
มีผักถึง ‘ร้านอโณทัย’
ไม่น่าเชื่อว่าเวลาจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว จาก 15 ปีที่แล้ว ที่ไร่ปลูกรักได้เริ่มการปลูกพืชออร์แกนิกเป็นเจ้าแรกๆ ในเมืองไทย
Ffp"""กั๊ตจัง ภาพ : ร้านอโณทัย
ไม่น่าเชื่อว่าเวลาจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว จาก 15 ปีที่แล้ว ที่ไร่ปลูกรักได้เริ่มการปลูกพืชออร์แกนิกเป็นเจ้าแรกๆ ในเมืองไทย จนเวลานี้ไม่ได้มีเพียงแต่ไร่ปลูกรักเท่านั้นที่ทำพืชผักออร์แกนิก แต่เมล็ดพันธุ์ออร์แกนิกได้หว่านไปทั่วประเทศ และฝังลงในความคิดของคนรุ่นใหม่
ในการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพและจากไร่ที่มีพื้นที่ไม่มากนัก แต่มีผลผลิตที่นำมาสู่ร้านอโณทัย ในซอยโรงพยาบาลพระรามเก้า ร้านอาหารเพื่อสุขภาพที่สายรักสุขภาพต้องรู้จักทุกคน
แรกเริ่มเดิมที ร้านนี้เป็นร้านที่เน้นการใช้ผลผลิตออร์แกนิกที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุด แต่เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว พืชผักออร์แกนิกนั้นหาได้ยาก ส่วนมากเกษตรกรจะใช้การปลูกด้วยยาฆ่าแมลง เจ้าของร้านจึงใช้ที่ดินจำนวนหนึ่งใน จ.ราชบุรี ทำฟาร์มออร์แกนิกในชื่อ “ไร่ปลูกรัก” ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 3 ปี กับเงินหลักล้านในการเตรียมดินให้มีสภาพสมดุลตามธรรมชาติ เช่น ปลูกพืชตระกูลถั่วให้แร่ธาตุ และการปลูกพืชปรับหน้าดินต่างๆ
จนสามารถปลูกผักออร์แกนิกจนได้มาตรฐานไอโฟม (IFOAM : International Federation of Organic Agriculture Movements) และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ จากสำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แห่งประเทศไทย กลายเป็นอีกหนึ่งแหล่งปลูกพืชเกษตรอินทรีย์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ และผลผลิตส่วนใหญ่ก็จะถูกไปขายที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ในชื่อแบรนด์ “ไร่ปลูกรัก” และส่วนหนึ่งก็นำมาจำหน่ายที่ ร้านอโณทัย
สำหรับร้านอโณทัยก็จะเน้นเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น เต้าหู้ห่อสาหร่าย กรอบนอกนุ่มใน จิ้มซอสสามรส เปรี้ยวๆ หวานๆ เมนูยอดฮิตประจำร้าน ชนิดที่ลูกค้าทุกคนที่มาที่นี่ควรสั่งมารับประทาน
สปาเกตตีผัดน้ำมันมะกอกปลาเค็ม (เจ) รสชาติจัดจ้านผสมอิตาเลียนและไทยอย่างลงตัว บรรยากาศภายในร้านเป็นแบบนั่งสบายๆ ตกแต่งสไตล์จีนผสมญี่ปุ่น โดนเน้นเฟอร์นิเจอร์ไม้โทนสีดำ-น้ำตาล จัดวางเป็นมุมพักผ่อนสบายๆ ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ
ราคาอาหารหลักที่นี่เริ่มต้นที่ประมาณ 100 บาทขึ้นไป เพราะด้วยใช้วัตถุดิบออร์แกนิก ในปัจจุบันยังมีราคาแพงเพราะหากลุ่มเกษตรปลูกได้ยาก ถ้ารักสุขภาพก็อาจจะต้องจ่ายแพงอีกนิดนึง แต่เชื่อว่าหากทุกคนมาช่วยอุดหนุนสินค้าที่ทำจากการเกษตรอินทรีย์มากๆ จนเกษตรกรหันมาใช้วิธีปลูกแบบนี้ป้อนเข้าสู่ตลาด อีกไม่เกิน 10 ปี เราก็จะได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายกันในราคาที่ถูกลง
แนวทางนี้ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งในมุมของผู้บริโภคและเกษตกร แรกๆ อาจจะปลูกได้น้อย แต่ระยะยาวผลผลิตจะมากขึ้นตามลำดับ ไม่ต้องพึ่งพาเมล็ดพันธุ์ที่เป็นหมันเอาไปขยายพันธุ์ต่อไม่ได้ ไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี และที่สำคัญไม่ต้องพึ่งพาบริษัทที่ยัดเยียดระบบอุตสาหกรรมที่สร้างมายาคติปลอมๆ ให้กับเกษตรกร ทำให้ทุกวันนี้พวกเขาต้องตกเป็นหนี้ ทำให้คนต้องบริโภคอาหารที่เต็มไปด้วยสารพิษ และการปนเปื้อนจีเอ็มโออยู่ในทุกวันนี้







