posttoday
ยุบหนอพองหนอกับอริยมรรค (ตอน ๗)

ยุบหนอพองหนอกับอริยมรรค (ตอน ๗)

23 กันยายน 2553

ปุจฉา : กราบนมัสการพระอาจารย์ โยมได้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดร่ำเปิง จ.เชียงใหม่

ปุจฉา : กราบนมัสการพระอาจารย์ โยมได้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดร่ำเปิง จ.เชียงใหม่

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา : กราบนมัสการพระอาจารย์ โยมได้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดร่ำเปิง จ.เชียงใหม่ มาเมื่อวันที่ ๗–๑๔ ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแม่ เป็นการจัดของมูลนิธิทางธรรม ได้มีข้อสงสัยในการนั่งภาวนา เนื่องจากว่าได้ปฏิบัติทางสายพุทโธมาตลอด คือการดูลมหายใจ แต่พอไปปฏิบัติที่วัดร่ำเปิงซึ่งใช้วิธียุบหนอพองหนอ จึงเกิดความสับสนขึ้นในการปฏิบัติ และหลังจากได้ฟังธรรมะก็พบคำว่า อริยมรรคองค์ ๘ ซึ่งก็ยังไม่ทราบความหมาย จึงขอกราบเรียนถามพระอาจารย์ว่า อริยมรรคองค์ ๘ มีความเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติยุบหนอพองหนอ และภาวนา “พุทโธ” อย่างไร

ขนิษฐา ดวงสงค์
มหาวิทยาลัยแม่โจ้
จ.เชียงใหม่

วิสัชนา : เมื่อเรายับยั้งนิวรณ์ได้ สติขณะนั้นจะมีความเข้มแข็งมากจนยกขึ้นเป็นมหาสติ เป็นสติใหญ่ ซึ่งเราจะเห็นสติใหญ่เกิดขึ้นในโพชฌงค์ ๗ อันเป็นธรรมที่เป็นไปเพื่อการตรัสรู้ ธรรมที่เป็นไปเพื่อความรู้แจ้ง ธรรมที่เป็นไปเพื่อพระนิพพานเพื่อความสิ้นทุกข์

โพชฌงคธรรมก็มีอยู่ สัตโพชฌงค์ก็มีสตินำหน้า เราจะเห็นว่าอำนาจธรรม อำนาจญาณรู้ขณะนั้นแก่กล้ามากจนสตินำหน้า คือ มีปัญญา มีความรู้เท่ารู้ทันนำหน้า รู้ว่าเกิดขึ้นมาแล้ว รู้แล้วพิจารณาธรรมได้แจ่มแจ้ง รู้ว่าความจริงเกิดขึ้นแล้วสามารถละวางสิ่งที่เป็นอกุศลที่เกิดขึ้น ที่ไม่เกิดก็อย่าให้เกิด ที่เกิดขึ้นแล้วก็ละ สิ่งที่เป็นคุณความดีก็ภาวนาอบรมให้มี ที่มีก็รักษาไว้ เรียกว่าใช้ควบคู่กับสัมมัปปธาน ๔ หรือเพียรชอบ ๔ ที่ควบคุมคู่กับความระลึกรู้ชอบและมีการพิจารณาธรรม จนธรรมนั้นสัมปยุตควบคุมเข้ากับจิต จนจิตนั้นเกิดสภาวธรรมขึ้น เกิดปีติใหญ่ขึ้น จนเกิดการเคลื่อนไหวของจิตที่ปรับโครงสร้างของจิต

