
จริยธรรม 0.4
ในสังคมที่เงินเป็นตัวนำทางทุกอย่าง การยึดมั่นในศีลธรรม จริยธรรมก็ยิ่งห่างมากขึ้น
ในสังคมที่เงินเป็นตัวนำทางทุกอย่าง การยึดมั่นในศีลธรรม จริยธรรมก็ยิ่งห่างมากขึ้น
เยาวชนที่เป็นความหวังของชาติ แต่ดูแล้วอาจสิ้นหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้นช่วงที่ผ่านมา
การทุจริตสอบเข้า “นายสิบตำรวจ”เป็นข่าวครึกโครม เพราะพบการโกงจำนวนมาก ผลสอบล่าสุดที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่าน หลังจากฝ่าฟันความอื้อฉาวขั้นเทพ สรุปว่า ผู้ที่่ผ่านคัดเลือกเข้าเป็นนายสิบมี 1,000 ราย จากผู้สมัครสอบ 13,285 คน ในจำนวนนี้พวกที่ถูกขึ้นบัญชีดำเพราะโกงข้อสอบและถูกออกหมายจับมี 52 คน
แต่ถ้าดูทั้งกระบวนการ ผู้ทุจริตสอบนายสิบมีทั้งหมด 358 คน แบ่งเป็นมือปืนรับจ้าง 135 คน นักเรียน 223 คน และในจำนวนนี้สอบติดนายสิบ 52 คน แบ่งเป็นมือปืน 9 คน นักเรียน 43 คน
คิดจะมาเป็นตำรวจ ก็ประเดิมด้วยการทุจริตแต่แรก ถ้าคนกลุ่มนี้หลุดรอดเข้ามาเป็นตำรวจได้ แล้วจะเป็นอย่างไร เชื่อแน่ว่า คงเข้ามารับประทานกันใต้โต๊ะตามน้ำ หาเงินทอน ตำรวจคือ ผู้รักษากฎหมายที่ต้องเป็นธรรม ถ้าเอนเอียงทุจริตต่อหน้าที่ที่แวดล้อมด้วยผลประโยชน์ที่ถูกหยิบยื่นให้มากมาย ความยุติธรรมก็มิอาจบังเกิดขึ้นกับประชาชนตั้งแต่ต้นน้ำ
ทว่า ที่น่าห่วงกว่านั้น เยาวชนของชาติที่ร่วมอยู่ในกระบวนการโกงสอบเป็น “มือปืนรับจ้างรุ่น 4.0” ก็ล้วนมาจากมหาวิทยาลัยของรัฐอันดับต้นๆ ของประเทศ และในคณะชั้นยอดเยี่ยมกระเทียมเจียว ทั้งแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ แทบไม่น่าเชื่อ
เยาวชนยุคความมั่นคง 4.0 ตามนโยบายของ ฯพณฯ แต่ระดับจริยธรรมเหลืออยู่แค่ 0.4 เด็กหัวกะทิ เปลี่ยนอาชีพไปอยู่ตามซุ้มมือปืนเข้าไปนั่งสอบส่งโพยเฉลยคำตอบให้ สนนค่าจ้างคนละ 2-3 หมื่นบาท
ถ้าระดับมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งมีนิสิตที่มีพฤติกรรมทุจริตขนาดนี้ไม่ต้องลงลึกถึงสถาบันอื่นรองลงไป ว่าจะเป็นอย่างไร!
ว่าตามจริง ทุกวันนี้การสอบของเยาวชนในชั้นประถม มัธยมศึกษา หลายแห่งก็ทุจริตลอกข้อสอบกันทั้งนั้นกลายเป็นเรื่องปกติที่นำมาเล่าขบขันสนุกสนาน ระดับมหาวิทยาลัยก็แล้วใหญ่ว่าที่บัณฑิตของชาติลงมาร่วมบูรณาการทุจริตเพื่อขอไปเป็นผู้รักษากฎหมายของประเทศ
เรื่องคล้ายกันในโครงการเงินกู้ กยศ.ที่เริ่มเมื่อปี 2538 ข้อมูลเมื่อปีที่แล้วพบว่า กยศ.ปล่อยกู้ให้กับนักเรียน นักศึกษารวมแล้วกว่า 4.5 ล้านคน เป็นเงินจำนวน 4 แสนล้านบาท จนถึงวันนี้มีอดีตนักศึกษาที่จบแล้ว ได้งานทำ แต่ไม่ยอมชำระเงินกู้อยู่ 2 ล้านคน เป็นเงินถึง 5.6 หมื่นล้านบาท ทางการออกมาตรการกดดันสารพัดให้มารับผิดชอบหนี้ แต่ก็ไม่ได้ผล ที่น่าตกใจ สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง บอกว่า ผู้ค้างชำระหนี้ตอนนี้เป็นข้าราชการ 6 หมื่นคนในจำนวนนี้ 1,000 คน สังกัดกระทรวงการคลัง โดย 700 คนอยู่ในกรมสรรพากร
ใช่ครับ...กรมสรรพากรที่ต้องทำหน้าที่เก็บภาษีประชาชนพวกเรานี่แหละ แต่ข้าราชการในกรมนี้ร่วม 700 คน มีประวัติเบี้ยวหนี้ ไม่จ่ายหนี้เงินกู้ กยศ.ที่ตัวเองขอกู้ไว้ ซึ่งเป็นเงินจากงบประมาณแผ่นดินภาษีของคนไทยทั้งชาติแล้วอย่างนี้จะฝากผีฝากไข้ให้มาทำหน้าที่เก็บภาษี ดูแลเงินประชาชนได้อย่างไร
เก่งแล้วโกง ฟังแล้วปวดใจ เพราะค่านิยมบูชาความรวย ทำอย่างไรก็ได้เพื่อเงินก้อนโตโดยไม่คำนึงถึงความถูกผิด “คุณธรรม จริยธรรม” เอาไว้ทีหลังเพราะกินไม่ได้ แถมยังก้าวหน้าช้ากว่าจะปรากฏเป็นความดี ใช้เวลานานกว่า พวกฉลาดแกมโกง ที่มาเร็วเคลมเร็ว
ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา คุณภาพการเรียนของเด็กไทยช่วงที่ผ่านมาก็ย่ำแย่ มาเจอความตกต่ำทางด้านจริยธรรมแซนด์วิชชนิดมาตรา 44 ก็ช่วยไม่ได้
มองไปยังแม่พิมพ์ของชาติอย่างครูบ้าง ก็ไม่น้อยหน้า นอกจากปัญหาการสอนที่ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ยังมีปัญหาทุจริตสอบครูผู้ช่วยที่เป็นข่าวไม่กี่ปี ยังไม่นับการทุจริตที่ซึมลึกหลายระดับในวงการศึกษา ทั้งการปลอม ซื้อขายวุฒิปริญญา ความไม่ได้มาตรฐานของมหาวิทยาลัย สอนปีเดียวได้ปริญญาตรี เปิดรับนักศึกษาให้มากเข้าไว้เพื่อกอบโกยเงินจนปริญญาเฟ้อ
การศึกษาทั้งระบบควรค่าแก่การปฏิรูปเสียใหม่ อย่างน้อยจริยธรรม 0.4 ถ้ายกระดับให้ถึง 4.0 ก็น่าชื่นใจ







