posttoday
เพื่อนรักป่วยโรคร้าย

เพื่อนรักป่วยโรคร้าย

29 พฤศจิกายน 2559

โดย...ราตรีแต่ง

โดย...ราตรีแต่ง

เรื่องเจ็บไข้ได้ป่วยไม่เข้าใครออกใครจริงๆ จู่ๆ เพื่อนรักก็ไลน์ส่งข้อความมาบอก “หมอบอกป่วยเป็นโรคมะเร็ง...” ฟังแล้วใครๆ ก็ช็อก แต่การตีโพยตีพายก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย ให้มองโลกในแง่ดีเข้าไว้ ชีวิตก็คือการผจญภัยแบบนี้ที่ใครๆ ก็อาจโชคร้ายเจ็บป่วยกันได้ทั้งนั้น แม้จะเจอเรื่องร้ายแรงในชีวิตที่ตั้งตัวไม่ทันแบบนี้ แล้วไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นที่สุดถ้าชีวิตเราจะยืนหยัดสู้ต่อไป

 ข้อแรกที่คนแข็งแรงกว่าควรทำเป็นหลัก คือ การประเมินความต้องการของผู้ป่วยเกี่ยวกับการดูแลประคับประคอง การประเมินปัญหาของผู้ป่วย โดยการพูดคุยกับผู้ป่วยเพื่อค้นปัญหา และให้ผู้ป่วยได้ระบายความรู้สึกต่างๆ ออกมา ทำหน้าที่เพื่อนเพื่อให้คนอ่อนแอรู้สึกสบายใจขึ้น เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยพูดถึงความเจ็บป่วย ความตาย ไม่ว่าผู้ป่วยจะพูดออกมาอย่างไร เราก็จะต้องเป็นผู้รับฟังที่ดี รับฟังด้วยท่าทีที่สงบ และไม่โต้แย้งกับผู้ป่วย เป็นช่วงที่เราจะศึกษาหาประสบการณ์ ทักษะ และเทคนิคที่จะกระตุ้นให้ผู้ป่วยบอกเล่าถึงปัญหาของตัวเอง คำพูดสารทุกข์สุกดิบเหล่านี้ เช่น มีอะไรที่เราจะช่วยเหลือเธอได้บ้าง สิ่งที่เธอต้องการมากที่สุดขณะนี้คืออะไร โทรศัพท์ไปหาบ่อยๆ ทุกๆ วัน เราทุกคนเป็นห่วงคุณมาก วันนี้คุณเป็นอย่างไรบ้าง วันนี้อยากเล่าอะไรให้เราฟังบ้าง ประโยคเหล่านี้เผื่อว่าจะบรรเทาทุกข์ใจได้บ้าง

แต่ก็ต้องระวังความรู้สึกกันด้วย อย่าให้กลับกลายเป็นทุกข์ทั้งคนป่วยและคนไม่ป่วย ควรรู้ว่าตอนไหนควรพูด พูดในสิ่งที่ควรพูด และตอนไหนที่ควรเงียบ เก็บบางอย่างไว้บ้าง โดยเฉพาะสิ่งใดหากยิ่งทำให้คนป่วยไม่สบายใจก็อย่าพูดดีกว่า หลักของการเป็นผู้รับฟังที่ดี คือ ปล่อยให้ผู้ป่วยระบายความในใจมาให้หมดก่อน รับฟังจนกว่าฝั่งตรงข้ามจะรู้สึกสงบ ผู้ป่วยบางคนไม่ได้ต้องการคำพูดปลอบโยนอะไรมากนัก ขอแค่มีคนเข้าใจกันก็พอ

บางช่วงอาจไม่ได้พูดอะไรกันมากก็ตาม แต่อย่าทำให้ผู้ป่วยรู้สึกโดดเดี่ยว การพูดแค่คำว่า โอ๋ๆ มาๆ กอดๆ หนึ่งที นี่ก็รู้สึกดีได้แล้ว แสดงออกว่าเธอยังมีเราอยู่นะ ในช่วงนี้อย่าเขินอายกับการแสดงออกในการกอด เพราะคือการแสดงออกความรัก การถ่ายทอดความรู้สึกที่ทำให้รู้ว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผู้ป่วยยังมีเพื่อนคนนี้อยู่ข้างๆ นะ เป็นการเติมพลังอย่างหนึ่งที่ทำให้คนป่วยรู้สึกดีจริงๆ หรือการจับมือผู้ป่วยเพื่อให้เขารู้สึกดี รู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย แน่นอนว่า จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคดีเยี่ยมอีกวิธีหนึ่ง การเอาใจใส่ดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด เพราะจะทำให้เกิดความเครียด วิตกกังวล ซึ่งมีผลต่อสุขภาพต่อผู้ป่วย ทั้งทางตรงและทางอ้อม

 การให้กำลังใจอาจแสดงออกได้หลายวิธี ทั้งจากการพูดจาและการกระทำอย่างจริงใจ คนป่วยส่วนใหญ่มักต้องการให้คนเอาใจ และขี้ใจน้อยได้ง่ายกว่าปกติ จำเป็นต้องเพิ่มความเอาใจใส่ยกกำลังสอง เช่น ปลอบโยนเกี่ยวกับโรคที่เป็นว่าจะต้องหาย ต้องอยู่กับเราไปนานๆ การที่เราพูดแบบนี้ จะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า และทำให้อยากมีชีวิตอยู่ต่อ ทำให้มีกำลังใจในการต่อกรกับโรคร้าย โดยการจัดสภาพแวดล้อมให้เป็นสัดส่วนเพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัว โรคร้ายแต่ถ้ารีบรักษา เป็นได้ก็หายได้ มีคนหายเยอะแยะ ให้กำลังใจกันให้มากที่สุด หาไอดอลคนที่เป็นโรคเดียวกัน ให้เขาเห็นภาพสุดท้ายปลายทาง เป็นจุดมุ่งหมายที่ต้องไปให้ถึง และไอดอลคนนั้นควรต้องยังมีชีวิตอยู่และชีวิตดีด้วย แม้ว่าจะเป็นโรคที่ไม่มีทางรักษาให้หายขาดก็ตาม กำลังใจเกิดจากความรักจากคนรอบข้าง คนรัก ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง ทำให้คนที่กำลังเจ็บป่วยมีความสุข มีจิตใจที่เข้มแข็ง พร้อมที่จะต่อสู้กับปัญหา

ความรัก จึงเป็นเหมือนน้ำทิพย์ ที่มีสรรพคุณมากกว่าที่เราจะคาดคิด ช่วยให้โรคหายเร็วหรือยืดชีวิตของคนป่วยได้ ถ้าเรามองอย่างผิวเผิน ก็จะได้รับคำตอบที่ว่า เพราะความรักเป็นพลังที่สำคัญ ที่ทำให้คนที่ถูกรัก รู้สึกว่าชีวิตตัวเองมีคุณค่าและมีความหมาย เมื่อรู้สึกอย่างนี้ก็จะมีกำลังใจ คลายความกังวลต่างๆ ลงไป ร่างกายก็จะกลับมาต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บได้

รอยยิ้มและเสียงหัวเราะเป็นยารักษาโรคได้ดีที่สุด จิตใจร่าเริงคนไม่สบายจะหายเร็วขึ้น เป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีของความเป็นเพื่อน และสร้างความเชื่อมั่นในการรักษาพยาบาลให้ผู้ป่วยไว้วางใจ และมั่นใจว่าผู้ป่วยจะไม่ถูกทอดทิ้งให้อยู่กับความเจ็บปวดและความรู้สึกหวาดกลัว

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร