
ภาณุพล คว้าแชมป์ สิงห์ มาสเตอร์ส
ภานุพล จบ 16 อันเดอร์พาร์ คว้าแชมป์ สิงห์ มาสเตอร์ส ครั้งที่ 18 ที่สันติบุรี
ภานุพล จบ 16 อันเดอร์พาร์ คว้าแชมป์ สิงห์ มาสเตอร์ส ครั้งที่ 18 ที่สันติบุรี
“โปรมะพร้าว” ภาณุพล พิทยารัฐ วัย 24 ปีจากกรุงเทพฯ คว้าแชมป์สิงห์มาสเตอร์สครั้งที่ 18 ไปครอง โดยเป็นการได้แชมป์ออลไทยแลนด์ทัวร์รายการแรกในชีวิตหลังเก็บเบอร์ดี้หลุมสุดท้าย จบ 16 อันเดอร์พาร์ 272 เฉือนชนะ พชร คงวัดใหม่ สองสโตรค ได้รับเงินรางวัล 750,000 บาท ส่วน "น้องเมียว" ปาจรีย์ อนันต์นฤการ นักกอล์ฟสมัครเล่นสาวทีมชาติไทย วัย 17 ปีจากกรุงเทพฯ คว้าแชมป์ในประเภทนักกอล์ฟหญิงไปด้วยสกอร์ 7 อันเดอร์พาร์ 281 ในการแข่งขันกอล์ฟอาชีพ ออล ไทยแลนด์ กอล์ฟ ทัวร์ ที่สนามกอล์ฟ สันติบุรี คันทรี คลับ จังหวัดเชียงราย พาร์ 72 เมื่อ 9 เม.ย.60
การแข่งขันกอล์ฟอาชีพ สิงห์ ออล ไทยแลนด์ กอล์ฟ ทัวร์ 2017 รายการ “สิงห์ มาสเตอร์ส ครั้งที่ 18” สนับสนุนโดย บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด นักกอล์ฟชายชิงเงินรางวัลรวม 5 ล้านบาท และนักกอล์ฟหญิงชิงเงินรางวัลรวม 3 แสนบาท แข่งขันระหว่างวันที่ 6-9 เมษายน 2560 ที่สนามกอล์ฟ สันติบุรี คันทรี คลับ จังหวัดเชียงราย พาร์ 72 โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมาเป็นการแข่งขันรอบสุดท้าย
ภาณุพล พิทยารัฐ โปรวัย 24 ปีที่ออกสตาร์ทรอบสุดท้ายด้วยการทำสองเบอร์ดี้ติดต่อกัน ก่อนปิดท้าด้วยเบอร์ดี้ที่หลุม 18 พาร์ 5 ก่อนจบสกอร์รอบสุดท้าย 5 อันเดอร์พาร์ 67 รวมสี่วัน 16 อันเดอร์พาร์ 272 คว้าแชมป์ออลไทยแลนด์ครั้งแรกในชีวิตพร้อมรับเงินรางวัลไปครอง 750,000 บาท "วันนี้ออกไปได้สองเบอร์ดี้ติดก็ช่วยได้เยอะครับ มั่นใจขึ้นเยอะและทำให้อยู่ในตำแหน่งที่เราจะสู้" ภาณุพล กล่าว "จริงๆแล้วก็เหมือนกันทุกวันตั้งแต่วันแรก พยายามไม่นึกถึงผล พยายามอยู่กับปัจจุบัน นึกถึงช็อตต่อไปที่เราจะตี"
ภาณุพล ที่เพิ่งสูญเสียแฟนสาว รดา กรจิระจินดากุล ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนระหว่างเดินทางมาเชียร์แฟนที่เชียงรายเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กล่าวต่ออีกว่า "สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ยาก ตอนแรกก็สองจิตสองใจว่าจะเล่นต่อหรือไม่แต่สุดท้ายมันคืออาชีพเราครับ ผมอยากเล่น ผลออกมาอย่างนี้ก็ดีใจมากครับ"
นักกอล์ฟวัย 24 ปี ที่ชนะออลไทยแลนด์เป็นครั้งแรกแต่เป็นแชมป์รายการที่สองในชีวิตหลังเคยชนะไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ที่สนามเซนต์ แอนดรูว์ส 2000 ที่ จ.ระยอง เมื่อปี 2013 ยังกล่าวอีกว่า "เป็นแชมป์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย จริงๆแรงบัลดาลใจมีมาตลอดอยู่แล้ว สัปดาห์นี้อาจจะมีเพิ่มมานิดหนึ่ง เหมือนมีเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้น แชมป์นี้ทำเพื่อหลายคนครับ ทำเพื่อทุกคนที่เชียร์ผม"
อันดับสองเป็น พชร คงวัดใหม่ นักกอล์ฟวัย 18 ปีที่นำการแข่งขันมาเกือบตลอดทั้งวันจากการทำ 4 เบอร์ดี้ที่หลุม 1,6,13 และ 14 กระทั่งขึ้นแท่นทีออฟหลุมสุดท้ายก็ยังนำการแข่งขัน แต่ดันตีตกน้ำและเสียดับเบิ้ลโบกี้ที่หลุม 18 จบรอบสุดท้าย 2 อันเดอร์พาร์ 70 จบอันดับสองที่สกอร์รวม 14 อันเดอร์พาร์ 274 รับเงินรางวัลปลอบใจ 462,500 บาท
ด้าน พรหม มีสวัสดิ์ ที่เป็นแชมป์สิงห์ มาสเตอร์ส คนแรกเมื่อปี 1999 มาแรงในรอบสุดท้าย รวมถึงการทำโฮลอินวันที่หลุม 17 พาร์ 3 ก่อนกลับขึ้นคลับเฮ้าส์ด้วยสกอร์ 5 อันเดอร์พาร์ 67 รวมสี่วัน 12 อันเดอร์พาร์ 276 จบอันดับสามร่วมกับ ธรรมนูญ ศรีโรจน์ และ อิทธิพัทธ์ บูรณธัญรัตน์ แบ่งเงินรางวัลกันคนละ 235,000 บาท
ทางด้าน ภวินท์ อิงคะประดิษฐ์ ซึ่งเป็นผู้นำรอบที่แล้ว รอบนี้ตีเกิน 7 โอเวอร์พาร์ 79 ทำสกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 281 ได้ที่ 21 ร่วม สำหรับผลงานนักกอล์ฟที่น่าสนใจ ภูมิ ศักดิ์แสนศิลป์ ธันยากร ครองผา อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ และ รฐนน วรรณศรีจันทร์ ทำสกอร์ 11 อันเดอร์พาร์ 277 ได้ที่ 6 ร่วม, ปวิธ ตั้งกมลประเสริฐ ทำสกอร์ 10 อันเดอร์พาร์ 178 ได้ที่ 10 ร่วม, ประหยัด มากแสง ทำสกอร์ 8 อันเดอร์พาร์ 280 ได้ที่ 15 ร่วม, ถาวร วิรัตน์จันทร์ และ ชินรัตน์ ผดุงศิลป์ ทำสกอร์ 5 อันเดอร์พาร์ 283 ได้ที่ 28 ร่วม, ชัพชัย นิราช ทำสกอร์ 3 อันเดอร์พาร์ 285 ได้ที่ 35 ร่วม และ เชาวลิต ผลาผล ทำสกอร์ 1 อันเดอร์พาร์ 287 ได้ที่ 43 ร่วม
ส่วนประเภทนักกอล์ฟหญิง "น้องเมียว" ปาจรีย์ อนันต์นฤการ นักกอล์ฟสมัครเล่นวัย 17 ปีจากกรุงเทพฯ คว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ หลังจากรอบสุดท้ายทำสกอร์เพิ่มได้อีก 1 อันเดอร์พาร์ 71 จาก 3 เบอร์ดี้ที่หลุม 5,13,17 พลาดเสีย 2 โบกี้ที่หลุม 8 และ 15 ทำสกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 281 ชนะห่างที่ 2 ปรินดา โพธิ์กัณฑ์ กับ ศรัณย์พร ลางคุลเกษตริน 2 สโตรก โดยเป็นแชมป์รายการระดับอาชีพที่ 5 ของปาจรีย์ หลังจากคว้าแชมป์สิงห์อีสานโอเพ่นได้เมื่อปีที่แล้วและแชมป์รายการสมาคมกอล์ฟอาชีพสตรีอีก 3 รายการ (ปี 2014 ได้ 1 รายการ และปี 2016 ได้ 2 รายการ)
ปาจรีย์ กล่าวว่า “รู้สึกดีใจมากๆ ที่ได้มีโอกาสมาตีที่นี่และก็ได้ตีกับพี่โปรๆทุกคน และก็ดีใจมากที่คว้าแชมป์ในรายการนี้ได้ด้วย วันนี้ช่วงแรกเกมส์ค่อนข้างราบรื่น แต่ก็มาพลาดง่ายๆที่หลุม 8 ที่ออนใกล้ระยะประมาณ 2 ก้าว แต่ก็ทำ 3 พัตต์ โดยพัตต์สะบัดปากหลุมแล้วเลยไปไกลและเก็บไม่ลง ก็ทำให้เกมส์สะดุด และพี่ปรินดาก็เล่นได้ดีมากด้วยโดยทำได้ 4 เบอร์ดี้ติดแต่ก็ทำให้สนุกดี ส่วนเป้าหมายต่อไป ตอนนี้คงหาแมตช์เล่นในช่วงนี้ไปก่อน พยายามหาประสบการณ์ออกแข่งให้เยอะขึ้น เพราะว่าในช่วงต้นปีนี้แมตช์ไม่ค่อยมี ก็พยายามเล่นในไทย และถ้ามีโอกาสเล่นในเอเชียก็จะไปเล่น เพราะมีแพลนจะไปสหรัฐฯ เพื่อไปแข่งคิวสคูลแอลพีจีเอในช่วงเดือนกรกฎาคม ส่วนซีเกมส์ ถ้ามีโอกาสก็อยากเล่นเพราะเป็นรายการที่อยากเล่น อย่างปีที่แล้วก็เคยได้ไปเล่นและก็เป็นประสบการณ์ที่ดี”
สำหรับผลงานนักกอล์ฟที่น่าสนใจ ปรินดา โพธิ์กัณฑ์ ทำสกอร์เพิ่ม 3 อันเดอร์พาร์ 69 จาก 5 เบอร์ดี้ เสีย 2 โบกี้ ทำสกอร์รวม 5 อันเดอร์พาร์ 283 ได้ที่ 2 ร่วมกับ ศรัณย์พร ลางคุลเกษตริน ที่รอบนี้ทำสกอร์เพิ่ม 1 อันเดอร์พาร์ 71 จาก 4 เบอร์ดี้และเสียโบกี้กับดับเบิ้ลโบกี้ไปอย่างละหลุม ได้รับเงินรางวัลคนละ 57,500 บาท, ปิยะธิดา พลอยอ่ำศรี ทำสกอร์ 3 อันเดอร์พาร์ 285 ได้ที่ 4, กันยลักษณ์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ทำสกอร์ 1 อันเดอร์พาร์ 287 ได้ที่ 5
ส่วนรางวัล autozkin longest drive ที่มอบผลิตภัณฑ์และบริการจากออโต้ซคินมูลค่า 150,000 บาท ให้นักกอล์ฟที่ตีไกลที่สุดในหลุม 15 สนับสนุนโดย บริษัท ออโต้ซคิน จำกัด ซึ่งผู้ที่คว้ารางวัลได้แก่ พชร คงวัดใหม่ ที่ทำได้ในการแข่งขันรอบ 3 ด้วยระยะ 329 หลา สำหรับรายการต่อไปของออลไทยแลนด์กอล์ฟทัวร์ ได้แก่รายการ "สิงห์ ภูเก็ต โอเพ่น" โดยนักกอล์ฟชายชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านบาท และนักกอล์ฟหญิงชิงเงินรางวัลรวม 2 แสนบาท แข่งขันระหว่างวันที่ 25-28 พฤษภาคม ที่สนาม ลากูน่า กอล์ฟ ภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต







