posttoday

คู่รักเอ็นวี่เอ็นวี่ สร้างแบรนด์เพื่อคนไทย

09 มกราคม 2560

แบรนด์แว่นตาสัญชาติไทยที่ดาราเซเลบทั่วเมืองไทยใช้อยู่ตอนนี้ ต้องพูดถึงแบรนด์ เอ็นวี่เอ็นวี่ (Nv-envy)

โดย...กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช

แบรนด์แว่นตาสัญชาติไทยที่ดาราเซเลบทั่วเมืองไทยใช้อยู่ตอนนี้ ต้องพูดถึงแบรนด์ เอ็นวี่เอ็นวี่ (Nv-envy) แว่นตาที่ทำขึ้นเพื่อคนไทยจากฝีมือการออกแบบของสองสามี-ภรรยา ลลิดา เพริศวิวัฒนา โช ทายาทเสื้อห่านคู่ และ ซองแล โช หนุ่มเกาหลี ทายาทโรงงานผลิตแว่นตา ทั้งคู่อยู่ในตำแหน่งกรรมการบริหารบริษัท เอ็นวี่เอ็นวี่ไทย ผู้ยกระดับแบรนด์แว่นตาไทยให้เทียบเท่าสากล

เท้าความกลับไปก่อนหน้าที่จะมีแบรนด์แว่นตาเอ็นวี่เอ็นวี่ ลลิดาไม่เคยอยู่ในวงการแว่นตามาก่อน ทางบ้านของเธอทำบริษัทส่งออกข้าว และทำโรงงานผลิตเสื้อผ้า ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับวงการแฟชั่น ผิดจากโชที่บ้านทำโรงงานผลิตแว่นตาที่เมืองแดกู (เมืองที่โด่งดังด้านอุตสาหกรรมผลิตแว่น) แต่เป็นการรับจ้างผลิตให้แบรนด์อื่น จนกระทั่งทั้งคู่แต่งงานกันจึงได้คุยหาตลาดแว่นตาในเมืองไทย

“ข้อมูลที่เราวิเคราะห์มาพบว่า ในไทยมีแว่นอยู่สองประเภทคือ แบรนด์เนมราคาหลักหมื่น และแว่นตาก๊อบปี้แบรนด์เนม” ลลิดา กล่าว “เราเลยเห็นช่องทางว่าถ้าเราผลิตแบรนด์ขึ้นมาเอง ดีไซน์เอง ใช้วัสดุที่มีคุณภาพดี และใช้เลนส์ที่ดี ขายในราคาที่เอื้อมถึงได้ น่าจะตอบโจทย์ตลาดคนไทยและเป็นการสร้างแว่นตาแบรนด์ไทยด้วย”

นอกจากนี้ เธอยังพูดถึง เลนส์ไซส์ (Zeiss) ที่เพิ่งได้รับอนุญาตจากประเทศเยอรมนี หลังจากถูกตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียด ทั้งเรื่องการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ คุณภาพของแว่นตา และมาตรฐานต่างๆ โดยใช้เวลาเกือบ 1 ปีกว่าจะได้ร่วมงานกัน ในลักษณะของการจับมือกันระหว่างสองแบรนด์ โดยใช้จุดแข็งหรือความชำนาญของแต่ละแบรนด์มาสร้างแว่นตาที่มีคุณภาพ (Co-Branding) ซึ่งการได้รับการันตีจากไซส์จะทำให้แว่นตาสามารถโกอินเตอร์ได้ง่าย และนี่นับเป็นครั้งแรกที่แว่นตาไทยได้ใช้เลนส์ยี่ห้อนี้

คู่รักเอ็นวี่เอ็นวี่ สร้างแบรนด์เพื่อคนไทย

 

ความท้าทายของวงการแว่นตาไม่ต่างจากวงการแฟชั่นอื่น คือ ต้องปรับการดีไซน์ไปตามเทรนด์โลกและเทรนด์ไทยเสมอ ในแต่ละปีจึงต้องออกแบบคอลเลกชั่นใหม่ปีละ 2 ครั้งในช่วงฤดูร้อนและหนาว จึงเป็นความท้าทายทั้งกระบวนการคิด กระบวนการผลิต ไปจนถึงกระบวนการขาย ซึ่งการออกแบบแว่นตาไม่ได้คำนึงถึงความสวยงามเท่านั้น แต่ต้องคิดถึงการใช้งานของคนที่แตกต่างไปในแต่ละเชื้อชาติ เช่น คนยุโรปจะใส่แว่นตาเฟรมเล็กเพราะใบหน้าเล็ก คนไทยชอบใส่แว่นตาเฟรมใหญ่เพราะต้องปิดโหนกแก้ม เพื่อความสวยงามและใช้งานได้ดีที่สุด

“เอกลักษณ์ของแบรนด์เราคือพอใส่แว่นแล้วเฟรมล่างจะไม่ชนแก้มทำให้แก้มไม่มีรอย โดยเฉพาะคนที่เมกอัพ แป้งรองพื้นจะไม่หลุดลอกไปไหน เพราะเราดีไซน์ให้แว่นลอย ไม่กดแก้ม มันเป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่เป็นปัญหาใหญ่ของคนใส่แว่นนะ รวมถึงยังได้ดีไซน์ให้เป็นแบบเอเชียนฟิต คือเป็นแว่นที่เกาะจมูกดี ไม่ไหล ต่างจากแว่นแบรนด์เนมเมืองนอก ที่ดีไซน์สวยแต่พอใส่อาจไม่พอดีกับหน้าคนไทย เราก็นำจุดที่หงุดหงิดใจตรงนี้แหละมาปรับให้อยู่ในแว่นของเรา” ลลิดา กล่าวเพิ่มเติม

แว่นตาเอ็นวี่เอ็นวี่ ก่อตั้งมาได้ไม่ถึง 2 ปี แต่กลายเป็นที่รู้จักของคนไทยแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการตลาดแบบเซเลบ ดารา ที่ทำให้คนไทยรู้จักและซื้อตามอย่างรวดเร็ว

“ตอนแรกเราสองคนคิดว่าจะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้รีบร้อนมาก เพราะเราไม่รู้ว่าคนไทยจะชอบแบรนด์เราไหม อาจจะติดแบรนด์เมืองนอกอยู่หรือเปล่า แต่พอพี่ๆ ดาราใส่กันกลายเป็นว่าแบรนด์ก็ได้รับผลตอบรับดีไปด้วย มันเกินคาด เกินฝันของพวกเราจริงๆ” ฝ่ายหญิงตอบ

หลังจากสร้างการรับรู้จดจำแบรนด์ (Brand Awareness) ผ่านผู้มีอิทธิพลในสังคมไทยไปแล้ว ทำให้เกิดการรับรู้แล้ว คนก็จะเริ่มมาที่ร้าน และเมื่อสัมผัสว่ามันเหมาะกับใบหน้าอย่างไรก็จะเกิดการจับจ่ายในที่สุด

คอลเลกชั่นแรกต้องเป็นงานเปิดตัวที่ “ปัง” ที่สุด ทั้งคู่จึงตัดสินใจทำแว่นตาที่สามารถใส่ได้ทุกแนวทั้งแบบผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งได้รับการตอบรับดีมากจนปัจจุบันก็ยังขายได้ จากนั้นคอลเลกชั่นที่ 2 ได้เพิ่มสีสันและลวดลายมากขึ้นเพื่อต้อนรับซัมเมอร์ในขณะนั้น คอลเลกชั่นที่ 3 ได้ไปจับมือกับคู่รัก “เวย์-นานา” ให้เป็นผู้ออกแบบ ซึ่งได้การตอบรับที่ดีจากแฟนคลับ และคอลเลกชั่นที่ 4 รุ่นล่าสุด ได้เลือกใช้วัสดุที่แข็งแรงและแพงขึ้นกว่าเดิมมาใช้ เพื่อเตรียมส่งออกไปขายต่างประเทศ

“ตอนนี้เรามีบายเออร์จากหลายประเทศเข้ามาจากการสนใจสินค้า” โช กล่าวเสริม ซึ่งคอลเลกชั่นนี้ได้ใช้วัสดุที่นำไปทำรถซูเปอร์คาร์ ที่เรียกว่า คาร์บอนไฟเบอร์ มีน้ำหนักเบา แกร่ง และถูกจริตผู้ชาย รวมถึงถูกใจผู้ค้าจากต่างประเทศ

“เราเป็นเจ้าแรกในไทยที่นำคาร์บอนไฟเบอร์มาใช้ผลิตแว่น ซึ่งแบรนด์นอกที่มีผลิตจะเป็นแบบพรีออร์เดอร์ เพราะวัสดุมีราคาสูงมากและจะขายอยู่ที่ราคาสองถึงสี่หมื่น คือจับต้องได้ยาก แต่ของเราขายราคาไม่ถึงหมื่นเพื่อให้คนไทยซื้อไปใช้ได้จริง”

คู่รักเอ็นวี่เอ็นวี่ สร้างแบรนด์เพื่อคนไทย

 

กลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์ คือ ผู้หญิง แต่คอลเลกชั่นล่าสุดถือเป็นการขยายกลุ่มลูกค้าไปสู่ผู้ชายได้อย่างเปรี้ยงปร้าง ลลิดาใช้คำว่า ผู้ชายถึงกับ “บ้าคลั่ง” เมื่อทราบว่าเฟรมทำจากคาร์บอนไฟเบอร์และขาแว่นทำจากไทเทเนียม

“ถ้าอยากทำให้เป็นที่น่าสนใจ คุณโชแนะนำว่าน่าจะใช้วัสดุที่แปลกหน่อยไม่ค่อยมีคนเคยเห็น และสามารถใช้ได้จริง พอเปิดตัวออกมา กลุ่มผู้ชายก็กลายมาเป็นลูกค้าเราเยอะ ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง เพราะคนที่เล่นแว่นจะมองแล้วรู้เลยว่า แว่นของเราไม่เหมือนใครและน่าสนใจขนาดไหนทันที”

ลลิดา เผยต่อว่า ในช่วงแรกเธอถูกสบประมาทว่า ไม่มีทางทำแบรนด์ให้ติดตลาด เพราะไม่สามารถตีตลาดแบรนด์เนมเมืองนอกได้ แต่วันนี้เธอได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คุณภาพและราคาต่างหากคือหัวใจสำคัญที่คนจะเลือกซื้อ

นอกจากนี้ แว่นตาเอ็นวี่เอ็นวี่ยังได้มีโอกาสเข้าไปขายใน 3 ห้างดัง หนึ่งในสามแห่งนั้นได้เป็นคอร์เนอร์ขายสินค้า ซึ่งนับเป็นแว่นตาเจ้าแรกที่มีร้านลักษณะของตัวเองอันจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ด้วย

“แว่นของเราเป็นระดับไฮเอนด์แต่จับต้องได้ เพราะถ้าเกิดเราแพงกว่านี้ ลูกค้าคงหันไปซื้อแบรนด์นอก และถ้าเราราคาต่ำกว่านี้ มันก็ไม่ดีต่อตัวแบรนด์เอง ถือได้ว่าคนที่ใส่แว่นของเราก็ไม่น้อยหน้าใครแล้ว”

ในอนาคตอันใกล้ เธอและสามีจะขยายแบรนด์ไปสู่ต่างประเทศ โดยน่าจะเริ่มต้นจากประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีคนสนใจติดต่อเข้ามาอยู่แล้ว เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ส่วนประเทศเกาหลี ที่เป็นตลาดที่น่าสนใจ ตอนนี้กำลังอยู่ในกระบวนการโปรโมทซึ่งจะใช้วิธีการเดียวกับไทย คือ ให้ดาราชื่อดังใส่และนำเข้าไปอยู่ในฉากซีรี่ส์เกาหลี มันน่าจะมีอิทธิพลต่อคนเกาหลีเองและคนจีนที่นิยมดูซีรี่ส์เกาหลีด้วย

“เรากำลังสร้างแบรนด์ เราเลยไม่ได้ทำโปรโมชั่นไปลดราคาตัดกับแบรนด์อื่น เมื่อคนรู้จักแบรนด์เรา ก็อยู่ที่เขาแล้วว่าจะซื้อหรือเปล่า ไปบังคับเขาไม่ได้ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำก่อนอันดับแรกคือ ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก” โช กล่าวเพิ่มเติม

ด้านภรรยาเสริมว่า 3 เดือนแรกที่เปิดตัวแบรนด์ เธอก็รู้แล้วว่ามาถูกทาง “อาจจะเป็นเพราะยังไม่มีแว่นตาแบรนด์ไทยที่มีคุณภาพเทียบเท่าสากลอยู่ในตลาดคนใช้ อย่างเราขายที่พารากอนเรามีรายได้ขึ้นเป็นอันดับ 1 ในโซนแว่นตา และแต่ละสาขามีรายได้หลักล้านทุกเดือน พอเห็นแบบนี้ก็ชื่นใจ เพราะเรากับคุณโชตั้งใจทำให้คนไทยได้ใส่จริงๆ”

เอ็นวี่เอ็นวี่ คือ แว่นตาที่ใส่แล้วใครๆ ก็อิจฉา ตอนนี้กลายเป็นแบรนด์แว่นตาสัญชาติไทยที่ต่างชาติอิจฉาอยากได้ไปขายบ้างแล้ว นับเป็นความสำเร็จของความกล้าหาญที่กล้าเข้าไปตีตลาดแบรนด์เนม และเป็นความหาญกล้าที่กล้าเข้าไปตีค่านิยมคนไทยให้หันมามองแว่นไทยมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

กองทุน SME อัดทุน 2 พันล้าน! ชูความสำเร็จ ดันเครื่องจักรกลเกษตรไทยสู้ตลาดโลก