
วัยรุ่นเวียดนาม รักษ์สิ่งแวดล้อม
โดย...พริบพันดาว ภาพ... gdb.voanews.com
โดย...พริบพันดาว ภาพ... gdb.voanews.com
พลังของคนหนุ่มสาวยิ่งใหญ่เสมอ ไม่ว่าประเทศไหนๆ เพราะพวกเขาคืออนาคต
ความเจริญเติบโตของเมืองใหญ่ที่กลายเป็นมหานครอย่าง กรุงฮานอย เมืองหลวงของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ทำให้วิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมโหมทวีดังเมืองใหญ่ทั่วโลกที่ไม่มีการจัดระเบียบและวางแผนการเจริญเติบโตของเมืองอย่างรัดกุมและรอบคอบ
บรรดาคนหนุ่มสาวหรือวัยรุ่นชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่ในมหานครฮานอย ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ก็เริ่มที่จะตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ที่ส่งผลกระทบต่อตัวเขาเอง เพื่อนฝูง ครอบครัว อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
พวกเขาได้รวบรวมเพื่อนพ้องเข้ามาเป็นสมาชิกกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม “เดอะ แครป ทีม” (The Carp Team) หรือทีมจับผิด โดยรวมตัวกันขับขี่จักรยานยนต์ตระเวนทำความสะอาดสะพานลองเบียน ในกรุงฮานอย ที่ผู้คนซึ่งมักง่ายได้ทิ้งถุงและขวดพลาสติก รวมถึงขยะต่างๆ ลงบนสะพานและในแม่น้ำที่อยู่ข้างล่าง และสถานที่รอบๆ ที่อยู่ใกล้เคียงกัน
ทางสำนักข่าววีโอเอ หรือวอยซ์ ออฟ อเมริกา ได้รายงานถึงกิจกรรมกลุ่มวัยรุ่นเวียดนามกลุ่มนี้ที่เป็นนักกิจกรรมจิตอาสารักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการทำความสะอาดสะพานลองเบียนให้ปราศจากขยะ ที่ผู้คนซึ่งเดินทางผ่านมาผ่านไปได้ทิ้งลงอย่างขาดจิตสำนึก
ประเทศเวียดนามได้พยายามขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ผ่านพ้นจากความยากจนและขาดแคลน ในฐานะประเทศด้อยพัฒนาจากเมื่อ 30 ปีที่แล้ว และมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วใน 2 ทศวรรษที่ผ่านมา แต่ก็ต้องชดเชยด้วยการสูญเสียธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สวยงามสมบูรณ์ไป จากการขาดการวางแผนที่รอบคอบ มุ่งแต่เพียงตัวเลขที่สวยงามของการขยายตัวของรายได้มวลรวมประชาชาติ
ในอนาคต คนหนุ่มสาวที่เติบโตขึ้นมาก็ต้องรับผลกระทบจากมลพิษและมลภาวะจากการทิ้งขยะลงอย่างไม่ใส่ใจของคนเวียดนาม ซึ่งพวกเขาต้องออกมา
สร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นด้วยตัวของพวกเขาเอง
สำหรับสะพานลองเบียน ถือเป็นสะพานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของกรุงฮานอย ในด้านเอกลักษณ์สะพานเหล็กแบบประเทศสังคมนิยมที่โดดเด่น ซึ่งเป็นทางสัญจรของการเดินเท้าและจักรยานยนต์ โดยในชั่วโมงเร่งด่วนที่รถติดจะมีจักรยานยนต์จอดเรียงซ้อนเป็นแถวยาวเหยียดและทุกคนต่างก็กินและทิ้งขยะอย่างตามใจชอบลงใกล้ตัวทั้งบนสะพานและแม่น้ำ บรรดาคนหนุ่มสาวทีมเดอะ แครป ที่ใส่เสื้อของกลุ่มสีแดงเหมือนๆ กัน จึงออกมารณรงค์ถือป้ายและแจกแผ่นพับในการปลุกจิตสำนึกไม่ให้ทิ้งขยะบริเวณสะพานนี้ โดยเฉพาะถุงพลาสติกลงไปในแม่น้ำ ซึ่งจะทำอันตรายต่อปลาที่กลืนกินเข้าไป
หนึ่งในวัยรุ่นของทีมเดอะ แครป ซึ่งเป็นเด็กสาววัย 22 ปี เล ธิ ลาย บอกว่า ความเชื่อของชาวเวียดนามที่สืบทอดกันมาก็คือ ก่อนที่จะถึงวันตรุษญวน หรือขึ้นปีใหม่ของคนเวียดนาม 7 วัน ผู้คนจะมาปล่อยปลา 3 ตัวลงในแม่น้ำ เพื่อมอบให้กับเทพเจ้าแห่งครัวซึ่งมีประจำบ้านอยู่ในทุกครัวเรือน เพื่อให้เทพเจ้าไปรายงานต่อเง็กเซียนฮ่องเต้ในคุณความดี แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือชาวเวียดนามบางกลุ่มโยนปลาลงแม่น้ำทั้งถุงพลาสติก ซึ่งสร้างมลภาวะในแม่น้ำ และแน่นอนปลาที่อยู่ในถุงก็ตาย ทางออกของปัญหานี้ ทีมเดอะ แครป จึงรณรงค์มาช่วยแกะถุงพลาสติกเพื่อปล่อยปลาให้และนำถุงพลาสติกไปรีไซเคิลและนำกลับมาใช้ใหม่ พร้อมให้ความรู้กับชาวบ้านเหล่านี้ในเรื่องการปล่อยปลาที่เป็นบาปบุญคุณโทษที่ทำต่อชีวิตปลาและสิ่งแวดล้อม
ไม่จำเพาะช่วงเทศกาลตรุษญวนเท่านั้น ฮวง ฮง ไว นักกิจกรรมผู้เข้าร่วมรณรงค์วัย 21 ปี ก็บอกว่า พวกเขาทำงานกันทั้งปีโดยได้รับการสนับสนุนจากองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม เอิร์ธ ฮาวร์ ของเวียดนาม และกำลังมีแผนงานในการนำขยะที่เก็บได้ไปแยกเพื่อทำการรีไซเคิล และรณรงค์ในการปลุกจิตสำนึกในระดับชาวบ้านทั่วไปให้ตระหนักถึงมลภาวะในแม่น้ำที่ทำให้เกิดการสูญเสียทางความหลากหลายทางนิเวศวิทยา และมลพิษทางสิ่งแวดล้อมรอบตัวของพวกเขาที่กำลังเพิ่มขึ้นจนถึงขั้นวิกฤตจากการปล่อยปละละเลยปัญหามายาวนาน ซึ่งการทำงานของนักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมของพวกเธอได้ขยายตัวเติบโตอย่างมากในหลายปีที่ผ่านมา
เศรษฐกิจของเวียดนามได้เติบโตขึ้นอย่างมากและสวนทางกับการสูญเสียทางสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะมลภาวะทางน้ำและการสูญพันธุ์ของสัตว์ป่าในบริเวณกว้าง โดยเวียดนามถูกจัดให้เป็นประเทศอันดับที่ 136 ของประเทศที่มีการรักษาสิ่งแวดล้อมจากทั้งหมด 178 ประเทศ จากการสำรวจขององค์กรสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดว่ามีการทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงประเทศหนึ่งของโลก ซึ่งจะต้องปกป้องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์อย่างเร่งด่วน ส่วนคุณภาพของอากาศอยู่ในอันดับที่ 170 ถือว่าต่ำมากพอๆ กับหลายเมืองใหญ่ของประเทศจีนที่เต็มไปด้วยมลภาวะและมลพิษในอันดับต้นๆ ของโลก







