posttoday
เล่าเรื่องไวน์เล็กๆ “วีออญิเยร์”

เล่าเรื่องไวน์เล็กๆ “วีออญิเยร์”

27 สิงหาคม 2553

“ความโศกเศร้าอาจบรรเทาได้ด้วยการนอนหลับให้สนิท อาบน้ำอุ่นๆ และไวน์สักแก้ว”

“ความโศกเศร้าอาจบรรเทาได้ด้วยการนอนหลับให้สนิท อาบน้ำอุ่นๆ และไวน์สักแก้ว”

เรื่อง เปอติ๊ต ริสลิ่ง [email protected]

“ความโศกเศร้าอาจบรรเทาได้ด้วยการนอนหลับให้สนิท อาบน้ำอุ่นๆ และไวน์สักแก้ว”
นักบุญโธมัส อากีนาส 

ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไร ชะตาตรงต้องกับไวน์จากองุ่นพันธุ์“วีออญิเยร์” (Viognier) ตั้งแต่เมื่อครั้งเทศกาลฟุตบอลโลกกับ “ไวน์แอฟริกาใต้เทสติง” ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลไปชิมกันถึงเกาะเสม็ด ที่หาดทรายแก้ว บีช รีสอร์ต ส่วนวันก่อนก็ยังไปซ้ำไวน์ตัวเดิม (วีออญิเยร์ ของ Bovlei Centenary) ที่แอฟริกาใต้ ไวน์ดินเนอร์ ห้องอาหารแฮมิลตัน โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ

เล่าเรื่องไวน์เล็กๆ “วีออญิเยร์”

ยังมีงานแนะนำไวน์และอาหารนำเข้าที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาจัดเสิร์ฟ Pine Ridge ที่เป็นวินยาร์ดแรกที่นำเชอแนง บล็อง กับ วีออญิเยร์ มาผสมกัน...

ก็เลย... จะมาเล่าเรื่ององุ่นพันธุ์นี้กัน

“วีออญิเยร์” อาจจะไม่ใช่แจ็กผู้ฆ่ายักษ์ แต่เป็นไวน์ขาวจากองุ่นที่เกิดมาเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาดของชาร์ดอนเนย์โดยแท้ ฐานะของ “วีออญิเยร์” คือ เป็นองุ่นหนึ่งเดียวที่ใช้ผลิตไวน์ตามกฎหมาย “อาโอเซ” (AOC) ของกงดริเยอ (Condrieu) ใน โรน วัลเลย์ (Rhone Valley)

ต้นกำเนิดของ “วีออญิเยร์” นั้นไม่แน่ชัด เชื่อว่าเป็นองุ่นพันธุ์โบร่ำโบราณที่ชาวโรมันหอบข้ามน้ำข้ามทะเลจากคาบสมุทรแอนเดรียติกมายังเมืองโรนในฝรั่งเศส พร้อมๆ กับองุ่นพันธุ์ซีราห์ (หรือชีราซ) แถมชื่อ “วีออญิเยร์” เองก็มีที่มาไม่แน่ชัดเช่นกัน ฝ่ายหนึ่งว่าอาจจะมาจากชื่อเมือง “เวียนเยอ” (Vienne) ของฝรั่งเศส อันเป็นด่านของทหารโรมัน หรืออาจจะมาจากคำภาษาโรมัน Gehennae ซึ่งแปลว่า ถนนสู่นรก...

ก่อนหน้านี้ “วีออญิเยร์” พบได้มากมาย แต่ปัจจุบันกลายเป็นพันธุ์หายากไปเสียแล้ว ขนาดที่ตอนเหนือของโรน ซึ่งปลูกและผลิตไวน์จากองุ่นพันธุ์นี้ตาม “อาโอเซ” ก็ยังมีน้อยเต็มที

กระแสลม “มิสทราล” มีอิทธิพลอย่างสูงต่อวินยาร์ดที่ปลูกองุ่น “วีออญิเยร์” ซึ่งแม้จะเป็นกระแสแห่งความเกรี้ยวกราด แต่ก็ช่วยลดดีกรีความร้อนแรงของแดดยามฤดูร้อนได้มากทีเดียว

นอกจากที่กงดริเยอแล้ว ในฝรั่งเศสยังปลูก “วีออญิเยร์”มากที่ลงเกอด็อก (แถวๆ ตูลูส) แล้วก็ดูเหมือนองุ่นพันธุ์นี้จะไปได้สวยในแคลิฟอร์เนีย ออสเตรเลีย รวมทั้งปีดมอนต์ และตอนกลางของอิตาลี แอฟริกาใต้ นิวซีแลนด์ กรีซ และแม้กระทั่งที่ญี่ปุ่น

“วีออญิเยร์” ได้ชื่อว่ามีกลิ่นหอมของมวลดอกไม้ เนื่องมาจากสารเทอร์พีน เช่นเดียวกับที่มีในมุสกัตและริสลิง โดยกลิ่นที่มักจะพบก็คือกลิ่นของดอกออเรนจ์ บลอสซัม ดอกอคาเซีย ดอกไวโอเล็ต แล้วก็กลิ่นน้ำผึ้ง ด้านกลิ่นผลไม้ที่อาจจะเจอ ได้แก่แอปริคอต มะม่วง สับปะรด ฝรั่ง กีวี แล้วก็ส้มแทงเจอรีน

บางครั้ง “วีออญิเยร์” ก็มีกลิ่นเครื่องเทศ ประเภทยี่หร่าและสะระแหน่ แถมด้วยกลิ่นแบบยาสูบกับกลิ่นฟางแห้ง

ถ้าผ่านกระบวนการ “มาโลแลกติก” จะทำให้ “วีออญิเยร์” มีกลิ่นของนมเนยเพิ่มขึ้นมา ส่วนถ้าผ่านโอ๊ก (ไลต์) จะมีกลิ่นวานิลลาและสวีตวูด ขณะที่โอ๊ก (เฮฟวี) จะมีกลิ่นโอ๊ก กลิ่นควันและของปิ้งย่าง
ด้วยความที่กลิ่นรสหอมหวานของดอกไม้และผลไม้ ทำให้“วีออญิเยร์” ไปได้สวยกับอาหารรสชาติจัดจ้าน โดยเฉพาะอาหารไทยเราเหมาะมากทีเดียว

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน