posttoday
มายาคติเรื่องกาแฟ

มายาคติเรื่องกาแฟ

23 กันยายน 2559

เนื่องจากกาแฟเป็นเครื่องดื่มที่อยู่คู่กับคนเรามานาน อะไรที่อยู่กันมานานๆ ก็มักถูกมนุษย์เราจับมาตีความนั่นนี่นู่นอยู่เสมอ

โดย...เอกศาสตร์​ สรรพช่าง ภาพ Courtesy of The American Magazine

เนื่องจากกาแฟเป็นเครื่องดื่มที่อยู่คู่กับคนเรามานาน อะไรที่อยู่กันมานานๆ ก็มักถูกมนุษย์เราจับมาตีความนั่นนี่นู่นอยู่เสมอ และให้ค่าของมันแตกต่างกันไปตามแต่ละสังคม ประสบการณ์ที่เจอมา กาแฟก็เช่นกัน ตลอดระยะเวลานับพันปีที่เรารู้จักเครื่องดื่มชนิดนี้ มันถูกยกให้เป็นยารักษาโรค เป็นเครื่องดื่มที่บ่งบอกชนชั้น เครื่องดื่มให้พลังงาน กระทั่งให้โทษเป็นยาเสพติดก็โดนมาแล้ว

ทุกวันนี้วิทยาศาสตร์เจริญก้าวหน้าในหลายด้าน แต่ก็มีความเชื่อบางอย่างที่ยังวนเวียนอยู่ในหัวแม้หลายประเด็นมีการพิสูจน์มาแล้วว่าอาจไม่จริงอย่างที่เราคิดเสมอไป แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่เชื่อ

สัปดาห์นี้เลยลองหาข้อมูลที่บางหัวข้อเรายังมีมายาคติที่ผิดๆ กับกาแฟ

เรื่องแรก : กาแฟไม่ดีกับเด็ก

ช่วงเข้าสู่ยุคศตวรรษที่ 20 ความเชื่อเรื่องกาแฟกับพัฒนาการของเด็กนั้น ถือว่าเข้าขั้นรุนแรงมาก มีการประกาศลงหนังสือพิมพ์และบทความบอกว่าเด็กหรือวัยรุ่นตอนต้นๆ ที่ดื่มกาแฟจะมีผลกระทบต่อพัฒนาการหลายๆ อย่าง ตั้งแต่แคระแกร็น มีอาการทางประสาท ลามถึงขั้นเสียผู้เสียคน เรียนหนังสือไม่ได้ มีการทำสำรวจเด็กในวัยเรียนกว่า 8 หมื่นคนตามโรงเรียน และตีพิมพ์ในนิตยสาร The American Magazine ในปี 1933 ว่ากาแฟทำให้เด็กเรียนหนังสือไม่ได้

แต่ตอนนี้ก็มีความจริงชุดใหม่ออกมา มีการศึกษาเรื่องกาแฟกับผลกระทบของการดื่มกาแฟกับร่างกาย โดยคุณหมอชื่อ ดักลาส คิล (Douglas Kiel) จาก Harvard Medical School ซึ่งตีพิมพ์ลงในวารสาร The American Journal of Clinical Nutrition เมื่อปี 2001 พบว่าการดื่มกาแฟมีผลต่อมวลกระดูกและเกลือแร่ในร่างกายอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่กับเด็กแต่เป็นผู้หญิงสูงอายุ และไม่เกี่ยวกับอาการทางประสาทหรือสมองแต่อย่างใด และยังไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าการดื่มกาแฟเป็นประจำทำให้มวลกระดูกถดถอยในทุกๆ คนโดยเฉพาะเด็ก ฉะนั้นในผู้หญิงสูงวัย หมอบอกว่าวันละแก้วไม่เป็นไร และหากอยากจะให้ลูกๆ ได้ลองกาแฟบ้าง ก็ดื่มได้ครับ แต่ปริมาณคงต้องต่างจากผู้ใหญ่อย่างเรา และแน่นอน มันควรเป็นกาแฟสด ไม่ใช่กาแฟสำเร็จรูป หรือกาแฟกระป๋อง

เรื่องที่สอง : กาแฟทำให้คุณสร่างเมา

คืนวันศุกร์หลังจากการดื่มมาอย่างเต็มคราบ ก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน คุณก็สั่งอเมริกาโน่สักแก้ว ไม่ก็เอสเปรสโซ่ โดยเชื่อว่ามันน่าจะช่วยให้คุณสร่างเมาหรือไม่ง่วงจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่คุณดื่ม เรื่องนี้ก็มีนักวิทยาศาสตร์ขี้สงสัยไปทำการศึกษาและวิจัยกันมาว่า มันเป็นความเข้าใจผิดที่น่าเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย

งานวิจัยชิ้นที่น่าสนใจนี้เผยแพร่ในวารสารที่คงหาชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าน่าจะมีคนอ่านเฉพาะหมอระบบประสาทเท่านั้นที่จะอ่านรู้เรื่อง ชื่อว่า Behavioral Neuroscience บทความของดร.โทมัส กลาวด์ (Thomas Gloud) ซึ่งทำการศึกษาเรื่องนี้และอธิบายผลของงานวิจัยในบทความชื่อยาวของเขา “Caffeine doesn’t reverse the negative cognitive impact of alchohol (2009)” ว่า “มายาคติที่ว่าด้วยเรื่องการดื่มกาแฟจะทำให้คุณสร่างเมา เป็นเรื่องที่เราควรช่วยกันบอกให้รู้ถึงความจริงว่า การดื่มแอลกอฮอล์และตามด้วยกาเฟอีนยิ่งทำให้ความสามารถในการตัดสินใจนั้นแย่ลง มากกว่าการดื่มแต่แอลกอฮอล์อย่างเดียว เพราะคนที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะรู้ตัวว่าตนเองดื่มและเมาอยู่ ในทางกลับกันคนที่ดื่มกาแฟหลังจากการดื่มจะเข้าใจไปว่าตัวเองตื่นตัวกว่าคนที่ไม่ดื่มกาแฟ และอาจคิดว่าตัวเองอยู่ในสภาพที่พร้อมกว่าสำหรับการขับรถหรือทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งนั่นนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดได้” มีการทดสอบในห้องทดลองกับหนู พบว่าการดื่มกาแฟหลังแอลกอฮอล์ทำให้หนูตื่นตัวก็จริง แต่ก็ไม่ได้ช่วยทำให้ความสามารถในการตัดสินใจนั้นดีขึ้น และบางสถานการณ์การตัดสินใจทำได้แย่กว่าเมื่อเทียบกับหนูที่ได้รับแต่แอลกอฮอล์อย่างเดียว

ทางป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ หากคุณรู้ว่าจะต้องดื่ม ให้รองท้องด้วยอาหารและดื่มน้ำมากๆ และหากรู้ว่าดื่มมากไปแล้วก็หยุด (ง่ายจะตาย) พักและดื่มน้ำมากๆ และรอให้ร่างกายขับแอลกอฮอล์ออกมาเอง

เรื่องแบบนี้คุณหมอหลายท่านยืนยันมาว่าไม่มีทางลัด ต้องรอให้ธรรมชาติจัดการกันเอาเอง

เรื่องสุดท้าย : กาแฟทำให้คุณขาดน้ำ

เชื่อกันว่ากาแฟมีฤทธิ์ในการขับน้ำออกจากร่างกาย ทำให้ไตทำงานหนักขึ้น เพราะหลายๆ คนสังเกตว่าหลังจากดื่มกาแฟแล้วตัวเองมักจะลุกไปฉี่บ่อยๆ แต่ในความเป็นจริงส่วนประกอบของกาแฟแบบอเมริกาโน่หนึ่งแก้ว ทั้งหมดก็คือ “น้ำ” นี่เอง แต่คนก็ยังคิดอยู่ดีว่ากาเฟอีนที่อยู่ในกาแฟนั่นแหละที่เป็นสาเหตุทำให้เราต้องขับน้ำออกจากร่างกายมากกว่าปกติ

ผมอ้างอิงจากรายงานการวิจัยชื่อว่า Caffeine ingestion and fluid balance (2003) ตีพิมพ์ใน Journal of Human Nutritionand Dietics  เผยแพร่งานวิจัยของ Maughan RJ ไว้ว่า “ไม่มีหลักฐานใดๆ ที่สามารถบ่งชี้ว่ากาเฟอีนในกาแฟหรือเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น ชาหรือซอฟต์ดริงค์ที่มีส่วนผสมของกาเฟอีน จะมีผลต่อการเสียสมดุลของน้ำในร่างกาย” การทดลองนี้วัดจากปริมาณโดยเฉลี่ยของคนที่ดื่มกาแฟต่อวัน นั่นคือประมาณ 2-3 แก้ว ยังมีการทดลองอีกชิ้นที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ plos.org เว็บไซต์ที่เผยแพร่งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ Microbiology ทำการทดลองเปรียบเทียบการดื่มกาแฟอเมริกาโน่ 3 แก้ว กับน้ำ 3 แก้วในปริมาณเท่าๆ กัน ก็พบว่าอัตราการขับน้ำของร่างกายของเราแตกต่างกันน้อยมาก จนไม่สามารถเรียกว่านี่คืออาการของคนที่ขาดน้ำ

หวังว่าใครที่คิดจะตัดใจเลิกกาแฟเพราะมายาคติที่ไม่จริง ผมว่าก็ไม่ต้องขนาดนั้น กาแฟอร่อยเกินกว่าที่คุณจะดูคนอื่นนั่งซดนะผมว่า

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้