
ช้างศึกขอล้างแค้น
ทัพช้างศึก สู้กับ ซาอุดิอาระเบีย ได้อย่างสูสีในเกมแรก จึงหมายมั่นปั้นมือที่จะล้างแค้นในศึกฟุตบอลโลก 2018
โดย...ชมณัฐ
ทัพช้างศึก สู้กับ ซาอุดิอาระเบีย ได้อย่างสูสีในเกมแรก จึงหมายมั่นปั้นมือที่จะล้างแค้นในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้ายโซนเอเชีย ค่ำวันนี้ (23 มี.ค.)
ไทย-ซาอุดิอาระเบีย
สนามราชมังคลากีฬาสถาน
เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย เชื่อมั่นว่า ทัพ “ช้างศึก” ที่ลงสนามมา 5 นัด เสมอ 1 แพ้ 4 ยังไม่ชนะทีมใด มี 1 คะแนน รั้งอันดับบ๊วยกลุ่มบี จะเปิดบ้านเก็บชัยชนะเหนือ ซาอุดิอาระเบีย จ่าฝูงกลุ่มได้แน่นอน หลังจากเกมแรกที่พบกันบุกไปพลาดท่าแพ้ 0-1 ชนิดที่รูปเกมเหนือกว่า
“เราฝึกซ้อมมา 10 วัน ตอนนี้ทีมพร้อมเต็มที่ แมตช์แรกที่เราแพ้ 0-1 ผมบอกน้องๆ ว่าวันนั้นคู่แข่งโชคดี จะเป็นกรรมการช่วยหรืออะไรก็แล้วแต่ ดังนั้นเกมนี้เราจะต้องชนะโดยไม่ใช้โชคหรือให้กรรมการช่วย แต่จะใช้แท็กติกที่ฝึกซ้อมกันมาเอาชนะ วันนี้ทุกคนมีความมั่นใจและกระหายเต็มที่ การเล่นในบ้านจะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น ส่วนซาอุฯ ก็ไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนเมื่อก่อนสมัยที่ผมเคยแพ้ 4-5 ประตู” เกียรติศักดิ์ กล่าว
ธนา ชะนะบุตร จอนาตา แวร์ซูรา นูรูล ศรียานเก็ม ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร และรุ่งรัฐ ภูมิจันทึก คือ 5 คนที่ถูกตัดออก จึงมีโอกาสสูงที่ “เจ้าโน๊ต” จักรพันธ์ แก้วพรม จะได้ลงขับเคลื่อนแดนกลางแทน สารัช อยู่เย็น ที่บาดเจ็บ ร่วมกับ ปกเกล้า อนันต์ และ ชนาธิป สรงกระสินธ์
“การขาด สารัช มีผลพอสมควร แต่เราได้เลือกผู้เล่นในตำแหน่งนี้เข้ามาพิจารณา 5-6 คน ก่อนตัดตัว ซึ่งจะเห็นได้ว่าคนที่จะมาแทนนั้น จักรพันธ์ มีประสบการณ์และความเก๋ากับการลงเล่นให้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รวมถึงผ่านเวทีเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก มาโชกโชน เช่นเดียวกับ วัฒนา พลายนุ่ม ที่ผลงานดีกับเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด”
ส่วนขุมกำลังรายอื่นคาดว่าจะยังคงตัวหลักจากนัดก่อนที่ยันเสมอ ออสเตรเลีย 2-2 ภายใต้ระบบ 3-5-2 ผู้รักษาประตู กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ กองหลัง ประทุม ชูทอง ธนบูรณ์ เกษารัตน์ อดิศร พรหมรักษ์ ริมเส้นซ้าย-ขวา ธีราทร บุญมาทัน ทริสตอง โด คู่ศูนย์หน้า ธีรศิลป์ แดงดา อดิศักดิ์ ไกรษร
“ตอนนี้ อดิศักดิ์ มีร่างกายที่ฟิตสมบูรณ์ ต่างจาก ธนา ที่แม้จะเป็นทีเด็ดมาหลายครั้งแต่เขาไม่ได้ลงเล่นให้การท่าเรือ เอฟซี อย่างต่อเนื่อง และสภาพร่างกายก็ยังไม่พร้อมเต็มที่ ผมจึงเชื่อว่าอดิศักดิ์จะเติมเต็มเกมรุกของเราได้ดีกว่า” กุนซือวัย 43 ปี ทิ้งท้าย
ด้าน เบิร์ต ฟาน มาร์ไกว์ กุนซือชาวดัตช์ พาทีมรั้งอันดับ 1 ผลงานชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 มี 10 คะแนนเท่ากับ ญี่ปุ่น ชี้ว่านัดนี้เป็นเกมสำคัญสำหรับการลุ้นตั๋วไปเล่นรอบสุดท้าย หลังจากยกพลมาเก็บตัวล่วงหน้าถึง 6 วัน
“นัดนี้จะแตกต่างกับเกมแรกและเราคงประมาทไม่ได้ เรารู้ว่าพวกเขาเล่นได้ดีในบ้านทำให้ต้องวิเคราะห์กันอย่างหนัก นัดนี้เป็นเกมสำคัญว่าเราจะสามารถเข้ารอบสุดท้ายได้หรือไม่ ดังนั้นเราจะต้องชนะ”
ส่วนการขาด 3 แข้งหลักอย่าง อุซามะห์ เฮาซาวี ฮัสซัน มุอาต และ ฟาฮัด อัล มุวาลัต เฮดโค้ชวัย 64 ปี ยอมรับว่ามีผล แต่ก็ได้เรียกนักเตะใหม่มาเตรียมพร้อมกับสภาพอากาศแล้ว โดยขุมกำลังหลักยังคงมี นาวาฟ อัล อะบิด แนวรุกที่ยิงไปแล้ว 4 ประตู
ความน่าจะเป็น : ทีมชาติไทยแสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถสู้ได้ ดังนั้นไม่แพ้แน่นอนและมีโอกาสถึงเฉือนชนะได้เช่นกัน







