posttoday
ท็อปเดสทิเนชั่นนายแบงก์หนุ่ม ชลวุฒิ วัชรอยู่

ท็อปเดสทิเนชั่นนายแบงก์หนุ่ม ชลวุฒิ วัชรอยู่

10 ตุลาคม 2559

โดย...พุสดี ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

โดย...พุสดี ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

เอ่ยถึงนายแบงก์ ภาพจำของคนทั่วไป มักนึกถึงเจ้าหน้าที่การเงินที่ชีวิตผูกพันกับตัวเลขแบบแยกไม่ออก แต่สำหรับ บิ๊ก-ชลวุฒิ วัชรอยู่ Head of Foreign Direct Investment Commercial Banking ของธนาคารยูโอบี แม้หน้าที่การงานของเขาจะยังหนีไม่พ้นเรื่องตัวเลข แต่ความน่าสนใจในอีกมุมที่เกี่ยวเนื่องกับหน้าที่ความรับผิดชอบของเขาคือ การเป็นที่ปรึกษาและอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนให้กับนักลงทุนทั้งที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย และที่ต้องการไปลงทุนในต่างประเทศ

“ส่วนงานที่ผมรับผิดชอบนี้ ตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2011 เพื่อรองรับการทำธุรกิจของกลุ่มประเทศในเอเชียและโดยเฉพาะในอาเซียนแบบครบวงจรในจุดเดียว ปัจจุบันได้ขยายไปแล้วถึง 9 แห่งในเอเชียโดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในนั้น จุดเด่นของหน่วยงานนี้คือ นอกจากจะเป็นวันสต็อปเซอร์วิสแล้วยังสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วเอเชีย ทำให้การบริการลูกค้าที่ต้องการลงทุนข้ามพรมแดนไม่สะดุด ยกตัวอย่าง เวลานักลงทุนไทยจะไปลงทุนทำธุรกิจที่พม่า ถ้าไม่มีความรู้หรือคอนเนกชั่น จะเข้าไปทำธุรกิจก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้ามาให้เรา เราจะช่วยประสานงาน ติดต่อกับเครือข่ายของคนในท้องถิ่นให้ พร้อมดูแลให้คำปรึกษาการลงทุนได้ด้วย”

นายแบงก์หนุ่มบอกว่า 3 ปีกว่าที่เข้ามาทำงานในส่วนนี้ เขามองว่าเป็นงานที่ทั้งสนุกและท้าทาย เพราะโจทย์ในการทำงานไม่เพียงเปลี่ยนไปทุกวัน แถมงานนี้ัยังเปิดโอกาสให้เขาได้พบปะผู้คนที่หลากหลายเชื้อชาติ หลากหลายบทบาทหน้าที่ ที่สำคัญยังได้มีโอกาสเรียนรู้จากนักลงทุนมากมายทั้งที่ประสบความสำเร็จและพบกับความล้มเหลว

นอกจากบิ๊กจะเป็นนายแบงก์หนุ่มไฟแรงที่พร้อมพัฒนาศักยภาพตัวเองไปให้ถึงขีดสุดแล้ว บิ๊กบอกว่าในอีกมุมหนึ่งของชีวิตเขายังให้ความสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างการทำงาน และการใช้ชีวิตอย่างมาก และแม้ด้วยหน้าที่การงานจะทำให้ได้มีโอกาสเดินทางบ่อยๆ อยู่แล้ว แต่ทุกปี เขาจะแบ่งเวลาสำหรับเดินทางท่องเที่ยวเพื่อเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ เสมอ

“ทุกปีผมใช้วันลาพักร้อนหมดตลอด (หัวเราะ) เพราะผมให้ความสำคัญกับการทำงานและใช้ชีวิตพอๆ กัน เวลาไปเที่ยว นอกจากแลนด์มาร์คสำคัญของประเทศนั้นๆ ผมชอบเดินทางไปเพื่อซึมซับวิถีชีวิตของคนในประเทศนั้นๆ อย่างแท้จริง เพราะผมมองว่านี่แหละคือเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของประเทศนั้นๆ ที่เราต้องเดินทางไปสัมผัสและค้นหาด้วยตัวเองเท่านั้น”

ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อนายแบงก์หนุ่มต้องตัดสินใจเลือก 7 เดสทิเนชั่นที่ประทับใจ เขาจึงคัดเลือกเฉพาะ 7 ประเทศ ที่ตัวเขารู้สึกว่าชื่นชมกับวิถีชีวิตของคนในประเทศนั้นจริงๆ

1 สิงคโปร์

“เป็นหนึ่งในประเทศที่ผมเดินทางไปบ่อยมาก เพราะเป็นที่ตั้งบริษัทแม่ของยูโอบีด้วย สิ่งที่ผมประทับใจประเทศนี้คือ มุมมองความคิดและวิธีการทำงานของคนสิงคโปร์ อาจเพราะเขาเป็นประเทศใหม่ ต้องเร่งพัฒนาในทุกด้านกว่าจะมาถึงวันนี้ พลเมืองของเขาเลยเหมือนถูกปลูกฝังให้มีแนวคิดที่จะพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ซึ่งเป็นสิ่งดีนะ และจากการได้ร่วมงานกับคนของเขาผมสัมผัสได้จุดนี้ และอดรู้สึกชื่นชมไม่ได้”

2 กัมพูชา

“เมื่อปีที่แล้ว ผมมีโอกาสเดินทางไปกัมพูชาประมาณ 4 ครั้ง เพื่อไปเรียนรู้เกี่ยวกับกัมพูชาในหลากหลายแง่มุม สำหรับนำมาใช้ในงาน แต่ส่วนตัว ผมก็ชอบกัมพูชาไม่น้อย โดยเฉพาะรูปแบบวิถีชีวิตที่มีเอกลักษณ์ของเขา รวมทั้งความมหัศจรรย์ของภูมิปัญญาในการสร้างสถาปัตยกรรม อย่างปราสาทต่างๆ ผมเองเวลาเดินทางไปไหนจะอ่านไกด์บุ๊กศึกษาประวัติของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ไปก่อน ที่นี่เองก็เช่นกัน ซึ่งตอนที่ได้อ่านก็อะเมซิ่งแล้ว พอได้ไปเห็นของจริง ทำให้ผมยิ่งอิน”

3 ลาว

“ผมไปมาไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง แต่ไปทุกครั้งก็ยังหลงใหลในวิถีชีวิตของคนลาวที่ดูเรียบง่าย ไม่วุ่นวาย สิ่งที่ผมประทับใจเป็นพิเศษ คือ การผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมกับวัฒนธรรมแบบตะวันตก ทั้งสถาปัตยกรรมของวัด พระธาตุ และประตูชัย ซึ่งเป็นอิทธิพลของฝรั่งเศสเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว อีกอย่างที่ผมสังเกตเห็นถึงความน่าสนใจของประเทศนี้คือ ลาวเป็นเมืองที่พัฒนาเร็ว มีไดนามิกตลอดเวลา ไปกี่ครั้งก็ไม่เหมือนเดิม ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะตอนนี้ลาวเป็นประเทศที่มีนักลงทุนเข้าไปเยอะ”

4 เมียนมา

“ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผมไปพม่าไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง เพราะถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่กำลังเนื้อหอมในหมู่นักลงทุน แต่สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจพม่าเป็นพิเศษ ยังหนีไม่พ้นวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวพม่าที่ยังใส่โสร่ง นุ่งซิ่น และที่ขาดไม่ได้คือ ความสวยงามของแลนด์มาร์คอย่างชเวดากอง ที่ไม่ว่าจะมองเวลาไหน ก็มีความงดงามที่แตกต่างกัน แต่ที่ผมชอบที่สุดคือ ยามค่ำคืน เพราะเจดีย์ชเวดากองจะเหลืองทองอร่ามช่างสวยงามจับใจ”

5 ญี่ปุ่น

“เป็นอีกประเทศที่ไปบ่อย ไปทุกปี ปีละหลายครั้ง ผมคิดว่าไปเที่ยวมาครบทุกภาคแล้วนะครับ ผมชอบความมีระเบียบวินัยของคนญี่ปุ่น และที่สำคัญชอบอาหารญี่ปุ่นครับ (ยิ้ม) เวลาไปญี่ปุ่นผมชอบไปพักตามหัวเมืองใหญ่ แล้วนั่งรถไฟออกไปเที่ยวตามเมืองชนบทที่นักท่องเที่ยวยังไม่มาก ล่าสุดผมไปเมืองวาคายามะ เป็นอีกเมืองที่เงียบสงบและน่าประทับใจ”

6 เบลเยียม

“ทุกครั้งที่ไปเบลเยียม ผมต้องแวะมาที่เมืองบรูช (Bruges) ซึ่งเป็นเมืองที่ได้รับเลือกให้เป็นเมืองในมรดกโลกของยูเนสโก เอกลักษณ์ของเมืองนี้ คือ มีแม่น้ำไหลผ่านกลางเมือง ห้อมล้อมด้วยตึกรามบ้านช่องที่ยังคงสถาปัตยกรรมแบบเก่าๆ ไม่มีตึกสูงมากวนใจ เวลามาที่เมืองนี้จะสัมผัสได้ถึงความเงียบ สงบ”

7 สวีเดน

“ผมปักหมุดไว้แล้วว่า ต้องหาโอกาส Hazzle's Home ซึ่งเป็นเรสซิเดนซ์ แอเรียในสวีเดนอีกให้ได้ หลังจากที่ผมไปเยือนครั้งแรกตามคำแนะนำของเพื่อนคุณแม่ที่อยู่ที่สวีเดน สำหรับผม ผมรู้สึกว่าเป็นสถานที่ที่ผมไปครั้งเดียวก็รู้สึกติดตาและอยากมาอีก เพราะไม่เพียงบ้านเมืองของเขาจะสวย เงียบสงบ แต่ระหว่างเส้นทางที่เดินทางจากเบลเยียมมาที่เมืองนี้ ก็น่าประทับใจสุดๆ เพราะไม่เพียงได้ชมวิวธรรมชาติสองข้างทาง แต่ช่วงที่รถไฟลอดอุโมงค์ใต้น้ำที่ข้ามทะเลบอลติกมาสวีเดน ก็น่าทึ่งและน่าจดจำสุดๆ ผมคิดว่า ยังไม่ต้องสัมผัสความมีเสน่ห์ของเมือง แค่ประสบการณ์การเดินทางที่ได้รับก็เหนือคำบรรยายแล้ว”

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI