
พลิกวิกฤตให้กลายเป็นโอกาสทอง
ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมานี้ (2550-2560) เชื่อแน่ว่าใครหลายคนคงรู้ดีว่าหลายๆ ธุรกิจต่างต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่
โดย...ธนะโรจน์ สิทธาธีระวัฒน์
ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมานี้ (2550-2560) เชื่อแน่ว่าใครหลายคนคงรู้ดีว่าหลายๆ ธุรกิจต่างต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่
นั่นคือการก้าวล้ำทางเทคโนโลยี ที่ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในประเทศไทยและสังคมโลก ทำให้หลายๆ ธุรกิจเกิดอาการเป๋ สะดุด และไปไม่ถูก จนถึงขั้นต้องปรับตัวกันยกใหญ่ เพราะหากไม่ปรับตัวก็อาจจะไปไม่รอดก็เป็นได้
เมื่อพูดถึงธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ ผมได้คลุกคลีตีโมงอยู่ในธุรกิจนี้มายาวนานกว่า 20 ปี (ทั้งหนังสือ นิตยสาร และหนังสือพิมพ์) ต้องยอมรับว่าธุรกิจนี้ถือเป็นภาพสะท้อนของอาการเป๋ สะดุด และไปไม่ถูก จากผลพวงของการก้าวล้ำทางเทคโนโลยีได้อย่างชัดเจนที่สุด
ไม่ใช่เพราะเรามี E-Book E-Magazine หรือ E-Newspaper เป็นตัวตายตัวแทนหรอกนะครับ แต่เป็นเพราะเรามีอะไรที่น่าสนใจให้อ่านแบบฟรีๆ เยอะแยะมากมายบนโลกอินเทอร์เน็ตนี้ต่างหาก และเราก็สามารถอ่านมันได้ ค้นหามันได้ “ง่าย” เพียงแค่ปลายนิ้วลากไปที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือ แล้วก็กดค้นหา
ว่าแต่ว่าเราจะกล่าวหาการก้าวล้ำทางเทคโนโลยีว่าเป็นตัวบ่อนทำลายระบบธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ (รวมทั้งธุรกิจต่างๆ) นั้น ก็คงจะไม่ถูกต้องเสียทีเดียวนัก
หากเราลองเปิดหู เปิดตา และเปิดใจให้กว้างๆ เราจะพบเจอว่าการก้าวล้ำเข้ามาของเทคโนโลยีนั้น ทำให้เราได้อะไรดีๆ ติดไม้ติดมือกลับมาตั้งเยอะแยะมากมาย ในขณะที่เราอาจต้องเสียอะไรบางอย่างไป
หรือเราอาจต้องเสียอะไรบางอย่างไป เพื่อให้ได้บางสิ่งบางอย่างมา!
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมงาน Intercare Asia 2017 (งานแสดงสินค้าและนวัตกรรมด้านสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุระดับนานาชาติ) ณ ไบเทค บางนา
ผมไปสะดุดตาสะดุดใจกับเจ้าตัวหุ่นยนต์ตัวหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า “หุ่นยนต์ดินสอ” เจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้เป็นนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (AI) ระบบที่นำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อทำให้คอมพิวเตอร์สามารถคิดหาเหตุผลได้ เรียนรู้ได้ โดยการเรียนรู้นี้จะต้องเข้าใจในความฉลาดของมนุษย์ แล้วหาทางจำลองความฉลาดนั้นด้วยการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์
หุ่นยนต์ หรือ Robotics ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแขนงของระบบปัญญาประดิษฐ์ ที่ถูกออกแบบและสรรค์สร้างมาเพื่อใช้งานแทนมนุษย์ (งานที่ต้องทำซ้ำๆ หรืองานเคลื่อนย้ายของหนัก หรืองานที่ต้องเสี่ยงอันตรายนี่เหมาะสมดีนักแล)
ที่สำคัญที่สุด ตอนนี้ได้มีผู้พัฒนาหุ่นยนต์ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์พนักงานต้อนรับ หุ่นยนต์กู้ภัย หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง เพื่ออยู่เป็นเพื่อนคู่ใจของเราๆ ท่านๆ หรือหุ่นยนต์เพื่อให้นักศึกษาแพทย์ได้ใช้ในการฝึกปฏิบัติ
ว่ากันว่าเจ้าหุ่นยนต์ดินสอถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาโดยฝีมือคนไทย แถมยังถูกสร้างสรรค์มาหลากหลายเวอร์ชั่น โดยเวอร์ชั่นล่าสุดที่มีชื่อเรียกว่า “หุ่นยนต์ดินสอมินิ” นี้ มีความน่าสนใจอยู่ตรงที่ มันเป็นหุ่นยนต์ที่สามารถดูแลผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ตามลำพัง และมีความสามารถในการแจ้งแพทย์ฉุกเฉินได้
ถามว่าน่าทึ่งไหม? บอกเลยว่าน่าทึ่งมาก และเชื่อแน่ว่ามันจะถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาในรูปแบบต่างๆ ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ จนทำให้เราต้องทึ่งไปมากกว่านี้อย่างแน่นอน
ในเมื่อเหรียญยังมีสองด้าน เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำเข้ามาก็ย่อมต้องมีทั้งด้านดีและด้านเสีย ขึ้นอยู่ว่าในมุมที่เรามอง เรามองเห็นมันในด้านไหน เป็นด้านวิกฤตหรือโอกาสหรือเปล่า ซึ่งเมื่อมองย้อนกลับไปยังอาการเป๋ สะดุด และไปไม่ถูกของธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ หากเราไม่กล่าวโทษการก้าวล้ำของเทคโนโลยี แต่ลุกขึ้นมาทำให้เทคโนโลยีที่อาจก่อให้เกิดวิกฤตในธุรกิจต่างๆ กลายมาเป็นโอกาสที่เราจะพบเจอความน่าทึ่งในลักษณะแบบหุ่นยนต์ดินสอนี้อีกเยอะแยะมากมาย
อย่าลืมว่าเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาทุกระยะๆ ไม่ได้เกิดขึ้นมาลอยๆ แต่มักเกิดขึ้นมาเพราะวิกฤตที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ และมนุษย์นี่เองที่เป็นคนพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสทองเสมอ
ธนะโรจน์ สิทธาธีระวัฒน์
รองหัวหน้างานสื่อสารองค์กร คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล ติดต่อสื่อสารกันได้ที่ [email protected] หรือ facebook.com/thanaroht







