
กิเลนลับคมสู้ อดีตแชมป์เจลีก
เอสซีจี เมืองทองฯ มีคิวล่าแชมป์โตโยต้า พรีเมียร์คัพ รับมืออดีตแชมป์เจลีก 3 สมัย ซึ่งต้องสำแดงฟอร์มเต็มที่ เพื่อปูทางสู่การลงเล่นถ้วยเอเชีย
โดย...ชมณัฐ
เอสซีจี เมืองทองฯ มีคิวล่าแชมป์โตโยต้า พรีเมียร์คัพ รับมืออดีตแชมป์เจลีก 3 สมัย ซึ่งต้องสำแดงฟอร์มเต็มที่ เพื่อปูทางสู่การลงเล่นถ้วยเอเชีย
เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด -ซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา
สนาม : ศุภชลาศัย วันที่ 4 ก.พ.
เวลา 19.00 น. (ไทยรัฐทีวีถ่ายทอดสด)
แชมป์ไทยลีก 4 สมัย ในฐานะแชมป์ร่วม โตโยต้า ลีกคัพ 2016 ทำผลงานได้ดีในเกมอุ่นเครื่องช่วงปรีซีซั่นที่ลาวและฮ่องกง ดังนั้นรายการนี้จึงต้องจัดเต็มขุมกำลังรบ เพราะนอกจากจะมีโทรฟี่แชมป์เป็นเดิมพันแล้ว ยังถือเป็นการได้เทียบฟอร์มกับทีมระดับท็อปจากเจลีก ก่อนชนกับ คาชิมา แอนท์เลอร์ส ในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2017 รอบแบ่งกลุ่ม อีกด้วย
“ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจฟุตบอลรายการพิเศษที่ฮ่องกง โดยรวมถือว่าพอใจกับผลงานของน้องๆ แต่ก็ยังมีหลายจุดที่เราต้องกลับมาแก้ไข พัฒนาทีมให้ดีขึ้นต่อไป สำหรับแมตช์นี้ถือว่าเป็นเกมที่สำคัญและไม่ง่าย เราอยากทำผลงานออกมาให้เต็มที่เพื่อเรียกความมั่นใจก่อนฤดูกาลใหม่จะเริ่มขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าเราจะจัดผู้เล่นชุดที่ดีที่สุด เพราะยังมีเวลาอีก 1 สัปดาห์เพื่อพักฟื้นก่อนลีกเปิด” ธชตวัน ศรีปาน กุนซือใหญ่เจ้าบ้าน กล่าว
ด้าน กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ นายด่านตัวเก่ง ยอมรับเช่นกันว่าทีมยังมีหลายสิ่งที่ต้องปรับปรุง แต่ยังมั่นใจว่าจะชนะให้ได้ เพื่อเป็นการเตรียมทีมก่อนไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีก
เกมนี้ “กิเลนผยอง” ไม่มีปัญหาในการจัดทัพ นำโดย 3 ประสานแดนหน้า “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา, เคลตัน ซิลวา และ ซิสโก ฆิเมเนซ ที่เบิกสกอร์ในเกมอุ่นเครื่องได้หมดแล้ว พร้อมสนับสนุนด้วย “เมสซีเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์
ขณะที่ ซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา ดีกรีแชมป์เจลีก 3 สมัย (2012, 2013, 2015) และอันดับ 6 ซีซั่นที่แล้ว ขนทัพใหญ่มาเยือน นำทีมโดย โทชิฮิโระ อาโอยามะ กัปตันทีม เจ้าของรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าเมืองซามูไรปี 2015 และ มาซาโตะ คูโด ศูนย์หน้าที่ย้ายกลับมาจาก แวนคูเวอร์ ไวท์แคป ในเมเจอร์ลีกสหรัฐ ซึ่งเพิ่งโชว์เบิ้ล 2 ประตูในเกมอุ่นเครื่องที่ต้นสังกัดบุกถล่ม บางกอกกล๊าส เอฟซี 4-1 เมื่อวันที่ 1 ก.พ. รวมถึง อันแดร์สัน โลเปซ ศูนย์หน้ารายใหม่ชาวบราซิล ที่พร้อมลั่นสกอร์
ฮาจิเมะ โมริยาสึ เฮดโค้ชผู้พาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุด 3 สมัย มั่นใจว่าได้เตรียมแผนมาเป็นอย่างดี และจะนำโทรฟี่แชมป์กลับประเทศได้แน่นอน
“เราเดินทางมาเตรียมความพร้อมเพื่อปรับตัวกับสภาพอากาศที่ประเทศไทยกว่า 1 สัปดาห์ และมีเกมอุ่นเครื่องที่ดี ทำให้ตอนนี้เรามีความพร้อมที่จะลงสนาม ที่สำคัญเราศึกษาวิธีการเล่นของเมืองทองมาเป็นอย่างดี แม้จะเป็นทีมที่แข็งแกร่ง แต่เราก็ทำการบ้านมาดีเช่นกัน ทุกคนต้องมีสมาธิเพื่อนำแชมป์รายการนี้กลับประเทศญี่ปุ่นก่อนเปิดฤดูกาลใหม่”
สำหรับแชมป์รายการนี้จะได้รับเงินรางวัล 1 ล้านบาท พร้อมรถยนต์โตโยต้า โคโรลลา อัลติส เอสสปอร์ต มูลค่า 9.4 แสนบาท ส่วนทีมรองแชมป์จะได้เงินรางวัล 5 แสนบาท
ความน่าจะเป็น : แม้ “กิเลนผยอง” จะได้เปรียบจากการเล่นในบ้าน แต่ฟอร์มก่อนหน้านี้ยังมีติดขัดอยู่บ้าง ต่างจากผู้มาเยือนที่เตรียมพร้อมอย่างดี ดังนั้นอาจมีโอกาสพลาดพลั้งได้







