
พลังแห่งความดี
โดย...ณศักต์ อัจจิมาธร
โดย...ณศักต์ อัจจิมาธร
การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนั้นทำให้คนไทยเศร้าโศกอาดูรเหลือประมาณ แต่ในขณะเดียวกันความสูญเสียครั้งใหญ่ในแผ่นดินครานี้ก็ได้สร้าง “พลัง” ที่พลิกโฉมผู้คนในสังคมในแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ภาพคนไทยไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใด ต่างพากันออกมาร่วมทำความดีถวายแด่พ่อแห่งแผ่นดินกันอย่างกว้างขวางผ่านกิจกรรมอันหลากหลายที่มุ่งหมายไปที่การช่วยเหลือ แบ่งปัน เอื้อเฟื้อต่อผู้คนที่อยู่ในสังคมเดียวกัน
ที่มากยิ่งไปกว่านั้นก็คือ คนไทยจำนวนไม่น้อยได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้ พระราชปณิธาน พระราชดำรัส พระราชกรณียกิจ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชผ่านสื่อต่างๆ ที่พร้อมใจนำเรื่องของพระองค์ท่านมานำเสนอตลอดช่วง 30 วันที่ผ่านมา
ผลลัพธ์จากการได้มีโอกาสเรียนรู้ในครั้งนี้ได้เข้าไปเปลี่ยนแปลงความคิด และจิตสำนึกของผู้คนในสังคมให้เข้าใจแจ่มแจ้งถึงคำสอนที่พระองค์ทรงพระราชทานให้กับคนไทยตลอด 70 ปีที่ผ่านมา
ผมพบว่าตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา หลายคนที่ได้รู้จักได้ประกาศหมุดหมายใหม่ในชีวิต แบบที่เจ้าตัวเองก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อน
บางคนใช้เวลาว่างที่เคยละลายหายไปกับสารพัดกิจกรรมสร้างความสุขให้กับตัวเอง ไปใช้ในการสร้างกิจกรรมในการช่วยเหลือผู้อื่นที่ด้อยโอกาสกว่า
บางคนสละเวลาบางช่วงในแต่ละวัน ค้นหา รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคำสอนอันล้ำค่าของในหลวงไปเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้มีโอกาสเรียนรู้ต่อ
บางคนประกาศหยุดการใช้จ่ายอย่างฟุ้งเฟ้อ เลิกสร้างหนี้สิน และขอหันไปใช้ชีวิตแบบพอดี พอเพียงกับสิ่งที่ตัวเองมี
บางคนตั้งมั่นว่าถึงเวลาที่เขาจะต้องทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อสังคมบ้าง เพราะที่ผ่านมาได้ตักตวงจากสังคมมากจนเกินไปแล้ว
เหล่านี้คือ “พลัง” ที่สร้างจิตสำนึกใหม่ให้กับสังคม เป็นจิตสำนึกแห่งการทำความดีและการตั้งใจมุ่งมั่นทำเพื่อชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง
ในวีดิทัศน์เพลงสรรเสริญพระบารมีที่มีการเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจนั้น ได้มีการอัญเชิญพระสุรเสียงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขณะทรงมีพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2519 ซึ่งมีความตอนหนึ่งว่า
“การที่เราจะช่วยกันได้ก็คือ การทำความคิดให้ถูกและแน่วแน่ในอันที่จะยึดชาติบ้านเมืองเป็นที่หมาย ต้องเพลาการคิดถึงประโยชน์เฉพาะตัว และความขัดแย้งกันในสิ่งที่มิใช่สาระเลย
ผู้ใดมีภาระหน้าที่อันใดอยู่ก็เร่งกระทำให้สำเร็จลุล่วงไปโดยเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ด้วยความเมตตา ด้วยความปรองดองกัน และด้วยความปรารถนาดีต่อกัน ที่สุดผลงานของทุกคนนั้นจะไปรวมกันให้เป็นความสำเร็จและความวัฒนาถาวรของประเทศชาติได้ไม่นานเกินคอย”
นี่คือพระราชปณิธานของพ่อแห่งแผ่นดินที่เราคนไทยต้องร่วมกันสานต่อเพื่อประเทศชาติสืบไป







