posttoday
อลิสา ขุนแขวง หลายบุคลิกในคนเดียว

อลิสา ขุนแขวง หลายบุคลิกในคนเดียว

22 กันยายน 2559

โดย...กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

โดย...กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

ดาราใหม่แกะกล่อง มะปราง-อลิสา ขุนแขวง เพิ่งอยู่ในจอไปหมาดๆ กับบทนางเอกในซิทคอมเรื่อง เสือ ชะนี เก้ง เล่นคู่กับพระเอกเสียงดี แกงส้ม-ธนทัต ชัยอรรถ ซึ่งเป็นการประเดิมงานในวงการชิ้นแรกของสาววัย 23 ปี

เธอเล่าว่า ตัวเองเป็นเด็กกิจกรรมตั้งแต่สมัยมัธยมฯ พอเข้าศึกษาที่ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีโอกาสได้ทำหลายอย่างทั้งเชียร์ลีดเดอร์ ดรัมเมเยอร์ และโชคดีที่หลังจากเรียนจบก็มีงานรองรับทันที

“พอดีได้โอกาสจากการไปออดิชั่นซิทคอมเรื่องนี้ จริงๆ มะปรางเป็นนักแสดงสังกัดช่องวันมาเกือบปีแล้ว แต่เป็นช่วงเรียนแอ็กติ้งมากกว่า พอมีโอกาสเข้ามาก็รีบคว้าไปแล้วก็ได้จริงๆ เป็นการแสดงเรื่องแรกในชีวิต ตื่นเต้นมาก ต้องทำการบ้านเยอะมาก และต้องฝึกการทำสมาธิ เพราะเวลาแสดงต้องใช้สมาธิมาก ต้องดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและดูแลสภาพจิตใจด้วย” เธอกล่าว

สำหรับเรื่องไลฟ์สไตล์นอกจอ ดูจากการแต่งตัวก็ทราบแล้วว่าเธอสนุกกับการมิกซ์และแมตช์ขนาดไหน ซึ่งนั่นทำให้เธอกลายเป็นสาวหลายบุคลิกในคนเดียว “ชอบดูรายการเดินแฟชั่นโชว์ ดูมาตั้งแต่มัธยมแต่ตอนนั้นยังไม่มีเงินซื้อก็เลยศึกษาเรื่องแฟชั่นไปก่อน พอเข้ามหาวิทยาลัยก็เปิดร้านขายเสื้อผ้าที่ออกแบบเอง ขายออนไลน์ดีมาก แต่ก็ต้องหยุดไปเพราะเรียนหนักตอนอยู่ปีสาม ตอนนี้ก็มีความคิดที่จะเปิดขายใหม่ อยากออกแบบเสื้อผ้าเพื่อตอบสนองความชอบของตัวเองด้านนี้บ้าง” มะปรางเพิ่มเติม

1 เอฟรี่เดย์ ลุค

ในวันหยุดที่ไม่มีงานจะเป็นวันที่เธอแต่งตัวตามสบายที่สุด นั่นคือ เสื้อสายเดี่ยวหรือเสื้อยืด กางเกงยีน รองเท้าโลฟเฟอร์ และหมวกแก๊ปที่เธอใส่ติดตัวตลอด ทำให้ดูทะมัดทะแมง คล่องแคล่ว และไม่พิธีรีตอง เป็นลุคที่ทำให้เธอออกจากความเนี้ยบในวงการบันเทิงไปบ้าง

2 สมาร์ท กาล่า

ชุดออกงานกลางคืนไม่จำเป็นต้องใส่เดรสยาวฟูฟ่องเสมอไป แต่ต้องดูลักษณะของงานนั้นด้วย เธอยกตัวอย่าง งานกาล่าที่โรงละครมีบันไดหลายชั้น เธอจึงเลือกชุดกางเกงดูทะมัดทะแมง ดีไซน์หรูหรา ดูแพง และรวมไปถึงการแต่งหน้าทำผม ก็ต้องให้เข้ากับเสื้อผ้าและต้องคำนึงถึงกาละเทศะของงาน

3 ชิลล์เอาต์

มื้ออาหารกับเพื่อนๆ ไม่ใช่ว่าจะใส่อะไรก็ได้ในเมื่อมีคำว่า ดารา อยู่ในชื่อแล้ว การถูกถ่ายรูปลงเฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรมจึงเป็นเรื่องใหญ่ให้ต้องเลือกเสื้อผ้า มะปรางจะเลือกชุดที่มีการตัดเย็บประณีต ให้เกียรติสถานที่ และคำนึงถึงเพื่อนๆ

“มะปรางเป็นคนชอบใส่ส้นสูงแต่พอไปกับเพื่อนจะไม่ใส่ เพราะถ้าตัวสูงกว่าเพื่อนถ่ายรูปออกมาก็ดูไม่น่ารัก หรือการแต่งตัว นอกจากต้องดูสถานที่ เช่น ไปกินข้าวในโรงแรมต้องแต่งตัวดีหน่อย แต่จะแต่งตัวเวอร์เกินหน้าเกินตาเพื่อนไม่ได้” เธอกล่าว

4 ซัมเมอร์

หากเดินช็อปปิ้งกลางแจ้งในเมืองไทย เธอขอเลือกชุดกระโปรง แขนกุด เว้าหลัง ให้คลายร้อน เธอกล่าวว่า ต้องใส่เสื้อผ้าให้น้อยชิ้นที่สุด แต่ต้องไม่โป๊ เลือกชนิดผ้าบาง ระบายเหงื่อ สวมหมวกกันแดด และที่สำคัญคือสวมแว่นตากันแดด

"จริงๆ แล้วคนไทยควรใส่แว่นตากันแดดเวลาเดินกลางแจ้ง เพราะแดดเมืองไทยแรงมาก อย่าคิดว่าคนใส่แว่นดำจะต้องเป็นดารา หรือพอใส่แล้วจะดูเวอร์เกินไป ทุกคนควรปกป้องตัวเองมากกว่าที่จะคิดแบบนั้น” เธอเพิ่มเติม

5 ฟันนี่

เวลาไปเที่ยวต่างประเทศ สิ่งที่ทำอันดับแรก คือ จัดเสื้อผ้าแล้วแยกเป็นวันๆ อย่างเธอไปเที่ยวสวนสนุกที่สิงคโปร์ ดินแดนที่ทุกคนจะแต่งกายอย่างไรก็ได้ ไม่มีธีม ไม่มีพิธีใดๆ เธอจึงหยิบกระโปรงสีสดใสกับเสื้อแขนยาว พร้อมหมวกแก๊ปสีฟ้าที่ทำให้มีสีสัน ช่วยลดอายุให้น้อยลง แต่สนุกมากขึ้น

6 ซิตี้

เมืองไทยเดินเที่ยวชมเมืองไม่ได้ จึงไม่ค่อยมีโอกาสใส่ชุดทะมัดทะแมงแต่ยังดูเป็นคุณหนู สำหรับเดินเที่ยวสบายๆ ในเมืองใหญ่ การแต่งกายของนักท่องเที่ยวต้องดูวัฒนธรรมของสังคมนั้น อย่างในภาพเธออยู่ที่สิงคโปร์ ประเทศที่ทันสมัย แดดร้อน แต่มีลมทะเลพัดมาบ่อยๆ เธอจึงเลือกใส่ชุดกระโปรงกันร้อน และใส่รองเท้าผ้าใบเพื่อง่ายต่อการเดิน “ส่วนใหญ่จะเสียเงินไปกับหมวก รองเท้าผ้าใบ แว่นตากันแดด และลิปสติก แอกเซสซอรี่ที่ทำให้การแต่งตัวเปลี่ยนไป โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหญ่ให้เปลือง” เธอกล่าว

7 สโนว์ เดรส

ไปเที่ยวเมืองนอกแต่ละครั้งเหมือนได้รื้อชุดที่ใส่ในเมืองไทยไม่ได้ออกมา โดยเฉพาะเสื้อหนาวที่หาโอกาสใส่ได้ยาก “หนูเป็นคนขี้หนาว ต้องจัดเต็มในทุกส่วนของร่างกาย” เธอกล่าวพร้อมกับโชว์ภาพหิมะตกให้ดู ไม่ว่าจะเป็นหมวก ที่ครอบหู ลองจอน เสื้อสเวตเตอร์ถัก เสื้อโค้ต ผ้าพันคอ ถุงมือ ถุงเท้าฮีตเทค และรองเท้าผ้าใบ ส่วนเรื่องใบหน้า เธอแนะนำให้ทาครีมที่มีมอยส์เจอไรเซอร์มากๆ ก่อนแต่งหน้า

“การแต่งตัวสำคัญมาก เราต้องดูว่าไปงานอะไร ที่ไหน และไปเพื่ออะไร หรือแม้กระทั่งการไปเที่ยวต่างประเทศก็ต้องใส่ใจ ไม่ใช่แต่งตัวโอเวอร์ดูเกินไป หรือแต่งชิลล์จนไม่เคารพวัฒนธรรม การแต่งกายแต่ละครั้งต้องดูสถานที่ ต้องดูวัฒนธรรม ไม่ใช่นำวัฒนธรรมตัวเองไปใช้ที่ไหนก็ได้บนโลกนี้” เธอทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้