ในวิถีธรรมที่ญาณรู้นั้นเกิดขึ้น ที่นำไปสู่ปัสสัทธิ กายจิตสงบ เกิดสมาธิใหญ่ขึ้น เกิดญาณรู้ขึ้น เป็นญาณรู้ที่ไม่เป็นสมาธิแบบขั้นเบื้องต้น เป็นญาณรู้ที่กล่าวในวิปัสสนา ๙ หรือญาณ ๑๖ ที่มีการแจกแจงในสายยุบหนอพองหนอ ว่าเป็นการแจกแจงมาจากตัวรู้ในวิปัสสนา ๙ แตกกระจายให้เห็นความละเอียดของญาณรู้ที่เกิดขึ้นในขั้นนี้ ในขั้นที่ใช้งานในขั้นโพชฌงค์ เมื่อโพชฌงค์มีความรู้ที่นำไปสู่การวางหรือเพิกถอนจากความเกี่ยวเนื่องในสังขาร หรือเพิกถอนสังขาร รู้เห็นความจริงในความเป็นอริยสัจ คือ ความทุกข์ที่เกิดขึ้นในอาการทุกข์ ซึ่งบ่งบอกในการสวดพระธัมมจักกัปปวัตตนสุตตัง เห็นความจริงของเหตุแห่งทุกข์ และกระบวนการที่เรียนรู้ปฏิบัติบนมรรคองค์ ๘ เพื่อให้ถึงซึ่งความดับทุกข์ รู้แจ้ง ก็เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นในขั้นนี้ทั้งหมด

แต่ก็ยังไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มกำลัง จึงให้ตรวจเข้าสู่มรรคองค์ ๘ ประการ ตั้งแต่สัมมาทิฐิ สัมมาสังกัปโป สัมมาวาจา สัมมากัมมันโต สัมมาอาชีโว สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คือ ตรวจธรรมบนมรรคองค์ ๘ ซึ่งดูความบกพร่อง ถ้าธรรมองค์ใดก็แล้วแต่ยังไม่สมบูรณ์ในจิตก็ต้องปรับ ต้องเพิ่มพูนธรรมองค์ดังกล่าวนั้น เรียกว่าใช้ญาณรู้ภายในปรับสภาพธรรมขึ้นในแต่ละองค์ เมื่อตรวจสอบแล้วจนธรรมเกิดความสมบูรณ์ในมรรคองค์ธรรมทั้ง ๘ นั้นเรียกว่า มัคคสมังคี รวมกับสัมมาญาณ ญาณรู้ชอบเกิดขึ้น ซึ่งทำให้เห็นความจริงตามธรรมที่กล่าว ไม่หวั่นไหวในธรรม ก็คือความจริงในการเห็นรูปนามขันธ์ ๕ โลกธรรมหรือโลกธาตุ ก็คือรูปนามขันธ์ ๕ เห็นความจริงจากธรรมดังกล่าว จนที่สุดถอนออกจากความยึดถือ จนถอนออกจากอุปาทาน เมื่อเบื่อหน่ายก็คลาย เมื่อคลายก็ดับ เมื่อดับก็ถอนจากอุปาทานการยึดมั่นยึดถือ

เราจึงเห็นว่ากระบวนการดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นในวิถีธรรมของวิปัสสนาญาณ ในขั้นของธรรมานุปัสสนาสติปัฏฐาน เห็นความจริงของอนิจสัญญาความไม่เที่ยง ทำให้เกิดความเบื่อหน่ายนิพพิทา เมื่อเบื่อหน่ายก็คลาย เมื่อคลายก็ดับ เมื่อดับก็ละและสลัดการยึดมั่นถือมั่น จิตก็เข้าสู่เอกจิต ๔ คือ

ผุฏฺฐสฺส โลกธมฺเมหิ จิตฺตํ ยสฺส น กมฺปติ อโสกํ วีรชํ เขมํ

เอกจิต ๔ คือ จิตที่ไม่หวั่นไหวต่อโลกธรรมทั้งหลาย ปราศจากธุลีเครื่องกิเลสทั้งหลาย และเป็นจิตที่บริสุทธิ์ จริงๆ แล้วสภาพจิตดังกล่าวนั้นเป็นอำนาจธรรมที่เข้าสู่ความเป็น อสังขตธรรม เป็นอสังขตธาตุแล้ว
ดังนั้น คำถามที่ว่า มรรคองค์ ๘ อยู่ตรงไหน?

มรรคองค์ ๘ ก็อยู่ในสมถะและวิปัสสนา อยู่ในการกระทำที่เราเจริญวิปัสสนาญาณอยู่พร้อมแล้ว เพียงแต่ว่าถ้าเราเจริญธรรมไปสู่ในวิธีการปฏิบัติตามวิถีญาณ ซึ่งญาณรู้ดังกล่าวจะพรั่งพร้อมได้เมื่อมีความพร้อมของมรรคองค์ ๘ ญาณเกิดขึ้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน