posttoday
มื่อคุณแม่ ส่งลูกน้อยไปฝึกงาน

มื่อคุณแม่ ส่งลูกน้อยไปฝึกงาน

16 กันยายน 2559

โดย...สมแขก ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

โดย...สมแขก ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

จากผลงานและประสบการณ์การทำงานในด้านการออกแบบทั้งกับบริษัทชั้นนำของประเทศ และยังผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในวงกว้าง ชื่อชั้นของสาวเก่ง แจน-ศศิวิมล สินธวณณงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายสถาปัตยกรรมภายใน บริษัท จาร์เค็น จึงไม่เป็นที่กังขา แต่เมื่อเราได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยือนเธอถึงบ้าน ทำให้ได้เห็นอีกหนึ่งมุมที่เผยออกมา นั่นคือมุมของคุณแม่ยังสาว ที่มีลูกชายวัยกำลังซนถึง 3 คน จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะแบ่งปันประสบการณ์ในมุมซูเปอร์มัมที่ทั้งขยันทำงานและเสริมสร้างทักษะต่างๆ ให้กับลูกผ่านงานที่เธอและสามีทำ

ร่างแบบครอบครัว 

คุณแม่นักออกแบบ เริ่มต้นเล่าชีวิตหลังแต่งงานขณะที่บรรยากาศในบ้านกำลังคึกคัก “ตอนแต่งงานไม่ได้ตั้งใจจะมีลูกเลย แต่แต่งได้ไม่ถึงปีก็มีลูกคนแรก หลังจากนั้นก็เลยวางแผนคนที่สองต่อ หลังจากลูกชายคนแรกอายุได้หนึ่งขวบ อยากให้เขามีเพื่อนเล่นก็เลยมีน้องให้เขา พอมีคนที่สองแล้วก็คิดว่าอยากให้เขามีคนค้าน ซึ่งจริงๆ เราก็ไม่คิดว่าจะเป็นหนุ่มทั้งสามคน ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ แต่ก็แอบหวังว่าคนที่สามเขาอาจจะเป็นเด็กผู้หญิง แต่พอเป็นเด็กผู้ชายก็คิดว่าถ้ามีคนที่สี่ก็คงไม่พ้นผู้ชาย เลยตกลงกับสามีว่าปิดอู่ ตอนนี้เลยกลายเป็นสามหนุ่มน้อยไป เป็นเพื่อนเล่นกันไป ใช้ของของพี่ได้ด้วย ประหยัดดี (หัวเราะ)”

“เด็กผู้ชายทั้งสามคน แต่ละคนไม่เหมือนกันเลย แต่ละคนก็ต้องใส่ใจต่างกัน เขาจะมีบุคลิกนิสัยแตกต่างกันไป อย่างคนโต (ยูจิ) จะเงียบๆ เขาชอบงานอาร์ต ชอบศิลปะ จะมาทางแม่ ชอบวาดรูป สนใจอะไรที่เป็นโครงสร้าง หรือสถาปัตยกรรม อย่างเวลาเห็นสะพาน รถไฟฟ้า หรือไปเที่ยวโรงแรมเขาจะวาดเลย์เอาต์ของห้องที่พัก จะสนใจเรื่องพวกนี้และเป็นแบบนี้ตั้งแต่เด็ก เรียบร้อย คุยง่าย เฟรนด์ลี่ คนที่สอง (มารุ) เป็นเด็กซนมาก พลังล้นเหลือล้นตลอดเวลา เป็นคนที่แกล้งพี่ตลอดเวลา คอยแหย่ เห็นภายนอกเขาดุดัน แต่ภายในอ่อนไหวมาก เขาต้องการการมีส่วนร่วมจากพ่อแม่ตลอด ส่วนคนเล็กยังมองไม่เห็นอะไรมากนัก แต่เขาเป็นเด็กร่าเริงและมีชีวิตชีวา” คุณแม่ยังสวย กล่าวยิ้มๆ

ฝึกให้ทำงาน เห็นค่าของเงิน

ที่เห็นว่าสามหนุ่มน้อยบ้านนี้เป็นเด็กร่าเริงและเข้ากับคนแปลกหน้าได้ง่าย เพราะคุณแม่และคุณพ่อถือคติว่า ปล่อยให้พวกเขาใช้ความคิดและเล่นให้เต็มที่ และให้เขาเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวด้วยตัวเอง โดยปกติคุณแม่จะรับหน้าที่ทั้งหมดกิจวัตรประจำวัน สิ่งของที่ต้องใช้ กิจกรรมในโรงเรียน การเรียนหนังสือ กิจกรรมต่างๆ ของลูก ส่วนคุณพ่อจะคิดโปรแกรมพาลูกไปเที่ยว เพื่อให้มีกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว แต่สิ่งสำคัญคือการพาไปรับรู้บรรยากาศการทำงานของพ่อแม่

 “เวลาเด็กๆ ปิดเทอมกัน ผู้ปกครองคนอื่นจะให้ลูกไปเรียนพิเศษกัน แต่เราเห็นว่าเขาเรียนเยอะแล้วก็ไม่ให้เรียนพิเศษ แต่คิดว่าเขาน่าจะทำงานอะไรง่ายๆ ตามคำสั่งได้ ดังนั้นทุกปิดเทอมจะให้เขาไปที่บริษัทตอนเช้า เก้าโมงถึงเที่ยงให้ทำงาน เพื่อแลกกับค่าจ้างที่พ่อแม่จะให้ เพราะแจนกับสามีโตมากับการทำงานหนัก บริษัทก็สร้างด้วยตัวของเราเอง ก็อยากให้ลูกรับรู้ถึงความลำบากของพ่อแม่ และให้เขาเรียนรู้ว่ากว่าจะได้อะไรมาต้องเกิดจากความขยันและการลงมือทำ จะต้องขยันและหัวดีถึงจะประสบความสำเร็จ สอนเขาว่าเงินไม่ได้มาง่ายๆ อยู่ดีๆ จะป้อนให้ไม่ได้ โดยเฉพาะคุณเป็นผู้ชายด้วย เราอยากให้ลูกเข้มแข็ง แข็งแกร่ง วันหนึ่งโตขึ้นเจออุปสรรค เจองานยากๆ เขาจะได้รู้ว่าเป็นเรื่องปกติที่ชีวิตจะต้องเป็นแบบนี้”

คุณแม่แจนเล่าถึงการทำงานของลูกชายคนโตว่า “การฝึกงานในบริษัทในฐานะเด็กฝึกงานอายุ 9 ขวบของยูจิ จะวนไปตามแผนกต่างๆ แต่ละวันไม่เหมือนกัน เช่น แปะสติ๊กเกอร์สินค้า แปะแพ็กเกจ ความสำเร็จของเราไม่ใช่งานไร้ที่ติ แต่คือการสอนให้เขาเข้าใจว่าอะไรคือการทำงานแล้วได้เงิน เขาก็จะชอบทำงาน และสนุกตื่นเต้นที่จะได้ไปทำอะไรแปลกใหม่ที่ยังไม่เคยทำ เราอยากฝึกให้ลูกได้อยู่กับคนอื่นเพื่อดูปฏิกิริยาของเขาว่าดื้อหรือเปล่า ฟังคนอื่นไหม ซึ่งก็มีเถียงบ้าง เพราะเขามีความคิดเป็นของตัวเองค่อนข้างสูง เขาชอบเสนอความคิดเห็นและตั้งคำถาม”

ได้อะไรจากการส่งลูกไปทำงาน

การให้ลูกไปเรียนรู้การทำงานของพ่อกับแม่ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตัวลูก ซึ่งคุณแม่ลูกสาม บอกว่า “เห็นเขาฉายแววเรื่องความคิดสร้างสรรค์ อาจจะเพราะเขาเห็นเราทำงานด้านการเขียนแบบ ออกแบบตั้งแต่เด็ก เขามีคำถามตลอด เขาไปหยิบกระดาษของเขาแล้วก็มาเขียนในแบบที่เขาเข้าใจ อาจจะเป็นความชอบส่วนตัวของเขาด้วยหรือเห็นเราทำด้วย ส่วนน้องๆ จะค่อยๆ ฝึกให้เขาหลังจากที่รู้เรื่องมากขึ้น สิ่งที่แจนกับสามีเบาใจก็คือ ทั้งสามหนุ่มอยู่ด้วยกันอย่างอารมณ์ดี ในวันที่ค่อยๆ โตขึ้นพวกเขาทะเลาะกันน้อยลง ฟังกันมากขึ้น ช่วยเหลือกันมากขึ้น รู้สึกว่าถ้าคนหนึ่งหายไปเขาก็จะถามหากัน ที่บ้านจะสอนให้รักกัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นครอบครัวสำคัญที่สุด” คุณแม่นักออกแบบทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน