาบาลศิริราชเป็นผู้ร่วมสนับสนุนรายการนี้ เพื่อออกอากาศทางช่องทรู 340 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น. รายการนี้โด่งดังมากที่สหรัฐอเมริกา คุณหมอกล่าวว่า ทางโรงพยาบาลศิริราชมุ่งชี้นำสังคมไทยในด้านสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิต คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จึงจับมือกับทรู เอ็กไซท์ เอชดี เปิดช่องทางสื่อสารความรู้ด้านสุขภาพในรูปแบบรายการโทรทัศน์ เดอะ ดร.ออซ ไทยแลนด์ รายการสุขภาพรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และประสบความสำเร็จมาแล้วทั่วโลก

โรงพยาบาลศิริราชให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต มุ่งหวังให้คนไทยมีสุขภาพดีถ้วนหน้า เป็นความฝันที่ชาวศิริราชทุกคนอยากทำให้สำเร็จเพื่อผู้คนอีกจำนวนมากที่ต้องการความช่วยเหลือ การผลิตรายการ เดอะ ดร.ออซ ไทยแลนด์ จึงเป็นส่วนหนึ่งที่จะมอบความรู้ด้านสุขภาพอย่างถูกต้อง ให้คนไทยหันมาดูแลสุขภาพตัวเองในเบื้องต้น ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการเจ็บป่วย การแออัดในโรงพยาบาล เพราะในปัจจุบันมีผู้ป่วยมารักษาตัวเพิ่มมากขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยที่ศิริราชรองรับผู้ป่วยนอกร่วม 3 แสนคน/ปี และดูแลผู้ป่วยในเกือบ 9 หมื่นคน/ปี

สำหรับแม่แบบในการทำงานของคุณหมอนั้นก็คือพระบรมราชชนก พระบิดาแห่งการแพทย์ของชาวศิริราช ส่วนโรลโมเดลในงานพิธีกรนั้น คือ สัญญา คุณากร เพราะมีความเป็นธรรมชาติ เป็นตัวเอง ดูง่ายๆ สบายๆ เป็นธรรมชาติ พอดีๆ ไม่มากไม่น้อยเกินไป ไม่ต้องเก๊กหล่อหรือปรุงแต่งมากเกินไป

นอกจากนี้ ยามว่างคุณหมอจะชอบอ่านวรรณกรรมแปลแนวสืบสวนสอบสวน ที่ชอบมากก็คือแดน บราวน์ หากมีเวลาว่างก็จะไปทำงานจิตอาสาบ้าง เช่น ไปกับมูลนิธิ พอ.สว. ฯลฯ

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวก รับแรงหนุน AI จับตาสงครามอิหร่านฉุดเศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวก รับแรงหนุน AI จับตาสงครามอิหร่านฉุดเศรษฐกิจ