posttoday
เอกชนฟื้นฟู ‘เหมืองเมืองลี้’ เปลี่ยนพื้นที่ว่างเป็น ‘แก้มลิง’ สู้แล้ง

เอกชนฟื้นฟู ‘เหมืองเมืองลี้’ เปลี่ยนพื้นที่ว่างเป็น ‘แก้มลิง’ สู้แล้ง

16 กันยายน 2559

ช่วงปี 2558 ประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ

โดย...วิรวินท์ ศรีโหมด

ช่วงปี 2558 ประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่รุนแรงถึงขั้นไม่มีน้ำสำหรับทำการเกษตร นำมาซึ่งความเดือดร้อนแสนสาหัส จนรัฐบาลต้องเร่งวางมาตรการหาแหล่งน้ำสำรองเพื่อตั้งรับกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต

สอดคล้องกับการดำเนินงานของ บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง หนึ่งในบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ ที่ได้พัฒนาฟื้นฟู “เหมืองถ่านหินลิกไนต์” ต.ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน ให้เป็นแหล่งน้ำชุมชน

ก่อนจะส่งมอบที่ดินเนื้อที่กว่า 250 ไร่ เป็นกรรมสิทธิ์ของชุมชน

ชนะ ภูมี ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-ปฏิบัติการ เอสซีจี ซิเมนต์ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เล่าว่า เดิมเหมืองแห่งนี้เป็นเหมืองถ่านหินลิกไนต์ที่ดำเนินการในปี 2539-2545 จากนั้นก็ถูกทิ้งไม่มีการใช้ประโยชน์มานานถึง 14 ปี บริษัทจึงเข้ามาฟื้นฟูและส่งมอบให้ชุมชนนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์

ชนะ เล่าอีกว่า บริษัทได้ทำแผนฟื้นฟูมาตั้งแต่ช่วงเริ่มสร้างเหมืองปี 2539 เพราะข้อบังคับการสร้างกำหนดไว้ว่าต้องมีการร่างแบบฟื้นฟูหลังเลิกกิจการ โดยต้องคำนึงถึงชีวภาพโดยรอบ อาทิ เรื่องทรัพยากรต้นไม้ คุณภาพน้ำ ชุมชน เพื่อให้นำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ ซึ่งตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา บริษัทใช้งบฟื้นฟูไปกว่า 40 ล้านบาท

นิรันดร์ ด่านไพบูลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน บอกว่า ผู้ประกอบการไม่ควรเข้ามาใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่แล้วทิ้งปัญหาไว้ให้กับชุมชน แต่ควรมีความรับผิดชอบกับเจ้าของพื้นที่ด้วย ซึ่งการดำเนินการฟื้นฟูเหมืองของเอสซีจีจะช่วยกดดันให้เอกชนรายอื่นที่จะเข้าไปประกอบธุรกิจตามพื้นที่ต่างๆ ใสใจในด้านการพัฒนาพื้นที่หลังเลิกกิจการ เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ชุมชนในอนาคต

นิรันดร์ บอกอีกว่า ในจำนวนพื้นที่กว่า 250 ไร่ จะเป็นบ่อน้ำประมาณ 70 ไร่ มีความจุประมาณ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร จะถูกใช้สำหรับช่วยเหลือภัยแล้งและเป็นพื้นที่แก้มลิง โดยจากนี้จะส่งเสริมให้ชาวบ้านนำไปใช้เลี้ยงปลาในกระชัง ส่วนพื้นที่โดยรอบบ่อจะพัฒนาให้เป็นพื้นที่สีเขียว

สำหรับแผนในอนาคต อาจมีการทำแผนผันนำจากแม่น้ำลี้ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำหลักในพื้นที่ เข้ามาเติมในบ่อแห่งนี้ เนื่องจากปัจจุบันบ่อน้ำแห่งนี้ มีต้นทุนมาจากน้ำฝน ซึ่งปีหนึ่งมีปริมาณไม่มากเพียงแค่ แสนลูกบาศก์เมตร/ปีเท่านั้น

สอดคล้องกับ ณรงค์ กาปัญญา อายุ 51ปี ผู้ใหญ่บ้านบ้านโฮ่ง ต.ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน ที่ระบุว่า พื้นที่แห่งนี้มีเกษตรกร 37 ครัวเรือน และพื้นที่การเกษตรอีก 104 ไร่ ทั้งหมดจะได้รับประโยชน์จากน้ำของเหมืองลี้ในการเพาะปลูก ทั้งข้าวเหนียว ข้าวโพด ฯลฯ

ชาติ หงส์เทียมจันทร์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กล่าวว่า กพร.มีความคาดหวังใน 2 เรื่อง คือ 1.ผู้ประประกอบการต้องทำให้เหมืองแร่อยู่ร่วมกับชุมชนได้ โดยที่ต้องได้รับการยอมรับจากชุมชนก่อนเข้าไปดำเนินกิจการ 2.เมื่อเริ่มกิจการต้องตระหนักว่าชุมชนจะได้ประโยชน์อะไร มีส่วนร่วมในการดูแลตรงไหน รวมถึงเหมืองควรมีหลักประกันว่าจะไม่สร้างความเดือดร้อนเมื่อเลิกกิจการ ซึ่งหลักเหล่านี้จะทำให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนถึงที่สุด

สำหรับตรวจสอบคุณภาพน้ำของเหมืองแห่งนี้ อธิบดี กพร. ระบุว่า อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน สามารถนำไปใช้ด้านการเกษตร เลี้ยงปลาได้ เนื่องจากไม่พบสารโลหะหนัก แต่ไม่ควรนำไปบริโภคดื่มกิน แต่โดยทั่วไปสามารถใช้ด้านอื่นได้ ไม่มีผลต่อสุขภาพ

“ขณะที่การออกกฎหมายเพื่อดูแลเหมืองในอนาคต กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ จะผลักดันในทุกพื้นที่ที่ทำเหมืองแร่ เมื่อเสร็จสิ้นการประกอบกิจแล้วต้องคืนสภาพที่ดีกลับสู่ชุมชน ซึ่งขณะนี้ กพร.กำลังผลักดันให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.แร่ ฉบับใหม่ ซึ่งเงื่อนไขจะมีการกำหนดมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นทั้งทางแพ่ง และอาญา” อธิบดี กพร.ระบุ

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI