posttoday
นี่งานของฉัน นั่นงานของเธอ

นี่งานของฉัน นั่นงานของเธอ

24 ตุลาคม 2559

โดย...กันย์ ภาพ รอยเตอร์ส

โดย...กันย์ ภาพ รอยเตอร์ส

เนื่องจากคนทำงานอย่างเราๆ ท่านๆ ส่วนใหญ่แล้วใช้เวลาอยู่ในที่ทำงานนานจนเรียกได้ว่าออฟฟิศเป็นบ้านหลังที่สองของใครหลายๆ คน จึงเป็นเรื่องปกติที่ในชีวิตประจำวันของเราจะต้องเกี่ยวข้องกับการมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง เพื่อนร่วมงาน หัวหน้า และลูกน้องอยู่เป็นประจำ ในการทำงานบ่อยครั้งต้องมีการถ้อยทีถ้อยอาศัยบางช่วงงานมากบางช่วงงานน้อยถ้าได้เพื่อนร่วมงานที่มีน้ำใจต่อกัน มีความยืดหยุ่นช่วยเหลือกันถือว่าเป็นความโชคดี

อริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทที่ปรึกษา เอพีเอ็ม กรุ๊ป กล่าวว่า ในเรื่องของการทำงานนั้นไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าเรื่องความมีน้ำใจ ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆ อาจกลายเป็นปัญหาโลกแตกสำหรับคนทำงานได้ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นคือในขณะที่หลายคนพร้อมที่จะหยิบยื่นน้ำใจอย่างเต็มเปี่ยมนี้ให้กับเพื่อนร่วมงาน จนอาจทำให้เกินหน้าที่ของตน หรือร้ายไปกว่านั้นอาจทำให้งานของตนเองไม่เสร็จ แต่ก็มีคนอีกกลุ่มที่ยึดคติพจน์ว่านี่จะทำงานตามสั่ง ตาม Job Description ที่ระบุหน้าที่ไว้อย่างชัดเจนเท่านั้น หรืออีกนัยหนึ่งคือแบ่งแยกชัดเจนว่านี่เป็นงานของฉัน ส่วนนั่นเป็นงานของเธอ

นอกจากนั้น ในอีกหลายๆ ครั้งที่การอาสายื่นมือเข้าไปช่วย โดยเพื่อนไม่ได้ร้องขออาจจะดูเหมือนก้าวก่าย และอาจทำให้งานของเขาล่าช้า หรือไม่เป็นไปอย่างที่ต้องการอีกด้วย แต่หากไม่ยื่นมือไปช่วยเหลือเลยก็กลับถูกคนอื่นตราหน้าหาว่าแล้งน้ำใจ คำถามคือ แล้วเราทำอะไรได้บ้างในสถานการณ์แบบนี้ เพื่อให้เรายังทำงานร่วมกันต่อไปได้ และไม่บั่นทอนมิตรภาพระหว่างเพื่อน

รับผิดชอบงานในขอบเขต

ทุกคนมีงานที่ต้องทำตามที่ได้รับมอบหมาย และงานที่ถูกกำหนดไว้ใน Job Description อยู่แล้ว ซึ่งคุณก็ควรทำงานตรงนั้นให้เต็มที่ เต็มความสามารถ ก่อนจะร้องขอความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น

หยิบยื่นน้ำใจ

เมื่อไหร่ที่คุณสะสางงานในความรับผิดชอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมหยิบยื่น แบ่งปันน้ำใจ สอบถามเพื่อนร่วมงานว่ามีงานไหนที่คุณพอจะช่วยเหลือได้บ้าง เพราะถึงแม้เขาจะไม่มีอะไรให้คุณช่วย แต่ประโยคสั้นๆ เพียงเท่านี้มีค่ามหาศาล เพราะจะช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ และมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่ในการทำงาน

ไม่ตั้งความคาดหวัง

ไม่ต้องตั้งความคาดหวังว่าเพื่อนที่เคยช่วยคุณนั้นจะกลับมาช่วยคุณทุกครั้ง เพราะเขาหรือเธอก็อาจมีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเช่นกัน นอกจากนั้น ในบางครั้งการที่คุณคาดหวังให้เพื่อนร่วมงานช่วยในบางเรื่องที่จำเป็นต้องใช้ความรู้ความสามารถเฉพาะทางอาจเป็นการกดดันเขาและกลับทำให้งานช้ามากกว่าที่จะเร็วขึ้น

อย่าอายหากต้องขอความช่วยเหลือ

มนุษย์เราให้ความสำคัญกับเรื่องการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันอยู่แล้ว นั่นแปลว่าคนเรามีความเต็มใจโดยพื้นฐานที่จะหยิบยื่นความช่วยเหลือให้ผู้อื่นหากมันเป็นการช่วยทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น เช่นกันหากคุณจำเป็นต้องร้องขอความช่วยเหลือ ไม่ต้องอายที่จะเอ่ยปาก แต่ก็ต้องลิสต์รายละเอียดงานให้ชัดเจน ไม่ใช่โยนความรับผิดชอบไปทั้งก้อน โดยไม่แจกแจงข้อมูลความต้องการ ไม่เช่นนั้น คงไม่มีครั้งหน้าสำหรับน้ำใจดีๆ จากเพื่อนของคุณ

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในฐานะผู้หยิบยื่นความช่วยเหลือ หรือเป็นผู้ร้องขอ สิ่งสำคัญคือต้องดูที่ Mindset เบื้องลึกเบื้องหลังของพฤติกรรมของคุณเอง ด้วยเพราะคนเรามี Mindset 2 แบบ ได้แก่ Inward Mindset คือการที่เรามองแต่ประโยชน์ แต่เป้าหมายของตัวเองเป็นที่ตั้ง และมองคนอื่นเป็นแค่เครื่องมือ เป็นอุปสรรคหรือมองว่าเขาไม่มีค่า ไม่มีตัวตน อีกนัยหนึ่งคือการมองคนเป็นวัตถุ

ในขณะที่ Outward Mindset คือการมองคนเป็นคน มองว่าเป้าหมายหรือประโยชน์ของคนอื่นก็มีค่า มีความหมายเช่นเดียวกับคุณ ทั้งนี้ก็เพราะ Mindset เป็นสิ่งที่จะกำหนดพฤติกรรมการแสดงออกของคุณ คนรอบข้างคุณก็จะสัมผัสได้ว่าคุณจริงใจกับเขาหรือเธอหรือไม่

ในการทำงานนั้น อันที่จริงเราไม่จำเป็นต้องแยกว่านี่คืองานของฉัน นั่นคืองานของเธอ แต่ต้องเปลี่ยนเป็น “งานของเรา” เพื่อความก้าวหน้าขององค์กร และความมั่นคงของความสัมพันธ์นั่นเอง

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน