posttoday
ตัดเกรด ‘สมยศ’ ซีซั่นแรก ผลงาน 1 ปีสอบผ่านหรือตก

ตัดเกรด ‘สมยศ’ ซีซั่นแรก ผลงาน 1 ปีสอบผ่านหรือตก

24 ธันวาคม 2559

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เข้าทำหน้าที่นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 11 ก.พ. 2559 หากนับตามปฏิทินการแข่งขันฟุตบอลลีกและทีมชาติก็เรียกได้ว่าครบ 1 ซีซั่นเป็นที่เรียบร้อย

โดย...ชมณัฐ รัตตะสุข

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เข้าทำหน้าที่นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 11 ก.พ. 2559 ซึ่งวันนี้หากนับตามปฏิทินการแข่งขันฟุตบอลลีกและทีมชาติก็เรียกได้ว่าครบ 1 ซีซั่นเป็นที่เรียบร้อย ลองมาพิจารณากันว่าผลงานในรอบปีที่ผ่านมานั้นสอบผ่านหรือตก

เงินๆ ทองๆ

หลังชนะการเลือกตั้ง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมั่นใจว่าจะหาผลประโยชน์เข้าสมาคมได้มากกว่ายุคก่อน พร้อมประกาศรื้อพรมลากคอ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี อดีตนายกสมาคม เพื่อดำเนินคดีและรับผิดชอบผลประโยชน์ที่ลูกหนังไทยต้องสูญเสียไป

ทว่า จนปัจจุบันกลับกลายเป็นทางสมาคมที่ต้องนำเงินช่วยเหลือจากฟีฟ่ามาชดใช้หนี้สินและค่าค้างจ่ายภาษีที่ พล.ต.อ.สมยศ อ้างว่าคณะกรรมการชุดเก่าทิ้งภาระไว้กว่า 180 ล้านบาท ส่วน “บังยี” ยังลอยตัว จนประสบปัญหาเรื่องสภาพคล่องและต้องจ่ายเงินสนับสนุนสโมสรล่าช้า รวมถึงระงับเงินช่วยเหลือค่าเดินทางให้ทีมในระดับดิวิชั่น 1-2ที่เคยประกาศไว้

นอกจากนี้ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กรณีเปิดรับบริจาคเงินสนับสนุนโครงการ “ฟุตบอลไทยไปบอลโลก” ว่าเหมาะสมหรือไม่ ขณะที่เงินจำนวน 3,240 ล้านบาท จากการขายสิทธิให้ “แพลนบี”
ในสัญญา 4 ปี (2017-2020) นั้นก็ยังไม่เห็นเป็นตัวเป็นตน เพราะต้องเริ่มตั้งแต่ปีหน้า

(ตัดเกรด 6/10)

ทีมชาติ

“เรื่องผลงานในสนามไม่เกี่ยวกับผม ผมดูแลเรื่องบริการ ถ้านักเตะมีปัญหาเรื่องการเดินทาง เรื่องที่พัก หรือไม่มีน้ำกิน ผมต้องรับผิดชอบ” พล.ต.อ. สมยศ แสดงจุดยืนชัดเจน และสามารถทำได้จริงอย่างที่พูด กล่าวคือตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งขุนพล “ช้างศึก” ทั้งชุดใหญ่และเยาวชนต่างได้รับการดูแลอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ทุกชุด ไม่เคยมีปัญหาเรื่องนักเตะตกเครื่อง ไม่มีสนามซ้อม หรือที่พักห่วยให้เห็น ดังนั้นต้องยกเครดิตให้เต็มๆ

อย่างไรก็ตาม เรื่องการคัดเลือกกุนซือยังเป็นคำถาม ในเวลาเพียง 1 ปี ทีมชาติชุดเยาวชนมีเทรนเนอร์หมุนเวียนเข้ามามากหน้าหลายตา และยังไม่มีท่าทีว่าจะใช้บริการใครที่แน่นอน ส่วนในรายของ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชชุดใหญ่ก็ยังไม่สามารถการันตีได้ 100% ทั้งที่ควรจะฟันธงได้แล้วว่าผลงานสอบผ่านและดีพอที่จะขยายสัญญาหรือไม่ เพราะแม้จะยังเหลืออายุงานอีก 1-2 เดือน แต่จากนี้จนครบวาระทีมไม่มีโปรแกรมให้ลงแข่งขันแล้ว

ขณะที่การมอบหมายให้บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส หรือ “บุญเติม” ที่ชนะการประมูลเป็นผู้ขายบัตรเข้าชมการแข่งขันของ “ช้างศึก” ก็ล่มไม่เป็นท่า ซึ่งแน่นอนว่าเป็นชนักติดหลังที่ “บิ๊กอ๊อด” ต้องรับผิดชอบ

(ตัดเกรด 8/10)

ตัดเกรด ‘สมยศ’ ซีซั่นแรก ผลงาน 1 ปีสอบผ่านหรือตก

 

ฟุตบอลลีก

ฤดูกาลที่ผ่านมาฟุตบอลลีกไทยประสบปัญหากองเชียร์เข้าสนามน้อยลง อันมาจากผลพวงเรื่องโปรแกรมการแข่งขันที่ยังแก้ไม่ตก รวมถึงการแบ่งและเพิ่มโซนใหม่ในระดับดิวิชั่น 2 ที่เกิดเสียงวิจารณ์ว่าทำให้ยุ่งยากมากขึ้น เนื่อง จากมีหลายทีมที่ถูกจัดให้ไปอยู่นอกภูมิภาคซึ่งเป็นที่ตั้งของสโมสร ทำให้ต้องเจอปัญหาการเดินทางที่ไกลขึ้น และแฟนบอลตามไปเชียร์ลดลง อาทิ  อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด (ย้ายจากกรุงเทพฯ ไปตะวันตก) หรือหนองบัวพิชญ เอฟซี (ย้ายจากอีสานไปภาคเหนือ)

ขณะที่ลีกสูงสุด พล.ต.อ.สมยศ  ประกาศปิดฤดูกาลก่อนกำหนด เพื่อแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช ทว่ากลับไม่สามารถหาทางออกที่ดีให้กับทีมที่เสียผลประโยชน์อย่างชัยนาท ฮอร์นบิล และอาร์มี่ ยูไนเต็ด ที่ต้องตกชั้นไปเล่นลีกรองทั้งที่ยังมีโอกาสได้อยู่รอดหากแข่งขันครบตามโปรแกรม

อย่างไรก็ตาม ในด้านดี ประมุขลูกหนังไทยได้ทำการปรับโฉมลีกไทยใหม่หมดเพื่อให้เกิดความเป็นมืออาชีพและช่วยเพิ่มมูลค่าให้มากขึ้น โดยเริ่มต้นตั้งแต่ฤดูกาล 2017 เป็นต้นไป ทั้งโลโก้ลีก ชื่อเรียก ตลอดจนเพิ่มลีกเป็น 5 ระดับชั้น พร้อมวางแผนลดทีมบนลีกสูงสุดให้เหลือ 16 ทีม ในปี 2019 เพื่อแก้ปัญหาเรื่องโปรแกรมอัดแน่น

(ตัดเกรด 6/10)

ผู้ตัดสิน

ในซีซั่นที่ผ่านมาการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินยังคงมีปัญหาเรื่องความผิดพลาดให้ได้เห็นเป็นระยะ และไม่มีท่าทีว่าจะหมดไป จนหลายสโมสรออกโรงโวยผ่านสื่อ แม้ทางสมาคมจะหาหนทางแก้ปัญหาหลายวิธี ไล่ตั้งแต่ระดมอดีตผู้ตัดสินอาวุโสมากมายมานั่งคณะกรรมการคอยควบคุม เชิญผู้เชี่ยวชาญจากเอเอฟซีและฟีฟ่าเข้ามาอบรม ใช้วิธีจับสลากคัดเลือกเชิ้ตดำลงทำหน้าที่ ตลอดจนเล่นบทโหดสั่งพักงานไปเกือบ 10 ราย

(ตัดเกรด 4/10)

FAIR

ประกาศชูธงตั้งแต่หาเสียงว่าสมาคมฟุตบอลไทยในยุค พล.ต.อ.สมยศ ต้องบริหารงานด้วยความแฟร์ ซึ่งที่ผ่านมามีหลายกรณีที่อดีตนายตำรวจตัดสินใจโดยไม่สนว่าผู้ที่เสียผลประโยชน์จะเป็นใคร อาทิ การยกเลิกสัญญาและพันธะต่างๆ ของบริษัทเอกชนทุกเจ้า เพื่อเปิดประมูลใหม่ให้โปร่งใส หรือแม้กระทั่งการตัดลีกจบโดยไม่มองว่าชัยนาท และอาร์มี่ ต่างเป็นทีมที่สนับสนุนตน

“ผมยังไม่พอใจการทำงานของตัวเองใน 1 ปีที่ผ่านมา มันยังไม่ถึง 50% ที่ผมตั้งใจไว้ว่าจะทำ เพราะว่าวงการฟุตบอลยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ถูกทิ้งไว้ให้ผมแก้ ซึ่งในปีแรกผมต้องการที่จะทำทุกอย่างให้มีความเสมอภาคเท่าเทียมกันตามสโลแกนว่า แฟร์ ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ถูกใจใครทุกคน ผมพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าผมไม่ได้เข้ามาเป็นตัวแทนหรือหุ่นเชิดของใครก็ตามที่มีข้อครหา คนในวงการฟุตบอลจึงเริ่มยอมรับและให้ความมั่นใจในตัวผม” พล.ต.อ.สมยศ ทิ้งท้าย

(ตัดเกรด 7/10)

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI